ทำจมูกเจ็บไหม? Day-by-Day Timeline ฉีดยาชา-1 เดือนยังเจ็บปกติไหม ครอบคลุมข้อสงสัยสำคัญ
หนึ่งในคำถามที่หลายคนกังวลก่อนตัดสินใจเสริมจมูก คือ “ทำจมูกเจ็บไหม” ความกลัวเข็มฉีดยา เสียงตะไบกระดูก และความเจ็บหลังผ่าตัด เป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายคนลังเลแม้จะอยากเสริมจมูกมานานแล้ว ความจริงคืออะไร ระดับความเจ็บที่แท้จริงเป็นยังไง และจะจัดการได้แค่ไหน
ประเด็นสำคัญ
- ทำจมูกเจ็บไหม เจ็บบ้าง แต่ไม่ถึงระดับที่ทนไม่ไหว ระหว่างผ่าตัดมียาชาช่วย ไม่รู้สึกเจ็บ หลังผ่าตัด 1-3 วันแรกเจ็บปานกลางคล้ายเจ็บฟัน ทุเลาด้วยยาแก้ปวด
- ฉีดยาชาเจ็บแค่ไหน เจ็บแบบจี๊ด ๆ คล้ายฉีดวัคซีน ใช้เวลา 5-10 วินาที หลังจากนั้นไม่รู้สึกเจ็บอีก แพทย์มักแปะยาชาที่ผิวก่อนเพื่อลดความเจ็บตอนฉีด
- เจ็บกี่วัน วันที่ 1-3 เจ็บมากสุด / วันที่ 4-7 ลดลง 50% / สัปดาห์ที่ 2 เหลือตึง / สัปดาห์ที่ 3-4 ความตึงค่อย ๆ หาย
- เสริมจมูก 1 เดือนยังเจ็บ ความ “เจ็บ” จริง ๆ ควรหายในสัปดาห์แรก หากเดือนที่ 1 ยังรู้สึก “เจ็บ” จริง ๆ (ไม่ใช่แค่ตึง) อาจผิดปกติ ควรพบแพทย์
- ทำจมูกใช้เวลากี่ชั่วโมง Closed Rhinoplasty 1-1.5 ชั่วโมง / Open Rhinoplasty 1.5-3 ชั่วโมง / Open Rib Rhinoplasty 3-4 ชั่วโมง
- ทำตา vs ทำจมูก ส่วนใหญ่ทำจมูกเจ็บกว่าเล็กน้อย แต่ระยะพักฟื้นใกล้เคียงกัน 7-14 วัน
- วิธีลดความเจ็บ เลือกแพทย์ผู้ชำนาญการ / ทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง / ประคบเย็น / นอนหนุนหมอนสูง / หลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยง
บทความนี้รวบรวมคำตอบครบถ้วนเกี่ยวกับ ความเจ็บปวดในการทำจมูก ตั้งแต่ความเจ็บตอนฉีดยาชา ระหว่างผ่าตัด หลังผ่าตัด Day-by-Day Timeline ความเจ็บแต่ละช่วง ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความเจ็บ การเปรียบเทียบกับการทำตา การจัดการเมื่อ 1 เดือนแล้วยังเจ็บอยู่ ไปจนถึงวิธีลดความเจ็บปวด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเตรียมตัวได้ถูกต้อง
Table of Contents
ทำจมูกเจ็บไหม คำตอบจากแพทย์
คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ทำจมูกเจ็บไหม” คือ เจ็บบ้าง แต่ไม่รุนแรงอย่างที่หลายคนคิด ความเจ็บปวดในการทำจมูกอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถจัดการได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่คนไข้บรรยายว่ารู้สึก “เหมือนแรงกดบริเวณจมูก” มากกว่า “เจ็บแบบแหลมคม”
ความกลัวที่หลายคนมีก่อนทำส่วนใหญ่มาจากการได้ยินรีวิวที่เกินจริง หรือการดูคลิป YouTube/TikTok ที่เน้นภาพเสียงน่ากลัว ความจริงคือเทคโนโลยีและยาชาในปัจจุบันพัฒนามาก ทำให้ความเจ็บปวดควบคุมได้ดีกว่าเมื่อก่อนมาก
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บไม่ได้เท่ากันในทุกขั้นตอน บางช่วงเจ็บมากกว่าช่วงอื่น การเข้าใจระดับความเจ็บในแต่ละช่วงช่วยให้เตรียมตัวและตั้งความคาดหวังได้ถูกต้อง
ภาพรวมระดับความเจ็บในแต่ละช่วง
- ตอนฉีดยาชา เจ็บแบบจี๊ดสั้น ๆ 5-10 วินาที
- ระหว่างผ่าตัด ไม่เจ็บ (ยาชาทำงานเต็มที่)
- 24 ชั่วโมงแรก เจ็บปานกลาง คล้ายเจ็บฟัน — ใช้ยาแก้ปวดช่วยได้
- วันที่ 2-3 เจ็บลดลงชัดเจน
- วันที่ 4-7 เหลือแค่ตึง ไม่ปวดแล้ว
- 2 สัปดาห์ขึ้นไป ตึงค่อย ๆ หาย ส่วนใหญ่หายปกติ
ทำไมไม่เจ็บมากอย่างที่คิด
- การใช้ยาชาเฉพาะที่ระงับความเจ็บได้เต็มที่
- ในเคสซับซ้อนใช้ยาสลบ ทำให้ไม่รู้สึกอะไรเลย
- ยาแก้ปวดหลังผ่าตัดมีประสิทธิภาพดี
- บริเวณจมูกมีเส้นประสาทไม่หนาแน่นเท่าจุดอื่น
- แพทย์ผู้ชำนาญการใช้เทคนิคที่ลดการกระทบเนื้อเยื่อ
ความเจ็บไม่เท่ากันสำหรับทุกคน
แต่ละคนมีระดับความทนเจ็บที่ต่างกัน บางคนรู้สึกเจ็บน้อย บางคนรู้สึกเจ็บมากกว่าเฉลี่ย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ระดับความวิตกกังวล และเทคนิคที่ใช้ การแจ้งแพทย์ตั้งแต่ปรึกษาว่าคุณกังวลเรื่องความเจ็บ จะช่วยให้แพทย์ปรับแผนการให้ยาให้เหมาะ
ดูข้อมูลการดูแลตัวเองหลังเสริมจมูกเพิ่มเติมที่ How to ลดบวมหลัง Rhinoplasty
ทำจมูกเจ็บขนาดไหน เปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย
คำถาม “ทำจมูกเจ็บขนาดไหน” เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะระดับความเจ็บเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่การเปรียบเทียบกับความเจ็บที่คนทั่วไปคุ้นเคยจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจน
ในทางการแพทย์ใช้ Pain Scale 0-10 ในการประเมิน 0 คือไม่ปวด 10 คือเจ็บระดับรุนแรงเท่าที่จินตนาการได้ ความเจ็บจากการทำจมูกอยู่ในช่วง 3-5 ในวันแรก และลดลงเป็น 1-2 ในวันที่ 4-7
การเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยช่วยให้เข้าใจระดับได้ดีขึ้น
เปรียบเทียบความเจ็บกับสิ่งที่คุ้นเคย
- ความเจ็บตอนฉีดยาชา คล้ายฉีดวัคซีนทั่วไป
- 24 ชั่วโมงแรก คล้ายปวดฟันระดับปานกลาง
- วันที่ 2-3 คล้ายปวดศีรษะระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- วันที่ 4-7 คล้ายเจ็บคออ่อน ๆ ตอนเป็นหวัด
- สัปดาห์ที่ 2 ตึง ๆ คล้ายผ้าพันรอบจมูก ไม่ปวดแล้ว
Pain Scale ตามช่วงเวลา
- ตอนฉีดยาชา 3-4/10 (จี๊ดสั้น ๆ)
- ระหว่างผ่าตัด 0-1/10 (เกือบไม่รู้สึก)
- 24 ชั่วโมงแรก 4-5/10 (ปานกลาง)
- วันที่ 2-3 3-4/10 (ค่อย ๆ ลด)
- วันที่ 4-7 1-2/10 (เล็กน้อย)
- 2 สัปดาห์ขึ้นไป 0-1/10 (เกือบไม่เจ็บ)
ทำไมความเจ็บถึงควบคุมได้
ความเจ็บจากการทำจมูกควบคุมได้เพราะ 3 ปัจจัยหลัก
- ยาชาเฉพาะที่ ระงับเส้นประสาทบริเวณจมูกได้ทันที
- ยาแก้ปวดหลังผ่าตัด ใช้ยา paracetamol หรือ NSAIDs ตามความเหมาะสม
- เทคนิคของแพทย์ การผ่าตัดที่ละเอียดและไม่ขยายเนื้อเยื่อเกินจำเป็น ลดการกระทบ
ความรู้สึก “เจ็บ” vs “ตึง” vs “หนัก”
หลายคนสับสนระหว่างความรู้สึก 3 แบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการประเมินอาการ
- เจ็บ ปวดที่ต้องการยาแก้ปวด — พบในวันที่ 1-3 เป็นหลัก
- ตึง รู้สึกแน่น ไม่สบาย แต่ไม่ปวด — พบใน 1-3 เดือนแรก
- หนัก รู้สึกเหมือนมีของวางบนจมูก — พบในสัปดาห์แรก
ฉีดยาชาเสริมจมูกเจ็บไหม
หนึ่งในความกลัวที่สำคัญคือ “ฉีดยาชาเสริมจมูกเจ็บไหม” คนที่กลัวเข็มมักกังวลกับขั้นตอนนี้มาก ความจริงคือฉีดยาชาเจ็บแบบจี๊ดสั้น ๆ ใช้เวลาเพียง 5-10 วินาทีต่อจุด หลังจากนั้นจะรู้สึกชาและไม่เจ็บอีก
ปัจจุบันแพทย์ส่วนใหญ่ใช้เทคนิคที่ช่วยลดความเจ็บตอนฉีดยาชา เช่น แปะยาชาที่ผิวก่อน หรือ ใช้เข็มเล็กพิเศษ เทคนิคเหล่านี้ทำให้ความเจ็บลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนเริ่มฉีด แพทย์จะอธิบายขั้นตอนและให้เวลาคนไข้เตรียมตัว การหายใจช้า ๆ และการผ่อนคลายช่วยให้ความเจ็บที่รู้สึกน้อยลง
ระดับความเจ็บตอนฉีดยาชา
- คนที่ทนเจ็บปกติ 3-4/10 จี๊ด ๆ สั้น ๆ
- คนที่กลัวเข็ม 4-5/10 (ความรู้สึกขยายจากความกลัว)
- คนที่ใช้ยาชาแปะก่อน 1-2/10 (เกือบไม่รู้สึก)
ระยะเวลาการเจ็บ
- ขณะที่เข็มกำลังเข้า 1-2 วินาทีแรกรู้สึกชัด
- ระหว่างฉีดยา 5-8 วินาที รู้สึกเย็น ๆ
- หลังถอนเข็ม ไม่เจ็บอีก
- 3-5 นาทีต่อมา ยาชาออกฤทธิ์ ไม่รู้สึกอะไรเลย
เทคนิคลดความเจ็บตอนฉีดยาชา
- แปะยาชาที่ผิวก่อน 15-30 นาที ลดความเจ็บตอนเข็มเข้าได้ 50-70%
- ใช้เข็มเล็กพิเศษ ขนาด 30-32 G ที่บางมาก
- ฉีดช้า ๆ ลดความรู้สึกขยายของเนื้อเยื่อ
- อุ่นยาชาก่อน ยาที่อุณหภูมิร่างกายเจ็บน้อยกว่ายาเย็น
- เทคนิค Distraction แพทย์อาจชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
อาการหลังยาชาออกฤทธิ์
- รู้สึกชาที่บริเวณจมูกและพื้นที่รอบ ๆ
- เนื้อเยื่อรอบจมูกอาจดูบวมเล็กน้อย (จากปริมาณยาที่ฉีดเข้าไป)
- ไม่รู้สึกเจ็บเลยในระหว่างผ่าตัด
- ยาชาคงฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมงหลังฉีด
ฉีดยาชาตรงไหนบ้าง + ขั้นตอนการให้ยา

คำถาม “เสริมจมูกฉีดยาชาตรงไหนบ้าง” สะท้อนความอยากรู้ของหลายคนก่อนทำ ตำแหน่งการฉีดยาชามีหลายจุดเพื่อระงับความรู้สึกในบริเวณที่จะทำการผ่าตัด แพทย์จะฉีดเป็นลำดับเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ
ในกรณีของ Closed Rhinoplasty ที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ จุดที่ฉีดมีประมาณ 5-7 จุดบริเวณจมูก ส่วน Open Rhinoplasty หรือเคสที่ดมยาสลบจะใช้ยาชาในปริมาณน้อยกว่าและฉีดเสริมเฉพาะจุด
การเข้าใจขั้นตอนช่วยลดความวิตกกังวลในวันผ่าตัด
ตำแหน่งที่ฉีดยาชาในการเสริมจมูก
- ฐานคอลูเมลล่า (ระหว่างรูจมูก) ระงับความรู้สึกบริเวณปลายและกึ่งกลาง
- ภายในรูจมูก 2 จุด ระงับความรู้สึกในเยื่อบุ
- ฐานปีกจมูก 2 จุด ระงับความรู้สึกบริเวณฐานและปีก
- เหนือสันจมูก ระงับความรู้สึกบริเวณสัน
- ใต้กลีบหัวคิ้ว ระงับเส้นประสาทใหญ่ที่เลี้ยงจมูก
ขั้นตอนการให้ยาชาที่ S45 Clinic
ขั้นที่ 1 เตรียมพร้อม (5-10 นาที)
- แพทย์อธิบายขั้นตอน
- ทำความสะอาดผิวจมูก
- แปะครีมยาชาที่ผิว 15-30 นาที (ลดความเจ็บตอนฉีด)
ขั้นที่ 2 ฉีดยาชา (3-5 นาที)
- เริ่มจากจุดที่ผิวยาชาแล้ว
- ฉีดทีละจุด ห่างกัน 30-60 วินาที
- แต่ละจุดใช้เวลา 5-10 วินาที
ขั้นที่ 3 รอยาออกฤทธิ์ (5 นาที)
- รอให้ยาชากระจายและออกฤทธิ์เต็มที่
- แพทย์ทดสอบความชาด้วยการสัมผัสเบา ๆ
- เริ่มผ่าตัดเมื่อชาเต็มที่
แปะยาชาก่อนฉีดยาชา ทำไมต้องทำ
การ แปะยาชาก่อนฉีดยาชา เป็นเทคนิคที่ช่วยลดความเจ็บอย่างมีนัยสำคัญ ครีมยาชาที่ใช้มักเป็น Lidocaine 5% หรือ EMLA ที่ทำให้ผิวชา 30-60 นาที เมื่อเข็มเข้าผิวที่ชาแล้ว คนไข้แทบไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้ขั้นตอนนี้ผ่านไปง่ายโดยเฉพาะคนที่กลัวเข็ม
กรณีดมยาสลบ — ไม่ต้องฉีดยาชาเอง
ในเคสที่ใช้ Open Rhinoplasty หรือเคสซับซ้อน แพทย์อาจเลือกใช้ยาสลบ ในกรณีนี้คนไข้ “หลับ” ตลอดการผ่าตัด ไม่ต้องผ่านขั้นตอนฉีดยาชาเอง เมื่อตื่นจะรู้สึกเหมือนเพิ่งงีบหลับ ไม่จำอะไรในห้องผ่าตัดเลย เหมาะกับคนที่กลัวเข็มมาก ๆ
ระหว่างผ่าตัดเจ็บไหม เสียงตะไบน่ากลัวจริงไหม
หลายคนกังวลว่า “ระหว่างผ่าตัดเจ็บไหม” และที่กลัวมากกว่าคือ “เสียงตะไบกระดูกน่ากลัวขนาดไหน” ความจริงคือ ระหว่างผ่าตัดไม่รู้สึกเจ็บ เพราะยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ คนไข้จะรู้สึกแค่แรงกดและการขยับเล็ก ๆ น้อย ๆ
ส่วนเรื่องเสียงตะไบ เกิดเฉพาะในเคสที่ต้อง ตะไบฮัมพ์ (กระดูกที่นูนผิดปกติบนสันจมูก) หรือ เกลาฐานจมูก ซึ่งไม่ได้ทำในทุกเคส เสียงที่ได้ยินจะคล้ายเสียงตะไบเล็บแต่ใหญ่กว่า ฟังแล้วอาจรู้สึกแปลก แต่ไม่เจ็บ
หากกังวลเรื่องเสียง สามารถแจ้งแพทย์ก่อน บางคลินิกจะให้คนไข้ฟังเพลงผ่านหูฟังระหว่างผ่าตัดเพื่อกลบเสียงและช่วยผ่อนคลาย
ความรู้สึกระหว่างผ่าตัด
- ไม่เจ็บ ยาชาระงับความรู้สึกเจ็บได้ 100%
- รู้สึกแรงกด เมื่อแพทย์ดันหรือกด
- รู้สึกเครื่องมือ เมื่อแพทย์ใช้เครื่องมือแต่ไม่เจ็บ
- ได้ยินเสียง เสียงเครื่องมือต่าง ๆ
- อยู่ในสติเต็มที่ (Closed) สามารถพูดคุยกับแพทย์ได้
เสียงต่าง ๆ ที่จะได้ยิน
- เสียงตะไบฮัมพ์ คล้ายตะไบเล็บ ใช้ในเคสที่มีฮัมพ์
- เสียงเครื่องดูดเลือด เสียงคล้ายเครื่องดูดฝุ่นเบา ๆ
- เสียงเข็มเย็บ เสียงเล็กน้อยตอนเย็บแผล
- เสียงคีมและกรรไกร เสียงโลหะกระทบเครื่องมือ
เคสไหนที่ต้องตะไบกระดูก
- เคสที่มี ฮัมพ์จมูก (กระดูกนูนบนสัน)
- เคสที่ต้องการ เกลาสันจมูก ให้ตรง
- เคสที่ต้อง ตอกฐานจมูก ให้แคบลง
- เคสที่ต้องเจาะกระดูกเพื่อเสริม
หากเคสของคุณไม่มีลักษณะเหล่านี้ จะไม่มีเสียงตะไบเลย
วิธีจัดการความกลัวเสียง
- ฟังเพลง ใช้หูฟังในห้องผ่าตัด (ขออนุญาตแพทย์ก่อน)
- หายใจช้า ๆ ฝึกหายใจลึก ๆ ช่วยผ่อนคลาย
- คุยกับแพทย์ เบี่ยงเบนความสนใจ
- เลือกดมยาสลบ ในเคสที่กลัวมาก สามารถขอใช้ยาสลบแทน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคที่ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงในเคสซับซ้อนที่ เสริมจมูกกระดูกซี่โครง ราคา
ทำจมูกเจ็บกี่วัน Day-by-Day Timeline

คำถาม “ทำจมูกเจ็บกี่วัน” สะท้อนความต้องการรู้ระยะเวลาที่ต้องลางานหรือเตรียมตัวรับมือ คำตอบคือ เจ็บมากใน 1-3 วันแรก และลดลงอย่างชัดเจนหลังจากนั้น Day-by-Day Timeline จะช่วยให้เห็นภาพชัด
ระยะเวลาเจ็บแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ ความซับซ้อนของเคส และระดับความทนเจ็บส่วนบุคคล แต่โดยทั่วไปจะเป็นไปตาม Timeline นี้
การเตรียมตัวล่วงหน้าตาม Timeline ช่วยให้คุณรู้ว่าควรลางานนานแค่ไหนและเตรียมยาแก้ปวดตามแพทย์สั่งให้พร้อม
วันที่ 1 เจ็บปานกลาง (Pain 4-5/10)
- ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
- รู้สึกเจ็บปานกลาง คล้ายปวดฟันระดับปานกลาง
- บวมและช้ำเริ่มชัดเจน
- ทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่งทุก 4-6 ชั่วโมง
- นอนหลับได้ในคืนนั้น
วันที่ 2-3 เจ็บมาก (Pain 4-5/10)
- บวมและช้ำชัดเจนมาก
- ความเจ็บในระดับใกล้เคียงกับวันแรก
- รู้สึกหนักและตึงบริเวณจมูก
- ยังต้องทานยาแก้ปวดสม่ำเสมอ
- ประคบเย็น 15 นาทีทุก 2-3 ชั่วโมง
วันที่ 4-7 เจ็บลดลง (Pain 2-3/10)
- ความเจ็บลดลงอย่างชัดเจน
- บวมเริ่มยุบ 30-50%
- อาจไม่ต้องทานยาแก้ปวดทุกครั้งแล้ว
- สามารถออกจากบ้านไปทำธุระเบา ๆ ได้
- ตัดเฝือก/ไหมในวันที่ 7
สัปดาห์ที่ 2 ตึงเป็นหลัก (Pain 1-2/10)
- ความเจ็บที่แท้จริงแทบหมด
- เหลือแค่ความตึงและรู้สึกหนัก
- ไม่ต้องทานยาแก้ปวดแล้ว
- บวมยุบ 60-70%
- กลับไปทำงานปกติได้
สัปดาห์ที่ 3-4 ตึงค่อย ๆ หาย (Pain 0-1/10)
- ไม่เจ็บแล้ว
- ความตึงค่อย ๆ ลดลง
- บางครั้งรู้สึกแปลก ๆ เมื่อยิ้มหรือหัวเราะ
- ออกกำลังกายเบา ๆ ได้
- เริ่มเห็นรูปทรงจมูกใหม่
เดือนที่ 1-3 ความตึงหายเกือบหมด (Pain 0/10)
- ไม่เจ็บ
- ความตึงเหลือเล็กน้อย เฉพาะเมื่อสัมผัส
- รู้สึกเป็นปกติเกือบทั้งหมด
- การรัดแกนเริ่มเข้าที่
- รู้สึกจมูกเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าแล้ว
เดือนที่ 3-6 ปกติเต็มที่
- รู้สึกเป็นปกติเหมือนจมูกเดิม
- ไม่มีความเจ็บหรือตึง
- การรัดแกนเสถียร
- ทรงจมูกเข้าที่สมบูรณ์
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Rib Nose Recovery กี่วัน สำหรับเคสที่ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง
เสริมจมูก 1 เดือนยังเจ็บ ปกติไหม
คำถาม “เสริมจมูก 1 เดือนยังเจ็บ” เป็นคำถามที่หลายคนกังวล เพราะคิดว่าผ่านมา 1 เดือนแล้วน่าจะหายแล้ว ความจริงต้องแยกระหว่าง “เจ็บจริง” กับ “ตึง” เพราะสองอย่างนี้ต่างกันชัดเจน
ความเจ็บที่แท้จริง ควรหายในสัปดาห์แรก หากเดือนที่ 1 ยังรู้สึก “เจ็บ” ที่ต้องการยาแก้ปวดอยู่ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องตรวจ ส่วน ความตึง ที่อยู่ถึง 2-3 เดือนเป็นเรื่องปกติของกระบวนการรัดแกน
การแยกแยะความรู้สึกของตัวเองช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรพบแพทย์หรือรอต่อ
แยก “เจ็บ” จาก “ตึง”
เจ็บ
- ปวดที่ต้องการยาแก้ปวด
- รบกวนการนอน
- ปวดต่อเนื่องตลอดวัน
- รู้สึกแบบแหลมคม
- ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ตึง
- รู้สึกแน่นและไม่สบายเล็กน้อย
- ไม่ต้องกินยา
- รู้สึกเฉพาะตอนสัมผัสหรือขยับ
- ลดลงเองตามเวลา
- ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน
เดือนที่ 1 รู้สึกแบบไหนถือว่าปกติ
- ตึงเล็กน้อยถึงปานกลาง
- รู้สึกเหมือนมีของรัดบริเวณจมูก
- บางครั้งรู้สึกชาที่ปลาย
- ไม่สบายเมื่อสัมผัสจมูก
- ผิวบริเวณจมูกแห้งและลอก
- รู้สึกแข็งบริเวณสัน
เดือนที่ 1 รู้สึกแบบไหนถือว่าผิดปกติ
- ปวดมากที่ต้องการยาแก้ปวด
- บวมแดงร้อน
- ปวดเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
- มีอาการอื่นร่วม เช่น มีไข้
- ปวดข้างเดียวชัดเจน
- มีหนองหรือกลิ่นเหม็น
สาเหตุที่อาจทำให้ 1 เดือนยังเจ็บผิดปกติ
- การติดเชื้อ ทำให้ปวดและบวมร่วมกัน
- ซิลิโคนกดเส้นประสาท ปวดเฉพาะจุด
- การรัดแกนผิดปกติ Capsule รัดแน่นเกิน
- อาการแพ้ บวมและปวดเรื้อรัง
- อุบัติเหตุที่ลืม กระทบจมูกแล้วลืม
เมื่อไหร่ที่ต้องพบแพทย์
หากเข้าข่ายอาการผิดปกติข้างต้น ควรพบแพทย์ที่ทำให้ภายใน 1-3 วัน เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาก่อนที่ปัญหาจะรุนแรง การรักษาเร็วช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดต่อจมูกในระยะยาว
ทำจมูกใช้เวลากี่ชั่วโมงเสร็จ
คำถาม “ทำจมูกใช้เวลากี่ชั่วโมง” สะท้อนความต้องการเตรียมตัวเรื่องเวลาในวันผ่าตัด คำตอบขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกและความซับซ้อนของเคส ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงในเคสตรงไปตรงมา ไปจนถึง 4 ชั่วโมงในเคสซับซ้อน
นอกจากเวลาผ่าตัดเอง ต้องเผื่อเวลาเตรียมตัว ฉีดยาชา และดูอาการหลังผ่าตัด รวมแล้วใช้เวลาในคลินิกประมาณ 3-6 ชั่วโมง การวางแผนเรื่องเวลาช่วยให้เตรียมตัวล่วงหน้าได้
ระยะเวลาแต่ละเทคนิค
Closed Rhinoplasty (เทคนิคปิด) 1-1.5 ชั่วโมง
- เคสที่ไม่ซับซ้อน
- ใส่ซิลิโคนสำเร็จรูปเข้าผ่านแผลในรูจมูก
- เหมาะกับเคสเสริมสันธรรมดา
Open Rhinoplasty (เทคนิคเปิด) 1.5-3 ชั่วโมง
- เคสปานกลาง
- แพทย์เห็นโครงสร้างเต็ม ปรับแต่งได้ละเอียด
- ใช้เวลาเย็บแผลที่คอลูเมลล่าเพิ่ม
Open Rib Rhinoplasty (กระดูกซี่โครง) 3-4 ชั่วโมง
- เคสซับซ้อนหรือ Revision
- ผ่าตัดเก็บกระดูกอ่อนซี่โครงก่อน
- สร้างโครงสร้างจมูกใหม่
- ใช้เวลามากในกลุ่ม
เสริมจมูก + ตัดปีกจมูก เพิ่มอีก 30-45 นาที
- รวมทำในครั้งเดียว
- เพิ่มเวลาเล็กน้อยจากเสริมจมูกอย่างเดียว
เวลารวมในวันผ่าตัด
- เตรียมตัว 30 นาที (ตรวจ ทำเอกสาร เปลี่ยนชุด)
- ฉีดยาชา/ดมยาสลบ 15-30 นาที
- ผ่าตัดจริง 1-4 ชั่วโมง (ตามเทคนิค)
- พักดูอาการ 1-2 ชั่วโมง
- รวม 3-7 ชั่วโมงในคลินิก
เคสไหนใช้เวลานานพิเศษ
- เคส Revision ที่ต้องถอดของเก่า
- เคสฐานจมูกแบนมากที่ต้องสร้างใหม่
- เคสที่มีพังผืดหนา
- เคสที่ต้องตะไบกระดูกหรือตอกฐาน
- เคสที่ใช้กระดูกอ่อนหลายชิ้น
ดูข้อมูลเทคนิคพิเศษเพิ่มเติมที่ Revision Rhinoplasty สำหรับเคสซับซ้อน
ทำตา vs ทำจมูก อันไหนเจ็บกว่ากัน
คำถาม “ทำตากับจมูก อันไหนเจ็บกว่ากัน” เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะคนที่กำลังพิจารณาทำทั้งสองอย่าง คำตอบสั้น ๆ คือ ทำจมูกเจ็บกว่าทำตาเล็กน้อย แต่ทั้งสองอย่างอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
ความเจ็บจากทำตาส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 2-3/10 ส่วนทำจมูกอยู่ที่ 3-5/10 ในวันแรก ความต่างนี้มาจากปริมาณเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดและความลึกของแผล จมูกผ่าตัดเข้าถึงกระดูกและกระดูกอ่อน ส่วนตาผ่าตัดเฉพาะผิวและไขมัน
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ต้องคำนึง การพักฟื้นและภาพรวมก็สำคัญเช่นกัน
เปรียบเทียบความเจ็บ ทำตา vs ทำจมูก
| คุณลักษณะ | ทำตา (สองชั้น) | ทำจมูก |
| ตอนฉีดยาชา | 2-3/10 | 3-4/10 |
| 24 ชั่วโมงแรก | 2-3/10 | 4-5/10 |
| วันที่ 4-7 | 1/10 | 2-3/10 |
| พักฟื้น | 7-10 วัน | 7-14 วัน |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 30-60 นาที | 1-3 ชั่วโมง |
| ลางาน | 5-7 วัน | 7-14 วัน |
| ค่าใช้จ่าย | ปานกลาง | ปานกลาง-สูง |
ปัจจัยที่ทำให้ทำจมูกเจ็บกว่า
- ผ่าตัดเข้าถึงกระดูกและกระดูกอ่อน
- การตอกฐานหรือตะไบกระดูก
- การเสริมซิลิโคนที่ขยายเนื้อเยื่อ
- บวมและช้ำมากกว่า
- บริเวณกึ่งกลางใบหน้ามีเส้นประสาทมาก
ปัจจัยที่ทำให้ทำตาเจ็บน้อยกว่า
- ผ่าตัดเฉพาะผิวและไขมันใต้ผิว
- แผลเล็กกว่า
- ไม่กระทบกระดูก
- บวมและช้ำหายเร็วกว่า
กรณีทำพร้อมกัน
หลายคนเลือกทำตาและทำจมูกในวันเดียวเพื่อประหยัดเวลาพักฟื้น ในกรณีนี้ความเจ็บจะรวมกันและพักฟื้นในระยะเดียว ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2-4 ชั่วโมง พักฟื้น 7-14 วัน ลางาน 7-10 วัน
เปรียบเทียบความเจ็บ ซิลิโคน vs กระดูกอ่อน
ระหว่าง 2 เทคนิคหลัก คือ เสริมซิลิโคน กับ ใช้กระดูกอ่อน ความเจ็บปวดต่างกันชัดเจน เพราะการใช้กระดูกอ่อนต้องผ่าตัดเก็บจากร่างกาย เพิ่มแผลและความเจ็บอีกหนึ่งจุด
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บเพิ่มเติมจากการเก็บกระดูกอ่อนคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ทนทานและดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในเคสที่เนื้อจมูกบางหรือเคส Revision
การเข้าใจความต่างช่วยตัดสินใจเลือกเทคนิคที่เหมาะกับตัวเอง
เสริมจมูกด้วยซิลิโคน
- ความเจ็บ จำกัดอยู่ที่จมูก
- ระดับ ปานกลาง 3-4/10 ในวันแรก
- พักฟื้น 7-14 วัน
- ไม่มีแผลเพิ่ม เฉพาะแผลในจมูก
เสริมจมูก + กระดูกอ่อนหู
- ความเจ็บ จมูก + แผลเล็กที่หลังหู
- ระดับ ปานกลาง 3-5/10 ในวันแรก
- พักฟื้น 10-14 วัน
- แผลที่หู เล็กและซ่อนได้ดี
เสริมจมูก + กระดูกอ่อนซี่โครง (Open Rib)
- ความเจ็บ จมูก + ซี่โครงด้านข้างลำตัว
- ระดับ ปานกลาง-สูง 4-6/10 ในวันแรก (เจ็บที่ซี่โครงเป็นหลัก)
- พักฟื้น 14-21 วัน
- แผลที่ซี่โครง 3-5 ซม. ซ่อนใต้เสื้อ
คำแนะนำในการเลือก
- เคสปกติเนื้อจมูกพอ เลือกซิลิโคนเดี่ยว ความเจ็บน้อย
- เคสเนื้อบางหรือต้องการความนุ่มนวลและกลมกลืน ซิลิโคน + กระดูกอ่อนหู
- เคส Revision หรือต้องการความทนทานสูง Open Rib Rhinoplasty (ความเจ็บเพิ่มแต่ผลคุ้มค่า)
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เสริมจมูก (Nose Surgery) เพื่อเข้าใจตัวเลือกเทคนิคหลากหลายแบบ
ปัจจัยที่ทำให้ทำจมูกเจ็บมากหรือน้อย
ความเจ็บจากการทำจมูกไม่ได้เท่ากันทุกคน แม้ใช้เทคนิคเดียวกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความเจ็บมีหลายอย่าง ทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้และที่ควบคุมไม่ได้
การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้คาดการณ์ได้ว่าตัวเองน่าจะเจ็บในระดับไหน และปรับสิ่งที่ควบคุมได้เพื่อลดความเจ็บปวด
ปัจจัยที่ควบคุมได้
- เลือกแพทย์ผู้ชำนาญการ เทคนิคที่ดีลดการกระทบเนื้อเยื่อ
- เตรียมตัวก่อนผ่าตัด สุขภาพดี ภูมิต้านทานสูง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัด ทานยาตามแพทย์สั่ง พักผ่อนเพียงพอ
- การประคบเย็น ลดบวมและความเจ็บ
- ระดับความเครียด ผ่อนคลายช่วยลดความเจ็บ
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
- อายุ อายุมากเจ็บนานกว่า
- เพศ ผู้หญิงทนเจ็บแบบเรื้อรังดีกว่า ผู้ชายทนเจ็บฉับพลันดีกว่า
- ระดับความทนเจ็บส่วนบุคคล เป็นเรื่องเฉพาะตัว
- โครงสร้างจมูก ฐานแบนหรือสันโด่งซับซ้อนเจ็บมากกว่า
- การมีพังผืด เคส Revision เจ็บมากกว่าเคสแรก
เคสที่มักเจ็บค่อนข้างมาก
- เคส Revision ที่ต้องถอดของเก่า
- เคสที่ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง
- เคสที่ต้องตอกฐานหรือตะไบกระดูก
- เคสที่ทำตัดปีกจมูกร่วมด้วย
- คนที่มีระดับความวิตกกังวลสูง
เคสที่มักเจ็บไม่มาก
- เคสครั้งแรก เนื้อจมูกพอ
- เคส Closed Rhinoplasty ตรงไปตรงมา
- คนที่สุขภาพแข็งแรง
- คนที่ผ่อนคลายและเตรียมตัวดี
เจ็บปกติ vs เจ็บผิดปกติ ที่ต้องรีบพบแพทย์

การแยก “เจ็บปกติ” ที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหาย กับ “เจ็บผิดปกติ” ที่บ่งบอกภาวะแทรกซ้อนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะภาวะแทรกซ้อนที่รักษาช้าจะแก้ไขยากขึ้น
ในช่วง 7 วันแรก ความเจ็บที่ปานกลางและทุเลาด้วยยาแก้ปวดถือว่าปกติ ส่วนความเจ็บที่รุนแรงหรือมีอาการอื่นร่วม เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
ลองสังเกตอาการของตัวเองเทียบกับรายการต่อไปนี้
เจ็บผิดปกติที่ต้องรีบพบแพทย์
- เจ็บมากกว่าวันแรก หากเจ็บเพิ่มขึ้นแทนลดลง
- เจ็บที่ยาแก้ปวดไม่ช่วย กินยาเต็มขนาดยังเจ็บ
- บวมแดงร้อน บริเวณจมูกร้อนผิดปกติ
- มีไข้สูง 38°C ขึ้นไป
- มีหนองหรือกลิ่นเหม็น จากแผลหรือรูจมูก
- ปลายแดงเข้มหรือดำ อาจเป็นสัญญาณเลือดไม่เลี้ยง
- เลือดออกไม่หยุด เลือดออกซ้ำหลังหยุดแล้ว
- ปวดข้างเดียว ผิดปกติมาก ๆ
เจ็บปกติ ไม่ต้องกังวล
- เจ็บปานกลางในวันที่ 1-3 ที่ทุเลาด้วยยา
- ความเจ็บลดลงทุกวัน
- บวมและช้ำที่ค่อย ๆ ยุบ
- ตึงและคันบริเวณแผลในสัปดาห์แรก
- รู้สึกแข็งและตึงในช่วง 1-3 เดือน
เมื่อสงสัยให้พบแพทย์
หากไม่แน่ใจว่าอาการของตัวเองปกติหรือผิดปกติ ให้ติดต่อคลินิกเพื่อปรึกษา ส่งภาพให้แพทย์ดูก่อน คลินิกที่มีระบบ After Care ที่ดีจะตอบกลับเร็วและให้คำแนะนำที่ถูกต้อง การพบแพทย์เร็วดีกว่ารอจนปัญหาลุกลาม
วิธีลดความเจ็บปวดหลังทำจมูก

แม้ความเจ็บจากการทำจมูกจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่มีวิธีลดความเจ็บให้น้อยลงอีก ทำให้ช่วงพักฟื้นสบายขึ้นและฟื้นตัวเร็วกว่า ข้อปฏิบัติเหล่านี้ทำได้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดและต่อเนื่องหลังผ่าตัด
การเตรียมตัวที่ดีล่วงหน้าและการดูแลตัวเองที่ถูกต้องส่งผลโดยตรงต่อระดับความเจ็บที่จะรู้สึก
ก่อนผ่าตัด
- เลือกแพทย์ผู้ชำนาญการ เทคนิคที่ดีลดการกระทบ
- งดเหล้าบุหรี่ 1 สัปดาห์ ลดบวมและฟื้นเร็ว
- งดยาทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน 7 วันก่อน
- ทานอาหารเสริมโปรตีนและวิตามินซี
- นอนหลับเพียงพอ เสริมภูมิต้านทาน
24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด
- ทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง ทุก 4-6 ชั่วโมงสม่ำเสมอ ไม่รอให้เจ็บมาก
- ประคบเย็น 15 นาทีทุก 2-3 ชั่วโมง
- นอนหนุนหมอนสูง 30 องศา
- ไม่กดหรือแตะจมูก ปล่อยให้พักสนิท
- อยู่ในที่อากาศเย็น ลดบวม
วันที่ 2-7
- ทานยาแก้ปวดต่อเนื่องตามแพทย์
- ประคบเย็นต่อในวันที่ 2-3
- เริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อช่วยลดช้ำ
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและเค็ม
- นอนหลับให้เพียงพอ
สัปดาห์ที่ 2 ขึ้นไป
- หยุดยาแก้ปวดได้
- เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ
- หลีกเลี่ยงกีฬาที่กระทบจมูก
- ทาเจลซิลิโคนที่แผล (สำหรับแผลภายนอก)
- พบแพทย์ตามนัด
ทำอย่างไรให้เจ็บน้อยลง
- ใช้ยาแปะชาก่อนฉีดยาชา ลดความเจ็บตอนเข็มเข้า
- เลือกห้องผ่าตัดที่มีทีมวิสัญญีแพทย์ ในเคสดมยาสลบ
- ฟังเพลงระหว่างผ่าตัด ผ่อนคลายและเบี่ยงเบนความสนใจ
- เตรียมตัวจิตใจล่วงหน้า การรู้ขั้นตอนทำให้ความกลัวลด
ทำไมเลือกเสริมจมูกที่ S45 Clinic
การลดความเจ็บปวดในการทำจมูกขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์ในการผ่าตัด การเลือกเทคนิคที่เหมาะ และระบบ After Care ที่ดูแลใกล้ชิด S45 Clinic ออกแบบทุกขั้นตอนเพื่อให้คนไข้สบายใจตลอดกระบวนการ ภายใต้ Promise “เพราะทุกความสวย มาจากความใส่ใจ”
ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง
ทีมแพทย์ของเราเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา (Otolaryngology) และอนุสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ที่ดูแลเคสจมูกและใช้เทคนิคที่ลดการกระทบเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยให้คนไข้สบายขึ้นในการพักฟื้น
ทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 11
ในเคสที่ดมยาสลบ มีทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 11 ตลอดการผ่าตัด ทำให้คนไข้ “หลับ” สนิท ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงตะไบหรือความรู้สึกใด ๆ และตื่นมาในห้องพักฟื้นที่ได้มาตรฐาน
ระบบ After Care ต่อเนื่อง 6 เดือน
- นัดติดตาม 1 สัปดาห์ / 1 เดือน / 3 เดือน / 6 เดือน
- ระบบ LINE สำหรับสอบถามอาการตลอดเวลา
- คำแนะนำการดูแลเฉพาะเคสเพื่อลดความเจ็บและบวม
- นโยบายดูแลกรณีเกิดอาการเจ็บผิดปกติ ตามเงื่อนไขของคลินิก
ดูข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการพักฟื้นหลังเสริมจมูกที่ Cleveland Clinic – Rhinoplasty
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำจมูกเจ็บไหม
ทำจมูกเจ็บไหม?
เจ็บบ้าง แต่ไม่รุนแรงอย่างที่หลายคนคิด ความเจ็บอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (Pain 3-5/10 ในวันแรก) ระหว่างผ่าตัดมียาชาช่วยทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ หลังผ่าตัด 1-3 วันแรกเจ็บปานกลางคล้ายปวดฟัน ทุเลาด้วยยาแก้ปวด และลดลงชัดเจนตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป
ทำจมูกเจ็บกี่วัน?
วันที่ 1-3 เจ็บมาก (Pain 4-5/10) / วันที่ 4-7 ลดลงเป็น 2-3/10 / สัปดาห์ที่ 2 เหลือแค่ตึง 1-2/10 / สัปดาห์ที่ 3-4 ความตึงค่อย ๆ หาย / เดือนที่ 1-3 รู้สึกเป็นปกติเกือบทั้งหมด ความเจ็บจริง ๆ หายในสัปดาห์แรก ความตึงต่อเนื่องถึง 2-3 เดือน
ทำจมูกเจ็บขนาดไหน?
เปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย ตอนฉีดยาชาคล้ายฉีดวัคซีน 24 ชั่วโมงแรกคล้ายปวดฟันระดับปานกลาง วันที่ 4-7 คล้ายเจ็บคออ่อน ๆ ตอนเป็นหวัด ใน Pain Scale 0-10 อยู่ที่ 3-5 ในวันแรก และลดลงเป็น 1-2 ในวันที่ 4-7
ฉีดยาชาเสริมจมูกเจ็บไหม?
เจ็บแบบจี๊ดสั้น ๆ 5-10 วินาทีต่อจุด คล้ายฉีดวัคซีน หลังจากนั้นจะรู้สึกชาและไม่เจ็บอีก หากแพทย์แปะยาชาที่ผิวก่อน 15-30 นาที จะช่วยลดความเจ็บตอนฉีดได้ 50-70% ทำให้แทบไม่รู้สึกเจ็บเลย
เสริมจมูก 1 เดือนยังเจ็บ ปกติไหม?
ต้องแยกระหว่าง “เจ็บ” กับ “ตึง” ความเจ็บที่แท้จริงควรหายในสัปดาห์แรก ความตึงอยู่ถึง 2-3 เดือน หากเดือนที่ 1 ยังรู้สึก “เจ็บ” จริง ๆ (ปวดที่ต้องการยาแก้ปวด) อาจผิดปกติ เช่น ติดเชื้อ ซิลิโคนกดเส้นประสาท หรือการรัดแกนผิดปกติ ควรพบแพทย์ภายใน 1-3 วัน
ทำจมูกใช้เวลากี่ชั่วโมงเสร็จ?
Closed Rhinoplasty 1-1.5 ชั่วโมง / Open Rhinoplasty 1.5-3 ชั่วโมง / Open Rib Rhinoplasty 3-4 ชั่วโมง รวมเวลาในคลินิก (เตรียมตัว + ผ่าตัด + พักดูอาการ) ประมาณ 3-7 ชั่วโมง การวางแผนเรื่องเวลาช่วยให้เตรียมตัวล่วงหน้าได้
ทำตากับทำจมูก อันไหนเจ็บกว่ากัน?
ทำจมูกเจ็บกว่าทำตาเล็กน้อย (Pain 4-5/10 vs 2-3/10 ในวันแรก) เพราะผ่าตัดเข้าถึงกระดูกและกระดูกอ่อน ส่วนทำตาเฉพาะผิวและไขมัน ระยะพักฟื้นใกล้เคียงกัน 7-14 วัน ทำในวันเดียวกันได้เพื่อประหยัดเวลาพักฟื้น
ฉีดยาชาตรงไหนบ้าง?
ฉีดประมาณ 5-7 จุด คือ ฐานคอลูเมลล่า (ระหว่างรูจมูก) / ภายในรูจมูก 2 จุด / ฐานปีกจมูก 2 จุด / เหนือสันจมูก / ใต้กลีบหัวคิ้ว แพทย์จะฉีดเป็นลำดับเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ ในเคสดมยาสลบจะใช้ยาชาในปริมาณน้อยกว่า
เสียงตะไบกระดูกน่ากลัวจริงไหม?
เสียงตะไบเกิดเฉพาะในเคสที่ต้องตะไบฮัมพ์ เกลาฐาน หรือตอกฐานจมูก ไม่ทำในทุกเคส เสียงคล้ายตะไบเล็บแต่ใหญ่กว่า ฟังแล้วอาจรู้สึกแปลกแต่ไม่เจ็บ หากกังวลสามารถขอฟังเพลงระหว่างผ่าตัด หรือเลือกดมยาสลบในเคสที่กลัวมาก
มีวิธีทำให้เจ็บน้อยลงไหม?
มีหลายวิธี เลือกแพทย์ผู้ชำนาญการ / เตรียมร่างกายให้สุขภาพดี / งดเหล้าบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์ / ใช้ยาชาแปะก่อนฉีดยาชา / ทานยาแก้ปวดสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง / ประคบเย็น 15 นาทีทุก 2-3 ชั่วโมง / นอนหนุนหมอนสูง / ผ่อนคลายลดความเครียด
สรุป
ทำจมูกเจ็บไหม คำตอบคือเจ็บบ้าง แต่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวด (Pain Scale 3-5/10 ในวันแรก) ระหว่างผ่าตัดมียาชาช่วยทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ ความเจ็บที่แท้จริงอยู่ในวันที่ 1-3 หลังผ่าตัด และลดลงชัดเจนตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป สัปดาห์ที่ 2 ขึ้นไปเหลือแค่ความตึงที่ค่อย ๆ หายในเดือนที่ 2-3
ฉีดยาชาเจ็บแบบจี๊ดสั้น ๆ 5-10 วินาทีต่อจุด คล้ายฉีดวัคซีน หากแพทย์แปะยาชาที่ผิวก่อนจะลดความเจ็บได้มาก ระยะเวลาผ่าตัดขึ้นอยู่กับเทคนิค Closed 1-1.5 ชั่วโมง Open 1.5-3 ชั่วโมง Open Rib 3-4 ชั่วโมง การเปรียบเทียบกับทำตา ทำจมูกเจ็บกว่าเล็กน้อยเพราะกระทบกระดูกและกระดูกอ่อน
หากเสริมจมูก 1 เดือนแล้วยังรู้สึก “เจ็บ” จริง ๆ ที่ต้องการยาแก้ปวด อาจผิดปกติและควรพบแพทย์ ส่วนความ “ตึง” ที่อยู่ถึง 2-3 เดือนเป็นเรื่องปกติของกระบวนการรัดแกน วิธีลดความเจ็บที่ดี คือ เลือกแพทย์ผู้ชำนาญการ เตรียมร่างกายล่วงหน้า ทานยาตามคำแนะนำ ประคบเย็น และพักผ่อนเพียงพอ
สนใจปรึกษาเรื่องการเสริมจมูกกับทีมแพทย์ S45 Clinic
ทีมแพทย์ของเราเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา + อนุสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า พร้อมประเมินรูปจมูก แนะนำเทคนิคที่เหมาะกับเคสและลดความเจ็บปวด พร้อมระบบ After Care ต่อเนื่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้น
“เพราะทุกความสวย มาจากความใส่ใจ”
LINE ID @s45clinic.official (มีแอดด้วยนะคะ) Hotline 02-125-2543 ถึง 44
การทำศัลยกรรมมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

