เสริมจมูก (Nose Surgery) ปรับลุคเพิ่มมิติให้ใบหน้า

ศัลยกรรมจมูกให้ดูมีเสน่ห์กว่าด้วยสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio)

การศัลยกรรมจมูก มักเป็นการตัดสินใจแรกๆ ของผู้ที่อยากเพิ่มความมั่นใจ อยากปรับบุคลิกให้สวยงามมากยิ่งขึ้น และเป็นการทำศัลยกรรมที่ช่วยแก้ไขปัญหาบนใบหน้า จึงได้รับความนิยมอย่างมาก การเสริมจมูกทำให้ใบหน้าเปลี่ยนแปลงได้ ดูมีมิติ มีความละมุน มีเสน่ห์ขึ้นได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังจากการเสริมจมูก สามารถกลับไปใช้ชีวิต ทำกิจกรรมได้อย่างปกติ

การเสริมจมูก Open ช่วยปรับแก้โครงสร้างจมูกเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม มีมิติและสัดส่วนอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงปลายจมูกทะลุ และลดปัญหาจมูกที่เสียหายจากอุบัติเหตุ ความบกพร่องทางสรีระแต่กำเนิด หรือได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงทำให้จมูกบิดเบี้ยว ไม่ได้สัดส่วนทองคำ (golden ratio) อันเป็นมาตรฐานสัดส่วนใบหน้าสมส่วนสวยงาม

สัดส่วนใบหน้า golden ratio

Golden Ratio สัดส่วนทองคำ คือ ทฤษฎีความสวยอย่างสมบูรณ์ ที่ถูกวิเคราะห์แล้วว่าควรอยู่ในสัดส่วนที่ระดับเท่ากันคือ 1:1:1 โดยวัดระหว่างหน้าผากกับจมูกไปจนคาง ซึ่งหากใครที่วัดระยะแล้วได้ผลลัพธ์ดังนี้ แสดงให้เห็นว่าใบหน้าคุณจะมีความละมุนโดดเด่น สวยงามกว่าคนทั่วไป

ทำไมต้องเสริมจมูกที่ S45 Clinic

ทำไมต้องแก้จมูกที่ s45 clinic
  • เรามีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง และมีประสบการณ์ในเคสผ่าตัดศัลยกรรมจมูกมานานกว่า 15 ปี
  • ระบบห้องผ่าตัด เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีความทันสมัย เชื่อถือได้ตามมาตรฐานระดับเดียวกับโรงพยาบาล
  • แพทย์ผู้มีประสบการณ์ออกแบบ และเหลาซิลิโคนเองทุกเคส เพื่อให้การทำจมูกออกมาสวยงามรับกับใบหน้าคนไข้แต่ละราย
  • เรามีรับประกันดูแลหลังเสริมจมูกนานถึง 12 เดือน
แพทย์เฉพาะทางมีความเชี่ยวชาญ
วิเคราะห์แม่นยำ ให้คำปรึกษา
ดีไซน์ทรงจมูกตอบโจทย์

ปัญหาจมูกที่พบได้บ่อยในชาวเอเชีย

ทรงจมูกที่พบได้บ่อย ในชาวเอเชีย
ปรับแก้จมูก ด้วยเทคนิคแก้ไขโครงสร้าง

เทคนิคเสริมจมูกมีกี่แบบ แล้วแตกต่างอย่างไร

เทคนิคการเสริมจมูกที่ได้รับความนิยมมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ เเบบปิดเเละเเบบเเก้ไขโครงสร้าง ทั้ง 2 เทคนิคนี้มีข้อเเตกต่างกัน คือ

1. การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty)

เทคนิคการเสริมจมูก ด้วยการเปิดแผลบริเวณขอบรูจมูกให้มีช่องว่างบริเวณสันใต้เยื่อหุ้มกระดูกความยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากนั้นแพทย์จะทำการใส่ซิลิโคนที่เหลา ตกเเต่งเเล้ว ใส่เข้าไปที่ทำการเปิดเเผลไว้ตอนต้น โดยอาจเปิดแผลหนึ่งหรือสองข้าง ขึ้นอยู่กับกระบวนการของแพทย์ผู้ผ่าตัด ไม่ต้องวางยาสลบ ในส่วนของเเผลจะมีขนาดเล็กเเละมองไม่เห็นจากภายนอก

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับเคสเสริมใหม่ ไม่มีปัญหาจมูกมาก เน้นทำให้โด่งขึ้น ระยะเวลาที่ใช้ผ่าตัดอย่างน้อย 30 – 60 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคสนั้นๆ โดยวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกแบบปิด ได้แก่

  • ซิลิโคน (Silicone)
  • วัสดุรองปลายจมูก ช่วยลดการทะลุ เพิ่มความหนาของเนื้อเยื่อจมูก
    • เนื้อเยื่อเทียม (Megaderm)
    • เนื้อเยื่อก้นกบ (Dermofat Graft)
    • กระดูกหลังหู (Ear Cartilage)

2. การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) หรือการเสริมจมูกโอเพ่น

เทคนิคการเสริมจมูก เเก้ไขโครงสร้าง หรือ อาจจะเคยได้ยินกันว่า การทำจมูกเเบบเปิด การทำโอเพ่น โดยแพทย์จะทำการเปิดบริเวณใต้ฐานจมูกจนเห็นโครงสร้างจมูกอย่างชัดเจน เพื่อทำการแก้ไขปรับแต่งโครงสร้างจมูก แล้วจึงทำการปรับทรงจมูกให้ได้รูปทรงสวยงาม

Total rib rhinoplasty
  • Open Septo Rhinoplasty (แก้ไขโครงสร้างยืดผนังกั้นจมูก)
  • เสริมจมูก Open กระดูกอ่อนซี่โครง
    • Hybrid rib rhinoplasty (สันซิลิโคน ปลายจมูก กระดูกซี่โครง)
    • Total rib rhinoplasty (ซี่โครงทั้งบริเวณสันเเละปลายจมูก)

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาด้านโครงสร้างจมูก หรือต้องการแก้ไขจมูกจากปัญหา เช่น จมูกคด จมูกชมพู่ เบี้ยว มีฮัมพ์ จมูกที่เคยติดเชื้อ เคสปากเเหว่งเพดานโหว่ เป็นต้น ซึ่งเทคนิคนี้จำเป็นต้องมีการวางยาสลบ (ค่อนข้างเป็นการผ่าตัดใหญ่) เเละต้องอยู่ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ ระยะเวลาที่ใช้ผ่าตัดอย่างน้อย 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคสนั้น

3. การเสริมจมูกเเบบปิด (Close Rhinoplasty)

เทคนิคปิด (Close) เป็นการทำศัลยกรรมจมูกที่ใช้เวลาไม่นาน มีการซิลิโคน + รองปลายจมูก เพิ่มความละมุน เพิ่มมิติ ยกปลายให้ตั้งขึ้น ป้องกันการทะลุ โดยแบ่งเทคนิคการทำจมูกแบบปิด ดังนี้

  • เสริมจมูกโดยซิลิโคนอย่างเดียว
  • เสริมจมูกโดยซิลิโคน+รองปลายด้วยกระดูกหลังหู
  • เสริมจมูกโดยซิลิโคน+รองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียม
  • เสริมจมูกโดยซิลิโคน+รองปลายด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ
  • Semi-open 
  • Open ปรับฐาน (ไม่ยืดผนังกั้น)

• เสริมซิลิโคนอย่างเดียว (Silicone)

วัตถุสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยม โดยแพทย์จะทำการเหลาตกเเต่งซิลิโคนเป็นรูปตัวแอล (L) รับกับทรงจมูก และปรับปลายจมูกให้ตั้ง ยกระดับขึ้นตามความต้องการและความเหมาะสม การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน (Silicone) เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างง่าย ใช้เวลาเพียง 20-30 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูก เพิ่มมิติให้กับจมูก

กรณีเสริมจมูกด้วยซิลิโคน มีโอกาสทะลุ เบี้ยวเอียงและติดเชื้อได้ หากเเพทย์ผู้ผ่าตัดไม่ชำนาญการในการเหลา การวางหรือเลือกใช้ซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐาน

• เทคนิคเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage)

เป็นการใช้ซิลิโคนเเละเพิ่มการรองปลายจมูก โดยใช้เป็นกระดูกอ่อนหลังหูเเละเนื้อเยื่อ โดยจะเปิดเเผลในจมูก 1 ข้างหรือ 2 ข้าง เเละเปิดเเผลหลังหูประมาณ 2 เซนติเมตร  จะช่วยปลายยกตั้งขึ้น ดูมีมิติ ลดปัญหาปลายจมูกทะลุได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูก หรือปลายจมูกเนื้อน้อย  ช่วยยืดระยะจมูกจากสั้นให้ยาวขึ้นให้มีมิติและใบหน้าละมุนมากยิ่งขึ้น เเต่สำหรับใครที่เนื้อบาง ในอนาคตอาจเห็นขอบได้

• เทคนิคเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม (Megaderm)

การใช้ซิลิโคนเเละเพิ่มการรองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม (Megaderm) หรือเนื้อเยื่ออ่อนสังเคราะห์ทางการแพทย์ทำจากคอลลาเจนเลียนแบบเนื้อเยื่อของมนุษย์ มีลักษณะนุ่มคล้ายเนื้อเยื่อมนุษย์ จึงได้ความเนียนโดยไม่รู้สึกถึงความแปลกปลอม ละมุนรับกับสันจมูก ง่ายทั้งการเสริมจมูกและการถอดออก

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูก หรือ ปลายจมูกเนื้อน้อย ปลายบาง ต้องการปรับทรงจมูกให้เป็น ทรงหยดน้ำ เทคนิคในการเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม จะร่วมกับการใช้ซิลิโคนบริเวณสันจมูก เพื่อให้ได้ดีไซน์สวยงาม เข้ากับใบหน้าของแต่ละบุคคล

*กรณีเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียมมีโอกาสที่ติดเชื้อ หากมีอาการเเพ้หรือร่างกายต่อต้าน

• รีวิวเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม (Megaderm)

• เทคนิคเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ (Dermofat Graft)

การใช้ซิลิโคนเเละเพิ่มการรองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ เนื้อเยื่อที่นิยมใช้มาก โดยจะเปิดเเผลเป็นเเนวตรงบริเวณก้นกบ เเละนำเอาเนื้อเยื่อมารองปลาย เพิ่มความละมุน เพิ่มความยาว ปลายพุ่ง ปลายหยดน้ำ ตัวเนื้อเยื่อจะมีความเรียบเนียน เเละสีของเนื้อเยื่อก้นกบ ค่อนข้างเหมือนสีผิวเนื้อจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่เคยทะลุหรือติดเชื้อมาก่อน ปลายจมูกบาง เนื้อน้อย ช่วยยืดปลายให้ดูยาวขึ้น เพราะทำจากเป็นเนื้อเยื่อของตัวเอง ไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านจากร่างกาย

เคสรีวิวเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ

(coming soon)

3. เสริมจมูกเเบบ Semi Open (Close Rhinoplasty)

การเสริมจมูกเทคนิค Semi-open เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่นิยมมากในหมู่คนที่เริ่มทำศัลยกรรม โดยจะมีการกรีดเปิดเเผลทั้ง 2 ข้างด้านในจมูกของรูจมูกซ้ายขวา เเละเสริมซิลิโคนรูปตัวเเอล (L) ตามเเนวกระดูกเช่นเดียวกับการทำเเบบปิด เย็บล็อกจุดลดโอกาสการเอียงของจมูก เเละเทคนิคนี้เเพทย์จะเห็นโครงสร้างได้ชัดเจนมากขึ้น ช่วยทำให้ตะไบจมูกด้านในได้อย่างทั่วถึง

เหมาะสำหรับคนที่ชอบจมูกทรงโด่งพุ่ง ช่วยปรับปลายจมูก ยกกระดูกปีกนกให้ตั้ง ดูเรียวขึ้น ได้ทรงจมูกชัดเจนมีมิติ ช่วยให้เกิดความสมดุลบนใบหน้า เทคนิคนี้เเพทย์ผู้ผ่าตัดจะใช้ด้วยเทคนิคเสริมซิลิโคนกับกระดูกอ่อนหลังใบหูหรือเนื้อเยื่อเทียม ร่วมกับการเย็บแบบอินเตอร์โดม (interdome) เทคนิคนี้ไม่เหมาะกับเคสจมูกสั้นมาก เคสฉีดสารเหลวมาและต้องการปรับโครงสร้างจมูกใหม่

เทคนิคยก interdome

4. เย็บยกกระดูกอ่อนปลายจมูก เทคนิคยก Interdome

เทคนิคเย็บอินเตอร์โดม (Interdome) คือ การเย็บกระดูกอ่อนปีกนก บริเวณปลายจมูก ส่วนกลางที่ห่างกันทั้ง 2 ข้าง เย็บเข้าหากัน โดยคุณหมอจะเลาะจนเห็นกระดูกอ่อนปลายจมูกทั้งชิ้นแบบชัดเจน เพื่อให้การเย็บอินเตอร์โดมเย็บได้อย่างแข็งแรงและกระดูกมีความยืดขึ้นตามมา จะเป็นการปรับโครงสร้างภายในของกระดูกอ่อนปลายจมูก เป็นฐานเสริมให้เป็นทรงที่ชัดเจนขึ้น คมขึ้น เชิดขึ้นจะมากน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อบริเวณจมูกของแต่บุคคล

  • ตกแต่งปลายจมูกที่กว้างให้ชิดกัน ให้ดูเรียวเล็ก สวยงาม ได้รูปทรงที่ชัดมากขึ้น
  • ทรงพุ่ง เห็นทรงจมูกที่ชัดเจนขึ้น
  • ปรับทรงจมูกให้พุ่งสวย สมดุลกับสันจมูก
  • เป็นฐานเสริมซิลิโคน ได้ทรงปลายเชิด หรือ จมูกทรงหยดน้ำ
  • ฐานเสริมซิลิโคนให้เป็นทรงปลายเชิด หรือ ทรงหยดน้ำ

*แพทย์จะประเมินและพิจารณาเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

เคสรีวิว เสริมจมูกแบบ Semi-Open

(coming soon)

5. เสริมจมูกเทคนิคโอเพ่น ปรับฐาน (ไม่ยืดผนังกั้นจมูก)

เทคนิคนี้ จะสามารถเปิดแผลให้เห็นโครงสร้างภายในทุกส่วนอย่างชัดเจน เพื่อให้แพทย์สามารถปรับฐานโครงสร้างจมูก  เป็นการเสริมจมูกแบบเปิดแผลโอเพ่นบริเวณฐานตรงปลายจมูก เทคนิคนี้จะช่วยเลาะเนื้อ เลาะไขมัน ตอกฐาน ตะไบฮัมพ์ ปรับปลายจมูกให้เรียวขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้วางซิลิโคนล็อคได้ถูกตำแหน่ง ช่วยลดโอกาสการเอียงของจมูกได้ดี

  • ลดปัญหาปลายจมูกใหญ่ ไขมันเยอะ ฮัมพ์ใหญ่ แกนจมูกกว้าง เป็นการเสริมจมูกแบบ Open บริเวณฐานตรงปลายจมูก
  • เปิดแผลให้เห็นโครงสร้างภายในอย่างชัดเจน

*แพทย์จะประเมินและพิจารณาเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

เคสรีวิวเสริมจมูก Open ปรับฐานไม่ยืดผนังกั้นจมูก

(coming soon)

ความแตกต่างระหว่าง Semi Open Vs Open แบบปรับฐาน

เสริมจมูกแบบ Semi Openเสริมจมูกแบบ Open ปรับฐาน
เปิดแผล 2 ข้าง เย็บล็อค 2 จุดและล็อกทรง ป้องกันจมูกเอียง ซิลิโคนลอยลดปัญหาปลายจมูกใหญ่ ไขมันเยอะ ฮัมพ์ใหญ่ แกนจมูกกว้าง ดั้งแบน ไม่มีมิติ
สามารถเปิดให้เห็นโครงสร้างจมูก เช่น กระดูกปีกนกได้ดีกว่าแบบปิด (Close)เป็นการเสริมจมูกแบบเปิดแผล Open บริเวณฐานตรงปลายจมูก
เลาะและล็อกซิลิโคนให้อยู่ตรงกับสันจมูกได้แนบแน่นกว่าเทคนิคปิดธรรมดาเปิดแผลให้เห็นโครงสร้างภายในทุกส่วน ทำให้ปรับฐานโครงสร้างจมูกง่าย
ปรับรูจมูกที่ไม่เท่ากันให้กลับมาเท่ากันมากขึ้นสามารถตอกฐานเพื่อลดความกว้างของแกนจมูกได้ดีกว่าแบบ Close
เย็บ Interdome ตกแต่งปลาย ทำให้จมูกเรียวสวยมากขึ้นสามารถตะไบฮัมพ์ให้เรียบ หรือตัดแต่งฮัมพ์ที่มีขนาดใหญ่ได้
สามารถทำการตะไบกระดูกจมูกได้อย่างทั่วถึงกว่าแบบ Closeสามารถเลาะเนื้อ เลาะไขมัน ปรับปลายจมูกให้เรียวเล็กได้ดียิ่งขึ้น
ซ่อนรอยแผลหลังผ่าตัด ไม่เห็นแผลภายนอกเนื่องจากกรีดด้านในรูจมูกช่วยให้วางซิลิโคนล็อคได้ถูกตำแหน่ง ลดโอกาสการเอียงของจมูกได้เป็นอย่างดี

6. เทคนิคเสริมจมูก Open Septo Rhinoplasty (แก้ไขโครงสร้างยืดผนังกั้นจมูก)

การทำจมูกโอเพ่น เทคนิคเเก้ไขโครงสร้าง ยืดผนังกั้นจมูก ช่วยปรับโครงสร้างภายในจมูก เหมาะสำหรับเคสเสริมใหม่จนถึงเคสยาก เพราะใช้วิธีการเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูกเป็นขีดเส้นตรง ใช้เวลาผ่าตัด 3-5 ชั่วโมง เทคนิคนี้เเนะนำให้ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เหมาะกับจมูกงุ้ม จมูกสั้น  จมูกเอียงเบี้ยวคด เนื้อจมูกน้อย อยากได้ทรงจมูกยาวๆ เรียวๆ หรือผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้วมีปัญหาปลายบาง ปลายแดงใกล้ทะลุ เนื่องจากส่วนปลายเป็นเนื้อเยื่อตัวเองทั้งหมด

เสริมจมูก Open Septo Rhinoplasty
  • เพิ่มความโด่งของสันจมูกด้วยซิลิโคนรูปตัว I (ไอ) ที่เหลาออกแบบเฉพาะบุคคล
  • ใช้ผนังกั้นจมูก ยืดปลายจมูกให้โด่งพุ่งจากโครงสร้างภายใน
  • ยืดปลายจมูกด้วยผนังกั้นจมูกเเละเนื้อเยื่อจากร่างกายตัวเอง เพิ่มความละมุน เพิ่มมิติให้ใบหน้า

7. เสริมจมูก Open กระดูกอ่อนซี่โครง

การทำจมูกโอเพ่น เทคนิคเเก้ไขโครงสร้าง กระดูกซี่โครง ถือว่าเทคนิคที่ยากสุด แพทย์ผู้ผ่าตัดควรมีความชำนาญการ ช่วยปรับโครงสร้างภายในจมูกเช่นเดียวกับการยืดผนังกั้นจมูก เหมาะสำหรับเคสเสริมใหม่จนถึงเคสยาก เคสติดเชื้อ เคสหดรั้งสั้น เคสที่ผ่านการเเก้ไขมาหลายรอบ หรือผู้ที่ไม่ต้องการมีสิ่งเเปลกปลอมในร่างกาย เพราะจะใช้วิธีการเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูกเป็นขีดเส้นตรง ใช้เวลาผ่าตัด 4-6 ชั่วโมง ขึ้นกับความยากของเคส เทคนิคนี้ ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เหมาะกับจมูกงุ้ม จมูกสั้น เนื้อจมูกเยอะใหญ่หนา จมูกผิดที่ผิดรูป จมูกที่ร่างกายแอนตี้สิ่งแปลกปลอม จมูกติดเชื้ออักเสบ จมูกที่ผ่านการผ่าตัดมาหลายครั้ง

ความเเตกต่างเสริมจมูกโอเพ่น (open) เเก้ไขโครงสร้าง เทคนิคซี่โครงตัวเอง

Hybrid Rib Rhinoplasty
(การผสมระหว่างซิลิโคน+กระดูกซี่โครง)
Total Rib Rhinoplasty
(ซี่โครงทั้งเเท่ง)
เพิ่มความโด่งของสันจมูกด้วยซิลิโคนรูปตัวไอ (I) ที่เหลาออกแบบเฉพาะบุคคลเพิ่มความโด่งของสันจมูกด้วยกระดูกซี่โครงที่เหลา ตกเเต่ง ออกแบบเฉพาะบุคคล
ใช้กระดูกซี่โครงเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างจมูกใช้กระดูกซี่โครงเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างจมูก
ใช้กระดูกซี่โครง ยืดปลายจมูกให้โด่งพุ่งจากโครงสร้างภายในใช้กระดูกซี่โครง ยืดปลายจมูกให้โด่งพุ่งจากโครงสร้างภายใน ไม่มีสิ่งแปลกปลอม

เทคนิคแก้ไขโครงสร้างด้วยกระดูกซี่โครงตัวเอง

  1. แผลเล็กใต้ราวนมเพียง 1.5 – 3 เซนติเมตร ใช้ซี่โครงอ่อนซี่ที่ 6, 7 หรือ 8 
  2. หลังการผ่าตัดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 
  3. ใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละบุคคล)

เสริมจมูกแบบแก้ไขโครงสร้าง เทคนิคกระดูกซี่โครงดีอย่างไร

  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปลายจมูกสั้น เนื้อจมูกน้อย เนื้อจมูกบาง เคสจมูกชมพู่
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายไม่รับสิ่งแปลกปลอม
  • ใช้วัสดุจากร่างกายของผู้ผ่าตัด

การตอกฐานจมูก (Nose Osteotomy) เหมาะกับใคร

การตอกฐานจมูก คือ ปรับแกนและฐานจมูกที่กว้างให้แคบและเรียวเล็กรับกับใบหน้า แก้ปัญหาโครงสร้างและรูปทรงให้มีมิติ ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหา ดังนี้

การตอกฐานจมูกคืออะไร
  • ผู้ที่มีปัญหาฐานจมูกกว้างกว่าตาทั้ง 2 ข้าง
  • ผู้ที่มีปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง แกนคด 
  • ผู้ที่มีฮัมพ์สูงจนไม่สามารถตะไบออกได้
  • ลดความกว้างแกนจมูก ปรับให้แกนจมูกทั้ง 2 ข้างเท่ากัน
  • จมูกที่แกนเบี้ยว เอียงหรือคด ทั้งที่เป็นตั้งแต่เกิดหรือเกิดภายหลัง

แม้ว่าการตอกฐานจะช่วยให้จมูกดูเรียวขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะเรียวมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบุคคล

การผ่าตัดเสริมจมูก หรือปรับโครงสร้างจมูก แพทย์จะพิจารณาการให้ยาคลายความกังวลหรือการดมยาสลบนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคเเละร่างกายของคนไข้ก่อนทำการผ่าตัด ทั้งนี้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดควรแจ้งวิสัญญีแพทย์ถึงข้อมูลต่อไปนี้

ดมยาสลบ
  1. โรคประจำตัว
  2. ยาที่รับประทานเป็นประจำ
  3. ประวัติการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์และการทานยาสมุนไพรชนิดต่างๆ 
  4. ประวัติการผ่าตัดเเละอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด
  5. แจ้งประวัติประจำเดือนครั้งล่าสุด หรือหากกำลังตั้งครรภ์ควรแจ้งให้วิสัญญีแพทย์ทราบ
  6. แจ้งให้วิสัญญีทราบหากมีฟันโยก เพื่อป้องกันฟันหลุด

การปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูก

หลักจากปรึกษาแพทย์เรียบร้อยและได้ข้อสรุปแผนการรักษา ประเมินค่าใช้จ่าย นัดหมายวันเวลาในการผ่าตัดคนไข้ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

  1. หากมีโรคประจำตัวหรือทานยาใดเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัดเพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมของร่างกาย
  2. งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  3. งดวิตามิน อาหารเสริมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. งดแต่งหน้าและทาเล็บ
  5. งดใส่คอนแทคเลนส์หรือเครื่องประดับทุกชนิด
  6. งดสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  7. ควรมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1 คน (หลีกเลี่ยงการขับรถด้วยตัวเอง)
  8. ตรวจ Covid-19 แบบ RT -PCR ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนการผ่าตัด

วิธีดูแลตัวเองหลังการเสริมจมูก

หลังการผ่าตัดเสริมจมูกหรือปรับโครงสร้างจมูก อาจมีการบวมช้ำหลังทำศัลยกรรม ซึ่งนับเป็นอาการปกติที่พบได้ในทุกการผ่าตัด เนื่องจากบริเวณเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ ในกรณีที่มีการบวมช้ำมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

สิ่งของที่ต้องเตรียมหลังเสริมจมูก

  1. เจลทาแผลสด หรือ เจลทารักษารอยแผล
  2. ไม้พันสำลี
  3. น้ำเกลือล้างแผล
  4. แผ่นเช็ดหน้า / ทิชชู่เปียก
  5. เจลประคบเย็น
  6. หมอนรองคอ

การรับประกันนับตั้งแต่วันที่ทำการผ่าตัด โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • รับประกันความเสียหายจากการผ่าตัดศัลยกรรม (ไม่รวมค่าวัสดุอุปกรณ์และค่าวัสดุสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นจากการผ่าตัด ไม่รวมค่าเปลี่ยนแพทย์ผู้ผ่าตัด             (กรณีคนไข้ต้องการเปลี่ยน) ไม่รวมค่าเทคนิคในการผ่าตัด (กรณีคนไข้ต้องการเปลี่ยน) 
  • กรณีที่คนไข้ไม่ปฏิบัติตนตามคำแนะนำ เช่น ทานอาหาร สูบบุหรี่ ทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง อันส่งผลให้เกิดความผิดปกติ ถือว่าไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน
  • หากคนไข้ที่เสริมจมูกหรือแก้จมูกกับทาง S45 Clinic แล้วต้องการแก้ไขจมูกกับคลินิกหรือสถานความงามอื่นในระยะเวลารับประกัน ทางคลินิกถือว่าการรับประกันเป็นอันสิ้นสุด

6 วิธีฟื้นตัวให้ไว ลดอาการบวมหลังศัลยกรรมจมูก

  1. ประคบเย็นหลังทำการผ่าตัด
  2. นอนยกหัวสูง ใช้หมอนรองคอร่วมด้วยขณะนอนเพื่อกันไม่ให้ศรีษะตะแคงขณะนอนหลับ
  3. ทานอาหารที่ช่วยลดบวม เช่น น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำฟักทอง เป็นต้น 
  4. งดอาหารหมักดอง ของแสลง อาหารทะเล  อาหารรสจัดและอาหารสุกดิบ 
  5. หลีกเลี่ยงการแกะเฝือกออกก่อนกำหนด
  6. ฉายแสงลดบวมเเละให้วิตามินลดบวม

ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง (เสริมจมูก)