เสริมจมูก Semi Open เจ็บไหม ? ความรู้สึกตอนทำเป็นยังไง
ประเด็นสำคัญ
- สำหรับใครที่กังวลว่า “เสริมจมูก Semi Open เจ็บไหม ?” ตอบได้ว่า “ความรู้สึกระบมอยู่ในระดับที่ทนได้” เพราะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดช่วยระงับความรู้สึกตลอดการผ่าตัด
- การทำจมูกแบบ Semi-Open เป็นการเปิดแผลในรูจมูกทั้งสองข้าง ช่วยลดแรงรั้งและเปิดโอกาสให้ปรับแต่งรูปทรงบริเวณปลายจมูกได้มากขึ้น
- อาการตึงรัดและบวมช้ำจะขึ้นสูงสุดในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นร่วมกับการทานยาแก้ปวด และจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
- การประเมินฐานจมูกเดิมรายบุคคลก่อนทำ ช่วยให้ดีไซน์รูปทรงจมูกได้สอดรับกับสัดส่วนใบหน้า และลดความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะบิดเบี้ยวในภายหลัง
คำถามที่ว่า เสริมจมูก Semi Open เจ็บไหม เพราะเทคนิคนี้ต้องเปิดแผลในรูจมูกทั้งสองข้าง ทำให้หลายคนกังวลเรื่องความรู้สึกขณะทำและอาการระบมหลังผ่าตัด แต่ความจริงแล้วแผลผ่าตัดด้วยวิธีนี้มีขนาดเล็กเพียง 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น และมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดช่วยระงับความรู้สึกตลอดการผ่าตัด ทำให้ระดับความรู้สึกอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
บทความนี้จาก S45 จะพาทุกคนไปเช็กระดับความรู้สึกขณะทำ พร้อมเปรียบเทียบความบวมช้ำกับเทคนิคอื่น และแนะนำวิธีดูแลแผลหลังผ่าตัด โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยคลายความกังวลและทำให้เตรียมตัวรับมือได้ถูกต้อง
Table of Contents
เสริมจมูก Semi Open เจ็บไหม ?

“เสริมจมูก Semi Open เจ็บไหม ?” คำตอบคือ ความรู้สึกเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะจุดเพื่อระงับความรู้สึกตลอดการผ่าตัด ทำให้ระบบประสาทส่วนปลายถูกบล็อกไว้ชั่วคราว ผู้รับบริการจึงคลายความกังวลเรื่องความเจ็บและอาการระบมขณะทำไปได้มาก
นอกจากนี้ การเปิดแผลในรูจมูกทั้งสองข้างยังช่วยลดแรงตึงผิวขณะปรับแต่งทรงจมูกได้เป็นอย่างดี แต่อาจมีอาการปวดหนึบหลังหมดฤทธิ์ยาชา สามารถบรรเทาลงได้ด้วยการประคบเย็นรอบบริเวณจมูกร่วมกับการรับประทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม
ระดับความรู้สึกเจ็บตอนผ่าตัดและหลังทำทันที
การเสริมจมูกเทคนิค Semi Open จะรู้สึกเจ็บน้อยระหว่างการผ่าตัด เนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดเพื่อระงับความรู้สึก ตอนแพทย์ฉีดยาชาบริเวณจมูกอาจทำให้รู้สึกตึงรั้งคล้ายมดกัดเพียงแค่ 2 – 3 วินาทีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นผิวหนังบริเวณรอบจมูกจะเริ่มชา ทำให้พักอยู่ในท่านอนได้ตลอดระยะเวลาทำหัตถการประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
หลังทำหัตถการเสร็จ เมื่อยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ อาการตึงรัดและระบมผิวถึงจะเริ่มส่ออาการออกมาทีละน้อย ผิวบริเวณดั้งจมูกจะรู้สึกแน่นบวมตึงขึ้นมาบ้าง
แพทย์จะจัดเตรียมยาบรรเทาปวดชนิดทานให้รับประทานทุก ๆ 4 – 6 ชั่วโมงเพื่อควบคุมความระบม การใช้เจลเย็นประคบเบา ๆ บริเวณแก้มทั้งสองข้างในช่วง 2 วันแรกจะช่วยผ่อนคลายความตึงตัวของผิวหนังได้ดี
เปรียบเทียบความระบมกับเทคนิค Close และ Open
ระดับความระบมและอาการบวมช้ำของการเสริมจมูกเทคนิค Semi Open อยู่กึ่งกลางระหว่างเทคนิค Close และ Open เพราะมีการเปิดแผลภายในรูจมูกทั้งสองข้าง การผ่าตัดรูปแบบนี้ส่งผลให้เกิดการแยกตัวของผิวหนังบริเวณดั้งจมูกปานกลาง แตกต่างจากการทำแบบ Close ที่เปิดแผลเพียงข้างเดียว ทำให้มีอาการระบมน้อยกว่า
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ระบมช้ำเท่าแบบ Openที่ต้องกรีดตัดผ่านผิวหนังส่วนแกนกลางจมูกด้านนอกทั้งหมด โดยแสดงเป็นตารางเปรียบเทียบระดับความระบมบวมช้ำและระยะเวลาการฟื้นตัวของแต่ละเทคนิคได้ ดังนี้
| เทคนิคการผ่าตัด | ระดับความระบมช้ำหลังทำ | ระยะเวลาบวมช้ำสูงสุด |
|---|---|---|
| Close (แผลในรูจมูกข้างเดียว) | น้อย | 3 ถึง 5 วัน |
| Semi-open (แผลในรูจมูกสองข้าง) | ปานกลาง | 5 ถึง 7 วัน |
| Open (กรีดเปิดฐานจมูกด้านนอก) | สูง | 7 ถึง 14 วัน |
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องระยะเวลาการพักฟื้น การเลือกทำแบบแผลสองข้างจะช่วยให้รอยเขียวช้ำรอบดวงตาจางลงจนสามารถแต่งหน้าเพื่อปกปิดรอยได้ภายใน 7 ถึง 10 วัน การประคบเย็นต่อเนื่องในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัดเป็นวิธีดูแลตัวเองที่ช่วยลดการขยายตัวของเส้นเลือดฝอยบริเวณแก้มและใต้ตาได้ดี
การเสริมจมูกเทคนิค Semi Open คืออะไร ? เปิดแผลตรงไหนบ้าง ?

การเสริมจมูกเทคนิค Semi-open คือการผ่าตัดเปิดแผลในรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อเพิ่มมุมมองในการปรับแต่งทรงจมูก วิธีนี้ช่วยให้แพทย์มองเห็นแกนจมูกภายในและวางซิลิโคนได้ตรงตำแหน่ง ช่วยลดโอกาสเบี้ยวเอียง แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กมากเพียง 2 ถึง 3 มิลลิเมตร ซ่อนอยู่บริเวณขอบรูจมูกด้านในทำให้มองเห็นได้ยากจากภายนอก
การเย็บแผลทั้งสองข้างช่วยลดแรงตึงผิวบริเวณปลายจมูกขณะสอดใส่วัสดุส่งผลให้ลดโอกาสบวมช้ำหลังทำเสร็จ เทคนิคนี้ผสมผสานระหว่างความสะดวกของการผ่าตัดแผลเดียวและความละเอียดของการเปิดแผลภายนอกทั้งหมด โดยกระบวนการนี้ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 45 ถึง 60 นาที เท่านั้น
การผ่าตัดแบบแผลสองข้างช่วยอะไรบ้าง ?
การผ่าตัดเปิดแผลสองข้างช่วยปรับโครงสร้างปลายจมูกที่คดเอียงและลดแรงรั้งของผิวหนังปลายจมูก ทั้งช่วยให้แพทย์มองเห็นพิกัดภายในได้ชัดเจน สามารถปรับแต่งรูปทรงจมูกได้สมดุลกันทั้งสองฝั่ง
- ปรับสมดุลกระดูกอ่อนปลายจมูกที่กางกว้างให้หุบเข้าหากันเพื่อมิติปลายจมูกที่เรียวเล็ก
- ลดโอกาสจมูกทะลุด้วยการเปิดพื้นที่สำหรับใส่เนื้อก้นกบหรือกระดูกอ่อนหลังหูรองปลายจมูก
- เย็บอินเตอร์โดมเพื่อดึงกระดูกอ่อนซีกซ้ายและขวาให้ชิดกันช่วยเชิดปลายจมูกให้โด่งขึ้น 2 ถึง 3 มิลลิเมตร
วัสดุเสริมจมูกที่ใช้ร่วมกับเทคนิคแผลสองข้าง
การเสริมจมูกเทคนิค Semi Open สามารถผสานการใช้วัสดุร่วมกันได้หลายประเภทเพื่อผลลัพธ์ที่รับกับฐานจมูกเดิมของแต่ละบุคคล การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมจะช่วยลดแรงตึงผิวและช่วยลดความเสี่ยงการทะลุในระยะยาว
- ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ ใช้สำหรับการปรับความสูงของสันจมูกให้มีสโลปที่เรียวสวย
- กระดูกอ่อนใบหู ใช้รองบริเวณปลายจมูกเพื่อเพิ่มความพุ่งและป้องกันปลายบาง
- เนื้อเยื่อเทียม ใช้สำหรับรองปลายจมูกเพื่อเพิ่มความหนาของชั้นผิวหนัง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบริเวณปลายจมูกบางมาก
การจับคู่วัสดุเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวหนังเดิม แพทย์มักใช้กระดูกอ่อนใบหูขนาดประมาณ 1 เซนติเมตรมาตกแต่งก่อนเย็บติดกับซิลิโคนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดการกดทับผิวหนังส่วนปลาย
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำจมูกเทคนิค Semi Open

การทำจมูกเทคนิค Semi Open เหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการปรับรูปทรงให้สโลปปลายพุ่งแต่ไม่อยากเผชิญกับการผ่าตัดใหญ่ รวมถึงผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็นภายนอกก็เหมาะกับการทำหัตถการนี้เช่นกัน เพราะรอยแผลทั้งหมดจะถูกซ่อนไว้ในรูจมูกทั้งสองข้างช่วยลดโอกาสการสังเกตเห็นรอยแผลจากภายนอก โดยแผลมักสมานตัวโดยทั่วไปประมาณ 14 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ลักษณะโครงสร้างจมูกเดิมที่เหมาะกับเทคนิคนี้
การเสริมจมูกแบบ Semi-open เหมาะกับผู้ที่มีรูปทรงจมูกเดิมค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ต้องการปรับแต่งปลายหรือเพิ่มความโด่งเพียงเล็กน้อย เทคนิคนี้ช่วยให้เข้าถึงแกนจมูกได้จากรูจมูกทั้งสองข้าง ช่วยลดแรงตึงและเอื้อต่อการจัดวางซิลิโคนให้รับกับฐานกระดูกเดิม
ลักษณะฐานจมูกเดิมที่เอื้อต่อเทคนิคนี้ ประกอบด้วย
- ผู้ที่มีทรงจมูกเดิมค่อนข้างยาวและมีเนื้อจมูกพอสมควร
- แกนจมูกเดิมไม่เบี้ยวเอียงหรือคดงอมากจนเกินไป
- ปลายจมูกไม่สั้นเหินหรือเนื้อปลายบางจนเกินไป
โครงสร้างจมูกในลักษณะข้างต้นช่วยให้สามารถเย็บอินเตอร์โดมเพื่อตกแต่งปลายจมูกให้เรียวสวยได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่มีสันจมูกเดิมแบนราบแต่มีเนื้อจมูกหนาตั้งแต่ 2 มิลลิเมตร ขึ้นไป เทคนิคนี้จะช่วยสร้างมิติโด่งสโลปโดยรอยแผลจะซ่อนอยู่ด้านในรูจมูก ช่วยลดโอกาสการสังเกตเห็นรอยแผลจากภายนอก
วิธีรับมือกับความเจ็บและวิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
การดูแลและจัดการความระบมหลังผ่าตัดศัลยกรรมจมูกอย่างถูกวิธี ช่วยให้ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง ในช่วงแรกแนะนำให้ประคบเย็นรอบบริเวณจมูกและหน้าแก้ม เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้อาการระบมและตึงผิวลดลง
นอกจากนี้ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อลดแรงดันบนใบหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด ควรนอนหนุนหมอนสูงให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อช่วยลดการคั่งของของเหลวบริเวณแผล ซึ่งจะช่วยเบรกอาการบวมช้ำไม่ให้ขยายตัวไปมากกว่าเดิม
วิธีดูแลแผลผ่าตัดเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
การดูแลความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณรูจมูกทั้งสองข้างหลังการผ่าตัด ช่วยลดความเสี่ยงการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ดีโดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่ต้องทำ ดังนี้
- ใช้สำลีชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อบีบหมาด ๆ เช็ดคราบเลือดกับน้ำเหลืองที่เกาะอยู่บริเวณรอยแผลในรูจมูกอย่างเบามือ เพื่อป้องกันการอุดตันและลดการสะสมของสิ่งสกปรก
- ทายาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่งบาง ๆ บริเวณรอยเย็บแผลเป็นประจำทุกเช้าและเย็น โดยใช้ไม้พันสำลีสะอาดแยกชิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลผ่าตัดสัมผัสน้ำโดยตรงในช่วง 7 วันแรก หลังการผ่าตัด จนกว่าจะถึงกำหนดวันตัดไหมเพื่อป้องกันแผลเปียกชื้นซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการอักเสบ
การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้เร็วขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อแทรกซ้อน
อาการบวมช้ำหลังทำจมูกจะลดลงตอนไหน ?
อาการบวมช้ำหลังเสริมจมูกแบบ Semi Open จะค่อย ๆ ยุบลงในช่วง 7 ถึง 14 วัน โดยในช่วง 3 วันแรก จะเป็นช่วงที่บวมช้ำมาก ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในการตอบสนองต่อรอยแผลและการปรับแต่งบริเวณสันจมูก
หลังจากผ่านวันที่ 4 เป็นต้นไป ร่างกายจะค่อย ๆ ขับของเหลวและเลือดที่คั่งค้างใต้ผิวหนังออกไป ส่งผลให้รอยเขียวช้ำรอบดวงตาและหัวตาเริ่มจางลงเป็นสีเหลืองอ่อน พร้อมกับความรู้สึกตึงผิวหนังที่ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ถึงสัปดาห์ที่ 4 รูปทรงจมูกจะเริ่มยุบตัวจนเห็นมิติของสันจมูกมากขึ้น ส่วนอาการบวมบริเวณปลายจมูกที่หลงเหลืออยู่ จะค่อย ๆ ยุบตัวลงจนเห็นทรงจมูกที่แท้จริงโดยทั่วไปประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ยาและอาหารช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น
การกินยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลหรือยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ช่วยควบคุมอาการระบมได้ในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังการผ่าตัด
ส่วนการดูแลเรื่องอาหารเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมแผล แนะนำให้เลือกกินอาหารกลุ่มโปรตีนสูง เช่น อกไก่ เนื้อปลา ไข่ต้ม และธัญพืชต่าง ๆ เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารหลักในการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการผ่าตัด
นอกจากโปรตีนแล้ว ยังมีกลุ่มอาหารลดบวมที่มีสรรพคุณช่วยร่นระยะเวลาการบวมช้ำได้ เช่น
- ใบบัวบก มีสารเอเชียติโคไซด์ (Asiaticoside) ช่วยลดอาการบวมช้ำ เร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และลดความร้อนชื้นในร่างกาย
- ฟักทอง อุดมไปด้วยวิตามินเอและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายหลังผ่าตัด
- น้ำมะพร้าว มีแร่ธาตุที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตในช่วงพักฟื้น
ทำไมเลือกเสริมจมูกแบบ Semi Open กับ S45 Clinic
การดีไซน์ทรงจมูกให้รับกับใบหน้าเฉพาะบุคคลคือเป้าหมายหลักในการทำศัลยกรรมที่ S45 Clinic เราใส่ใจรายละเอียดการดีไซน์มิติของทรงจมูกแบบเคสต่อเคส แพทย์จะปรับแต่งทรงซิลิโคนอย่างละเอียดเพื่อลดช่องว่างระหว่างซิลิโคนกับฐานกระดูกเดิม ซึ่งช่วยลดโอกาสการเบี้ยวเอียงหลังการผ่าตัด
เทคนิคช่วยลดอาการบาดเจ็บของชั้นใต้ผิว
การเย็บปิดแผลด้วยความประณีตและการใช้เครื่องมือขนาดเล็กช่วยลดการบอบช้ำของผิวหนังด้านในในการทำจมูกแบบเซมิโอเพน การกรีดแผลสองข้างในรูจมูกช่วยให้แพทย์มองเห็นแนวสันจมูกได้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องเลาะผิวหนังส่วนบนออกทั้งหมด ส่งผลให้ลดการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยบริเวณปลายจมูก สารคัดหลั่งและเลือดจึงคั่งค้างน้อยลงหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น
การประคบเย็นอย่างถูกวิธีในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ร่วมกับการนอนยกศีรษะสูงจะช่วยควบคุมการขยายตัวของหลอดเลือดได้ดี วิธีนี้ช่วยให้รอยเขียวช้ำจางลงโดยทั่วไปประมาณ 7 ถึง 10 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามคำแนะนำของแพทย์
การประเมินโครงสร้างจมูกรายบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย
การประเมินลักษณะฐานจมูกของแต่ละบุคคลก่อนผ่าตัดช่วยลดความเสี่ยงเรื่องซิลิโคนทะลุและเบี้ยวเอียงได้ เพราะความหนาของผิวหนัง ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของกระดูกอ่อนส่วนปลายของแต่ละคนมีขีดจำกัดไม่เท่ากัน แพทย์จึงต้องวิเคราะห์มิติของใบหน้าอย่างละเอียดเพื่อกำหนดความสูงและความพุ่งของปลายจมูกให้เหมาะสมกับขีดจำกัดของเนื้อเยื่อเหล่านั้น
ขั้นตอนการตรวจประเมินจะเน้นการตรวจความหนาของผิวหนังบริเวณสันจมูกและการประเมินความแข็งแรงของกระดูกอ่อนใบหน้าส่วนล่าง หากพบว่าเนื้อจมูกบาง แพทย์จะวางแผนใช้กระดูกอ่อนหลังหูมาช่วยรองปลายจมูกเพื่อเพิ่มความหนาและป้องกันการตึงรั้งในระยะยาว ลดโอกาสที่จะต้องกลับมาแก้ซ้ำในอนาคต
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำจมูก Semi Open
ทำจมูกเทคนิคแผลสองข้างอยู่ได้นานแค่ไหน ?
การเสริมจมูกเทคนิคแผลสองข้างมักอยู่ได้นานหลายปีหากไม่มีการเบี้ยว เอียง หรือการอักเสบติดเชื้อเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขนาดซิลิโคนกับเนื้อเยื่อเดิมของแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลตัวเองไม่ให้เกิดการกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณจมูก
แผลผ่าตัดข้างในรูจมูกจะมีรอยแผลเป็นไหม ?
การทำจมูกแบบ Semi Open มีรอยแผลซ่อนอยู่ด้านในรูจมูก ช่วยลดโอกาสการสังเกตเห็นรอยแผลจากภายนอก เนื่องจากแนวแผลทั้งหมดซ่อนอยู่บริเวณเนื้อเยื่อบุด้านในรูจมูกทั้งสองข้าง ซึ่งผิวหนังส่วนนี้สมานตัวได้ตามธรรมชาติและจะค่อย ๆ จางลงจนกลมกลืนไปกับผิวธรรมชาติโดยทั่วไปประมาณ 90 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยทิ้งรอยเพียงเส้นบาง ๆที่แทบมองไม่เห็น
คนที่เคยทำจมูกมาแล้วสามารถแก้ด้วยเทคนิคนี้ได้ไหม ?
ผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วสามารถปรับทรงใหม่ด้วยเทคนิค Semi-open ได้หากไม่มีพังผืดหนาแน่นหรือฐานเดิมเสียหายรุนแรง การเปิดแผลสองข้างช่วยให้แพทย์ปรับตำแหน่งซิลิโคนและแต่งปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหูได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับเคสปรับความโด่งหรือลดการเบี้ยวเอียงเล็กน้อย
สรุป
เสริมจมูก Semi Open เจ็บไหม คำตอบคือ ระหว่างการผ่าตัดจะรู้สึกเจ็บน้อย เนื่องจากฤทธิ์ของยาชาเฉพาะจุด ทั้งนี้การตอบสนองต่อยาชาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
แต่หลังจากที่ทำเสร็จและยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณความรู้สึกตึงและปวดระบมบริเวณแผลออกมา เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด โดยความเจ็บนี้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ด้วยการทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งและหมั่นประคบเย็นอย่างถูกวิธี
สนใจปรึกษาเสริมจมูก Semi Open กับแพทย์ S45 Clinic
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการเสริมจมูก พร้อมประเมินใบหน้าและออกแบบทรงจมูกที่ใช่สำหรับคุณ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา
“มากกว่าความสวยคือการรักษา”
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
Reveal Your Hidden Beauty
LINE ID @s45clinic.official (มีแอดด้วยนะคะ) Hotline 02-125-2543 ถึง 44
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

