ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ เกิดจากอะไร ? จมูกจะกลับมาเหมือนเดิมไหม
ภาพตัวอย่างในการโฆษณา ไม่ใช่ผู้รับบริการจริง
ประเด็นสำคัญ
- ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ สามารถเกิดขึ้นได้จากการลดระดับความโด่งกลับสู่สรีระเดิมตามธรรมชาติ หรือเกิดจากความไม่สมดุลของแนวกระดูกอ่อนและพังผืดหดรั้ง
- สาเหตุหลักเกิดจากแรงกดของแท่งซิลิโคนเป็นเวลานาน ฐานกระดูกเดิมเคยผ่านการตะไบฮัมพ์ การหดรั้งของพังผืดแคปซูล หรือประวัติการติดเชื้อในอดีต
- สัญญาณเตือนที่ควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่ สันจมูกเกิดรอยบุ๋มลึกเป็นคลื่น ปลายจมูกถูกรั้งเชิดสั้นจนเห็นรูจมูกเด่นชัด หรือเริ่มมีอาการหายใจติดขัด
- แนวทางการปรับทรงจมูกคือ การผ่าตัดด้วยเทคนิค Open ร่วมกับการเลาะพังผืดหดรั้ง และการปรับแนวฐานจมูกด้วยกระดูกอ่อนตัวเอง เช่น กระดูกอ่อนซี่โครง
หนึ่งในข้อสงสัยที่พบได้บ่อยหลังตัดสินใจนำวัสดุเสริมออกคือ ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ หรือจะผิดรูปหรือไม่ ? ซึ่งในความเป็นจริงการเปลี่ยนแปลงของระดับสันจมูกเกิดขึ้นได้จากทั้งการยุบบวมตามธรรมชาติ และการยุบตัวของแนวกระดูกอ่อนจากแรงดึงรั้งของพังผืด การแยกแยะสองภาวะนี้จึงมีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลตัวเอง
บทความนี้จาก S45 Clinic ได้อธิบายสาเหตุของจมูกบุ๋มและปลายจมูกหดสั้น สัญญาณสำคัญที่ควรพบแพทย์ พร้อมแนวทางดูแลผิวและการผ่าตัดปรับทรงจมูกใหม่ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณดูแลรูปทรงจมูกได้เหมาะสม
หัวข้อในบทความ
ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ จริงไหม ?

ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบสามารถเกิดขึ้นได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ การลดระดับความโด่งกลับคืนสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติ และการยุบตัวผิดรูปของแนวกระดูกและเนื้อผิว การสังเกตข้อแตกต่างของทั้งสองกรณีนี้ มีส่วนช่วยในการประเมินสภาพจมูกเบื้องต้นได้เหมาะสม
ความต่างระหว่างจมูกลดความโด่งตามธรรมชาติกับจมูกยุบตัวผิดรูป
ระดับความสูงของสันจมูกที่ลดลงหลังนำวัสดุเสริมออก เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกาย เพราะชั้นผิวหนังไม่มีวัสดุค้ำดันทรงไว้ ความโด่งจึงลดระดับลงกลับไปสู่ระนาบกระดูกเดิมก่อนการเสริมจมูก ซึ่งแตกต่างจากภาวะจมูกยุบตัวผิดรูปที่เกิดจากความเสียหายของแนวกระดูกและเนื้อผิวภายใน
ในกรณีที่แนวกระดูกอ่อนและเนื้อผิวได้รับผลกระทบ สันจมูกจะไม่เพียงลดความโด่งลง แต่จะมีรอยยุบตัว รอยบุ๋ม หรือความคดเอียงของแนวสันจมูกเดิม
| ลักษณะที่พบ | การลดความโด่งตามธรรมชาติ | ภาวะจมูกยุบตัวผิดรูป |
|---|---|---|
| แนวสันจมูก | ระดับความสูงลดลงสม่ำเสมอตลอดแนวสัน | เกิดรอยบุ๋ม รอยคอด หรือเป็นแนวไม่สม่ำเสมอ |
| บริเวณส่วนปลายจมูก | ระดับความพุ่งลดลงแต่ยังได้รูป | ปลายจมูกหดสั้น หรือปีกจมูกรั้งขึ้น |
| ความยืดหยุ่นของชั้นผิว | ผิวหนังนิ่มลงและสามารถขยับตัวได้ | เนื้อผิวมีความตึง หรือยึดแน่นติดกับฐาน |
| ระบบการหายใจ | การหายใจเป็นไปตามปกติ | พบอาการคัดจมูกหรือหายใจติดขัดบริเวณด้านใดด้านหนึ่ง |
การปรับตัวของผิวหนังหลังนำวัสดุเสริมออก
ผิวหนังบริเวณจมูกที่เคยมีซิลิโคนดันทรงไว้เป็นเวลานาน จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหาแนวกระดูกจริง เมื่อแพทย์นำแท่งซิลิโคนออก ผิวหนังชั้นนอกจะมีความนิ่มลงชั่วคราวจากช่องว่างใต้ผิวที่เคยเป็นที่อยู่ของวัสดุเสริม
กระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติของร่างกาย จะค่อย ๆ เริ่มสร้างคอลลาเจน และประสานเนื้อผิวเข้าหากัน โดยใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล รอยแผลภายในจะค่อย ๆ สมานตัว ผิวหนังจะกลับมากระชับตามสรีระเดิม หากเนื้อผิวเดิมสมบูรณ์ ผิวหนังจะแนบสนิทไปตามแนวกระดูกโดยไม่เกิดรอยบุ๋ม
ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบหรือบุ๋ม เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ?

หลังถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบหรือบุ๋มลง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงที่เสริมจมูก ทั้งผลกระทบต่อกระดูกอ่อนเดิม แนวกระดูกที่เคยผ่านการปรับแต่ง และปฏิกิริยาของเนื้อผิวต่อสิ่งแปลกปลอม
การกดทับของซิลิโคนเป็นเวลานานจนกระดูกอ่อนฝ่อบาง
แรงกดต่อเนื่องจากวัสดุเสริมที่มีขนาดใหญ่หรือความแข็งมากเกินไป อาจส่งผลให้แนวกระดูกอ่อนส่วนปลายและกระดูกอ่อนผนังกั้นช่องจมูกฝ่อตัวหรือยุบแบนลง เพราะซิลิโคนที่วางอยู่บนกระดูกอ่อนเป็นเวลาหลายปี มีส่วนลดการหมุนเวียนของหลอดเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยงชั้นผิวรอบข้าง
เมื่อกระดูกอ่อนลดความแข็งแรงลง และไม่มีวัสดุเสริมค้ำพยุงไว้ แนวกระดูกส่วนปลายอาจทรุดตัวลง ส่งผลให้บริเวณส่วนปลายมีความพุ่งลดลง หรือเกิดรอยร่องลึกบริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกและกระดูกอ่อน
แนวกระดูกเดิมที่ถูกตะไบฮัมพ์หรือปรับแต่งออกไปก่อนเสริม
การตะไบฮัมพ์จมูกหรือการกรอกระดูกสันจมูกออกในการผ่าตัดครั้งก่อน มีส่วนทำให้ฐานกระดูกจริงของแต่ละบุคคลมีระดับความสูงลดลงไปจากสภาพก่อนเสริมครั้งแรก เพราะในขั้นตอนการเสริมจมูกแบบดั้งเดิม อาจมีการปรับแต่งส่วนนูนของกระดูกออกเพื่อให้แท่งซิลิโคนวางตัวได้แนบสนิท
เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำซิลิโคนออก แนวสันจมูกเดิมที่เคยมีกระดูกฮัมพ์ค้ำอยู่จะแบนราบลงหรือเกิดเป็นร่องลึกบริเวณกลางสันจมูก อาจส่งผลให้ดูเหมือนว่าจมูกยุบตัวลงไปมากกว่าทรงจมูกดั้งเดิมของตัวเองก่อนรับการผ่าตัดศัลยกรรม
การหดรั้งของพังผืดรอบโพรงซิลิโคนเดิมหลังนำออก
ชั้นพังผืดจมูกที่ร่างกายสร้างขึ้นล้อมรอบแท่งซิลิโคนอาจเกิดการหดตัวลงหลังนำวัสดุเสริมออก ส่งผลให้เกิดแรงดึงรั้งเนื้อผิวและผิวหนังด้านบนให้ยุบตัวตามลงไป โดยถือเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายที่มองว่าซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมจึงสร้างพังผืดมาหุ้มรอบวัสดุเสริม
หากชั้นพังผืดมีขนาดหนาและเกิดภาวะหดรั้ง (Capsular Contracture) แต่ไม่ได้รับการเลาะออกขณะผ่าตัดถอดซิลิโคน แรงดึงของพังผืดอาจส่งผลให้ผิวหนังบุ๋มลงกลายเป็นรอยหลุม หรือดึงรั้งปลายจมูกให้ยกขึ้นจนรูปทรงจมูกเปลี่ยนไปจากเดิม
ภาวะอักเสบเรื้อรังหรือการติดเชื้อที่ทำลายชั้นผิว
ภาวะจมูกติดเชื้อหรือการอักเสบเรื้อรังรอบแกนซิลิโคน มีส่วนส่งผลกระทบต่อเนื้อผิวและแนวกระดูกอ่อนภายใน
เมื่อรับการผ่าตัดนำวัสดุเสริมออกเพื่อลดปฏิกิริยาการอักเสบ ชั้นผิวที่ลดปริมาตรลงจึงอาจไม่สามารถพยุงแนวสันจมูกไว้ได้ตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดการยุบตัวลง บางรายอาจพบว่าผิวหนังมีความตึงบางหรือเกิดรอยบุ๋มลึกบริเวณที่เคยมีอาการอักเสบสะสม
สัญญาณสำคัญของอาการจมูกยุบตัวที่ควรสังเกต

การหมั่นสังเกตสัญญาณอาการจมูกยุบตัวผิดรูปหลังถอดซิลิโคน มีส่วนช่วยในการจำแนกความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก หากพบข้อสังเกตที่บ่งชี้ถึงผลกระทบต่อแนวกระดูกและเนื้อผิว ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
สันจมูกเกิดรอยบุ๋มหรือยุบตัวเป็นคลื่นไม่สม่ำเสมอ
รอยบุ๋มลึกเป็นหลุมหรือลักษณะสันจมูกที่ยุบตัวเป็นคลื่นไม่สม่ำเสมอ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเนื้อผิวใต้ผิวหนังยึดติดกับฐานกระดูกที่เสียหาย อาการนี้สังเกตได้ชัดเจนเมื่ออาการบวมระยะแรกเริ่มทุเลาลง
เมื่อสัมผัสเบา ๆ จะรู้สึกถึงขอบกระดูกที่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยเว้า หรือมองเห็นเงาตกกระทบของแสงที่สะท้อนให้เห็นรอยคอด ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันใต้ผิวหรือเกิดแรงดึงรั้งจากพังผืด จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินสาเหตุโดยแพทย์
ปลายจมูกถูกพังผืดดึงรั้งจนหดสั้นหรือยกขึ้น
ลักษณะบริเวณส่วนปลายที่ค่อย ๆ ยกรั้งขึ้นจนมองเห็นช่องจมูกชัดขึ้น เป็นจุดสังเกตถึงภาวะการรั้งตัวของชั้นพังผืดที่ดึงรั้งชั้นผิวส่วนปลายเข้าหาแนวกระดูก โดยภาวะนี้มักค่อย ๆ ปรากฏทีละน้อยในช่วง 1 ถึง 3 เดือน หลังนำวัสดุเสริมออก
ผิวหนังบริเวณปลายจมูกอาจมีความตึงแข็งและเคลื่อนตัวได้น้อยลง หากไม่ได้รับการตรวจประเมินเพื่อจัดการชั้นพังผืดและจัดแนวกระดูกใหม่ตั้งแต่ระยะแรก อาจทำให้ชั้นผิวเกิดการรั้งตัวสะสม และส่งผลต่อความซับซ้อนในการผ่าตัดปรับทรงจมูกในอนาคต
อาการดึงรั้งผิดปกติและการหายใจที่ไม่สะดวก
อาการดึงรั้งบริเวณสันจมูกร่วมกับความรู้สึกหายใจไม่สะดวกหรือคัดจมูกเรื้อรัง เป็นข้อสังเกตที่อาจเกี่ยวโยงกับภาวะผนังกั้นช่องจมูกคดหรือแนวกระดูกอ่อนทรุดตัว เพราะการที่ฐานจมูกยุบตัวลง อาจส่งผลต่อทางเดินหายใจส่วนบน
เมื่อกระดูกอ่อนผนังกั้นช่องจมูกสูญเสียแรงค้ำจุน ช่องลมภายในอาจมีขนาดแคบลง ส่งผลให้อาจรู้สึกเหมือนมีสิ่งอุดกั้น หายใจไม่เต็มที่ หรือมีเสียงหวีดเวลาหายใจ ควรได้รับการตรวจประเมินทางคลินิกอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก
ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ มีแนวทางดูแลและปรับรูปทรงอย่างไร ?
การดูแลหลังถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลผิวภายนอกไปจนถึงการผ่าตัดปรับรูปทรงภายใน โดยการเลือกแนวทางจะขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของกระดูกอ่อนและสภาพความยืดหยุ่นของผิวหนังในแต่ละบุคคล
การดูแลแผลและการพักฟื้นของชั้นผิวในระยะแรกหลังถอดวัสดุเสริม
การดูแลความสะอาดของแผลผ่าตัดและการงดพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดแรงกดทับ เป็นหัวใจสำคัญของการสมานแผลและดูแลชั้นผิวในช่วงสัปดาห์แรกหลังนำซิลิโคนออก โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์สม่ำเสมอ
- ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาและข้างแก้มในช่วงสัปดาห์แรกตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อบรรเทาอาการบวม
- ทำความสะอาดแผลผ่าตัดด้วยน้ำเกลือสะอาดทางการแพทย์และทายาตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงที่อาจสร้างแรงกดทับบริเวณสันจมูก
- งดการสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรือการสัมผัส แคะ แกะ เกา บริเวณภายในช่องจมูก
- เข้าพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อตรวจประเมินการสมานตัวของแผล และตัดไหมจมูกตามนัด โดยทั่วไปประมาณ 7 วันหลังการผ่าตัด
การผ่าตัดเลาะพังผืดหดรั้งเพื่อคลายแรงดึงของเนื้อผิว
การผ่าตัดเลาะพังผืด (Capsulectomy) มีส่วนช่วยให้ผิวและกระดูกอ่อนที่ถูกดึงรั้ง กลับมามีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลเพื่อเข้าไปเลาะพังผืดที่หนาตัวออกด้วยความระมัดระวัง
กระบวนการนี้มีส่วนช่วยคลายแรงดึงที่ทำให้เกิดรอยบุ๋ม และช่วยยืดเนื้อผิวส่วนปลายที่หดสั้นให้คลายตัวออก โดยการจัดการชั้นพังผืดนี้ มีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดชั้นพังผืดสะสมซ้ำ และเป็นการเตรียมพื้นที่ชั้นผิวให้พร้อมสำหรับการปรับทรงจมูกในขั้นตอนถัดไป
การผ่าตัดปรับแต่งรูปทรงจมูกเทคนิค Open Rhinoplasty
การผ่าตัดเทคนิค Open เป็นแนวทางที่ช่วยให้แพทย์ประเมินสรีระภายในจมูกได้ชัด ครอบคลุมการปรับแต่งแนวกระดูก และการจัดระเบียบแนวสันจมูกที่เปลี่ยนระดับให้สอดคล้องกับสรีระจริง
เทคนิคนี้ช่วยให้แพทย์สามารถจัดเรียงแนวกระดูกสันจมูก จัดระเบียบแนวกระดูกอ่อนผนังกั้นช่องจมูกที่คดทรุดตัว และคลายชั้นผิวที่ตึงรั้ง
การปรับแนวฐานจมูกใหม่ด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง
การนำกระดูกอ่อนซี่โครงของร่างกายตัวเองมาเสริมสร้างแนวฐานจมูก เป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับเคสที่กระดูกอ่อนเดิมเสียหาย โดยการใช้วัสดุจากร่างกายตัวเองมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อปฏิกิริยาต่อต้านวัสดุเสริม
แพทย์จะนำกระดูกอ่อนซี่โครงมาขึ้นรูป เพื่อใช้เป็นแนวพยุงบริเวณส่วนปลายและรองรับบริเวณสันจมูกทดแทนซิลิโคนเดิม ร่วมกับการใช้ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหรือแผ่นกระดูกอ่อนมาเติมเต็มรอยบุ๋ม เพื่อช่วยพยุงรูปทรงจมูกให้มีความมั่นคงในระยะยาว
ถอดซิลิโคนจมูกสามารถเสริมใหม่พร้อมกันได้ไหม หรือต้องพักผิวก่อน ?
การพิจารณาว่าหลังถอดซิลิโคนจมูกจะเสริมใหม่พร้อมกัน หรือควรเว้นระยะเวลาเพื่อให้ชั้นผิวฟื้นตัว ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของผิวหนังและภาวะอักเสบ โดยแพทย์จะทำการตรวจประเมินความพร้อมของชั้นผิว เพื่อวางแผนแนวทางที่สอดคล้องกับสรีระของแต่ละบุคคล
กรณีที่สามารถถอดและปรับแต่งรูปทรงใหม่ได้พร้อมกัน
สำหรับผู้ที่ถอดซิลิโคนเพราะต้องการเปลี่ยนเทคนิคการผ่าตัด โดยไม่มีประวัติการอักเสบสะสม สามารถพิจารณานำวัสดุเสริมออกและดำเนินการผ่าตัดปรับทรงจมูกได้ในคราวเดียวกัน
กลุ่มนี้ชั้นผิวยังคงมีความยืดหยุ่นที่เหมาะสม แพทย์อาจพิจารณาใช้แนวทางการผ่าตัดเทคนิค Open Rhinoplasty เพื่อนำวัสดุเสริมเดิมออก เลาะพังผืดรอบแกน และปรับแนวฐานจมูกด้วยกระดูกอ่อนของตัวเองในคราวเดียวกัน ซึ่งมีส่วนช่วยลดจำนวนครั้งของการผ่าตัดและระยะเวลาในการฟื้นตัวโดยรวม
กรณีที่มีการอักเสบติดเชื้อและจำเป็นต้องพักเนื้อผิวก่อนผ่าตัด
กรณีที่ถอดซิลิโคนออกเพราะเกิดภาวะอักเสบ หรือผิวปลายจมูกบางจนเสี่ยงต่อการทะลุ อาจจำเป็นต้องนำวัสดุเสริมออกและเว้นระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ให้ชั้นผิวฟื้นตัวก่อนพิจารณาผ่าตัดปรับทรงจมูกในระยะถัดไป
การเว้นระยะเวลาให้ชั้นผิวฟื้นตัว มีส่วนช่วยให้ร่างกายควบคุมภาวะการติดเชื้อ ลดการอักเสบของผิว และเปิดโอกาสให้เส้นเลือดฝอยกลับมาหล่อเลี้ยงให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับการผ่าตัดปรับทรงจมูกใหม่
ทำไมควรประเมินสรีระและปรับทรงจมูกที่ S45 Clinic
การดูแลสรีระรูปทรงหลังถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบหรือจมูกบุ๋มเป็นหัตถการที่มีความซับซ้อน S45 Clinic ให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยสรีระรูปทรงจมูกภายในและการวางแผนการดูแลรายบุคคลอย่างรอบคอบ
การวิเคราะห์สรีระรูปทรงจมูกจากแพทย์
แพทย์ที่ S45 Clinic ให้การตรวจวิเคราะห์รูปทรงจมูกและแนวกระดูกรอบด้าน โดยประเมินทั้งความแข็งแรงของกระดูกอ่อนผนังกั้นช่องจมูก ระดับความหนาของพังผืด สภาพผิวหนัง ตลอดจนระบบทางเดินหายใจ เพื่อหาสาเหตุของการยุบตัว ช่วยให้การวางแผนผ่าตัดมีความเหมาะสมตรงตามสรีระและตอบสนองต่อแต่ละบุคคล
การวางแผนปรับแต่งรูปทรงจมูกรายบุคคล
เรามีแนวทางการดูแลและปรับแต่งรูปทรงด้วยการใส่ใจในความกลมกลืนกับสัดส่วนใบหน้า โดยผ่านการประเมินความยืดหยุ่นของเนื้อผิวรายบุคคลด้วยความรอบคอบ
สำหรับการผ่าตัดปรับทรงจมูกยุบด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ระยะเวลาพักฟื้นจมูกจะอยู่ที่ประมาณ 5 ถึง 7 วัน และมีกำหนดนัดตัดไหมตามที่แพทย์นัด โดยทั่วไปประมาณ 7 วันหลังการผ่าตัด รอยแผลจะค่อย ๆ สมานตัวและจางลงในช่วงเวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล
ดูรีวิวเคสจริง : รีวิวปรับทรงจมูกเคสยาก จมูกติดเชื้อปลายหดยุบ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ
ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ จะกลับมามีสันเหมือนเดิมก่อนเสริมได้ไหม ?
หากก่อนเสริมจมูกไม่เคยผ่านการตะไบฮัมพ์หรือแนวกระดูกอ่อนไม่ถูกกดทับจนฝ่อ สันจมูกมักค่อย ๆ ปรับสภาพกลับมาใกล้เคียงกับสรีระเดิมหลังเนื้อผิวยุบบวมและเข้าที่ในช่วงประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล แต่หากกระดูกเดิมถูกปรับแต่งออกไปหรือมีพังผืดหดรั้ง สันจมูกอาจดูแบนลงกว่าเดิม ซึ่งอาจต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางการผ่าตัดปรับทรงจมูกใหม่
จมูกบุ๋มหลังถอดซิลิโคน สามารถฉีดสารเติมเต็มได้ไหม ?
การฉีดสารเติมเต็มในจมูกที่เคยผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงกว่าจมูกที่ไม่เคยผ่าตัด แพทย์จึงมักพิจารณาใช้เนื้อเยื่อหรือกระดูกอ่อนของตัวเองแทน เพราะบริเวณที่เคยผ่าตัดมักมีพังผืดหนา และระบบเส้นเลือดฝอยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การฉีดสารเติมเต็มในเนื้อผิวที่มีพังผืดดึงรั้ง อาจเสี่ยงต่อการอุดตันของเส้นเลือด และไม่สามารถยกพยุงแนวกระดูกที่ยุบตัวได้เหมาะสม
ถอดซิลิโคนจมูกต้องพักฟื้นกี่เดือน ถึงจะวางแผนผ่าตัดเสริมใหม่ได้ ?
ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของการถอด หากไม่มีการติดเชื้อสามารถผ่าตัดปรับแต่งรูปทรงใหม่พร้อมกันได้ แต่หากมีประวัติการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเนื้อผิวบาง ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน เพื่อให้แผลภายในสมานตัวเรียบร้อยก่อนพิจารณาผ่าตัดในขั้นตอนถัดไป
อาการจมูกยุบตัวหรือพังผืดหดรั้ง สามารถคลายตัวหรือฟื้นสภาพได้เองหรือไม่ ?
ภาวะพังผืดหดรั้งและการยุบตัวของกระดูกอ่อน โดยทั่วไปไม่สามารถคลายตัวได้เองตามธรรมชาติ เมื่อชั้นพังผืดเริ่มหดรั้งและสร้างแรงดึงผิวหนัง อาการจะคงอยู่จนกว่าจะได้รับการพิจารณาผ่าตัดเลาะพังผืดออกและสร้างฐานค้ำยันใหม่โดยแพทย์ การนวดหรือดึงจมูกด้วยตัวเองอาจยิ่งกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองและสร้างพังผืดเพิ่มขึ้นได้
ถอดซิลิโคนแล้วปลายจมูกหดสั้น เชิดขึ้น เกิดจากอะไร ?
อาการปลายจมูกหดสั้นและเชิดขึ้น เกิดจากแรงดึงรั้งของชั้นพังผืดเดิมที่หดตัวเข้าหากันหลังนำวัสดุเสริมออก ร่วมกับกระดูกอ่อนส่วนปลายขาดแรงค้ำยัน ส่งผลให้ผิวหนังและแนวกระดูกอ่อนถูกดึงรั้งขึ้นด้านบน การปรับแต่งรูปทรงต้องอาศัยเทคนิคการยืดผนังกั้นช่องจมูกและเลาะพังผืดเพื่อคลายแรงรั้ง
สรุป
ถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบ เกิดขึ้นได้จริง ทั้งจากการปรับตัวตามฐานกระดูกเดิม และการยุบตัวเปลี่ยนรูปจากแรงกดทับ พังผืดหดรั้ง หรือการตะไบฮัมพ์ ซึ่งการหมั่นสังเกตรอยบุ๋ม ปลายเชิดสั้น การหายใจที่เริ่มไม่สะดวก มีส่วนช่วยในการประเมินความเปลี่ยนแปลงและได้รับการดูแลได้ทันท่วงที
การปรับแต่งรูปทรงจมูกหลังนำวัสดุเสริมออก ควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เพื่อวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะเวลาเพื่อให้ผิวฟื้นตัว หรือผ่าตัดปรับทรงจมูกเทคนิค Open ด้วยกระดูกอ่อนตัวเอง เพื่อช่วยดูแลความคงรูปของทรงจมูกที่รับกับใบหน้าในระยะยาว
เพราะโครงจมูกแต่ละคน…
ไม่เหมือนกัน
แพทย์เฉพาะทาง สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา ประเมินก่อนทำทุกเคส แล้วแนะนำตามปัญหาจริง
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
ปรึกษาออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

