คีลอยด์ในจมูกหลังศัลยกรรม เกิดจากอะไร ? รู้สาเหตุและวิธีดูแล
ภาพตัวอย่างในการโฆษณา ไม่ใช่ผู้รับบริการจริง
ประเด็นสำคัญ
- คีลอยด์ในจมูก เกิดจากกระบวนการสมานแผลที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนมากเกินพอดี จนเกิดเป็นก้อนพังผืดนูนหนาและขยายขนาดเกินขอบเขตบาดแผลเดิม
- ตุ่มนูนในรูจมูกไม่ได้เกิดจากคีลอยด์เสมอไป แต่มีโอกาสเป็นแผลเป็นนูนเกิน ก้อนเนื้ออักเสบ หรือเกิดจากปลายซิลิโคนและกระดูกอ่อนค้ำยันเคลื่อนตัว
- คีลอยด์แท้ไม่สามารถยุบหายได้เอง การดูแลฟื้นฟูทางการแพทย์ทำได้ด้วยการใช้ซิลิโคนเจลทาเฉพาะที่ การฉีดยาสเตียรอยด์ลดการอักเสบ หรือการผ่าตัดเลาะพังผืด
- การลดโอกาสการเกิดคีลอยด์ในจมูก สามารถทำได้ด้วยการดูแลแผลให้แห้งสะอาด งดแคะแกะเกา และเข้ารับการตรวจตัดไหมตามนัด โดยทั่วไปประมาณ 7 วันหลังการผ่าตัด
เมื่อคลำพบตุ่มนูนแข็งหรือก้อนเนื้อนูนหนาในรูจมูกหลังการผ่าตัดเสริมจมูก อาจทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่าลักษณะก้อนแบบนี้คือ คีลอยด์ในจมูก หรือว่าเกิดจากสรีระกับวัสดุเสริมภายใน ซึ่งการทำความเข้าใจลักษณะของแผลเป็นแต่ละรูปแบบจะช่วยให้ประเมินอาการเบื้องต้นและวางแนวทางการดูแลตัวเองได้ถูกต้อง
บทความนี้จาก S45 Clinic จะพาไปทำความเข้าใจกลไกการสมานแผล วิธีสังเกตอาการเพื่อแยกแยะระหว่างคีลอยด์กับภาวะแทรกซ้อนอื่น ตลอดจนแนวทางการดูแลทางการแพทย์และการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด
หัวข้อในบทความ
คีลอยด์ในจมูก คืออะไร มีลักษณะแบบไหน ?

คีลอยด์ในจมูกเป็นความผิดปกติของกระบวนการสมานแผลผ่าตัดที่ร่างกายผลิตเส้นใยคอลลาเจนออกมาทดแทนมากเกินพอดี การสังเกตรอยโรคภายในรูจมูกต้องพิจารณาทั้งรูปร่าง ผิวสัมผัส และการขยายตัวของก้อนเนื้อ เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของรอยแผลเป็นแต่ละรูปแบบ
ลักษณะของรอยแผลเป็นคีลอยด์ในโพรงจมูก
คีลอยด์ในบริเวณโพรงจมูก จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนที่มีผิวสัมผัสค่อนข้างแข็งหรือหยุ่นตัว โดยอาจมีสีชมพู แดง หรือสีคล้ำกว่าบริเวณรอบข้าง และมักมีลักษณะเรียบมันวาว
ก้อนเนื้อชนิดนี้จะขยายขนาดโตขึ้นทีละน้อยจนขยายกว้างออกเกินกว่าแนวรอยแผลเดิม บางคนอาจมีความรู้สึกคัน ระคายเคือง หรือรู้สึกตึงเวลาขยับปีกจมูก หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อช่องทางเดินหายใจจนทำให้รู้สึกอึดอัดหรือแน่นจมูกข้างดังกล่าวได้
ความแตกต่างระหว่างคีลอยด์และแผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic Scar)
ความแตกต่างระหว่างคีลอยด์และแผลเป็นนูนเกินอยู่ที่ขอบเขตการขยายตัวของรอยโรค โดยแผลเป็นนูนจะมีลักษณะนูนหนาขึ้นเฉพาะภายในแนวขอบแผลเดิม และมีโอกาสค่อย ๆ ยุบตัวหรือนิ่มลงได้เองเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ส่วนคีลอยด์จะขยายขนาดกว้างออกเกินกว่าแนวขอบแผลเดิม และมักไม่ยุบตัวลงได้เองตามธรรมชาติ
| ลักษณะการเปรียบเทียบ | แผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic Scar) | แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) |
|---|---|---|
| ขอบเขตบริเวณแผล | อยู่ภายในแนวรอยแผลเดิม | ขยายขนาดกว้างออกเกินกว่าแนวขอบแผลเดิม |
| การเปลี่ยนแปลงตามเวลา | ค่อย ๆ นิ่มลงและยุบตัวลงได้ | ขยายตัวทีละน้อย และมักไม่ยุบตัวลงได้เอง |
| ความรู้สึกบริเวณแผล | รู้สึกตึงเล็กน้อยในช่วงแรก | อาจมีความรู้สึกคัน หรือตึงต่อเนื่อง |
| โอกาสเกิดในโพรงจมูก | พบบ่อยกว่าบริเวณแนวรอยแผลเย็บ | พบได้น้อยกว่าในเยื่อบุโพรงจมูก |
ทำไมถึงเกิดคีลอยด์ในจมูกหลังผ่าตัดเสริมจมูก

การเกิดคีลอยด์ในบริเวณโพรงจมูกหลังทำศัลยกรรม อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งสภาพร่างกายเดิมของแต่ละบุคคล และการดูแลสุขอนามัยหลังการผ่าตัด ส่งผลต่อปฏิกิริยาการสมานแผลของร่างกายโดยตรง
ปัจจัยทางพันธุกรรมและประวัติการเกิดแผลเป็นคีลอยด์
พันธุกรรมถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติการเกิดแผลคีลอยด์ง่าย หรือผู้ที่เคยมีประวัติแผลนูนตามร่างกาย เช่น บริเวณติ่งหู หน้าอก หรือหัวไหล่ จะมีกลไกการสร้างคอลลาเจนตอบสนองต่อแผลผ่าตัดสูงกว่าปกติ
เมื่อเนื้อผิวบริเวณฐานจมูกหรือเยื่อบุโพรงจมูกเกิดแผลจากการผ่าตัด เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนออกมาซ่อมแซมต่อเนื่อง โดยกลไกที่ควรหยุดการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ไม่ดีเท่าปกติ ส่งผลให้เกิดการสะสมตัวของปริมาตรเนื้อจนกลายเป็นก้อนนูนหนาขึ้นมา
การระคายเคือง การแคะแกะเกา และความชื้นสะสมบริเวณแผล
พฤติกรรมการสัมผัสแนวแผลผ่าตัดเป็นปัจจัยกระตุ้นการอักเสบที่พบได้บ่อย การใช้มือสัมผัส การแคะจมูก การเช็ดทำความสะอาดรุนแรง หรือการใช้ก้านสำลีสัมผัสถูไถแนวแผลเย็บลึกเกินไป อาจทำให้เนื้อผิวที่กำลังสมานตัวเกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อน
ความชื้นสะสมจากน้ำมูกจนแผลเสริมจมูกไม่แห้ง การสัมผัสน้ำก่อนระยะเวลาที่เหมาะสม หรือการสะสมของคราบเลือดที่ไม่ได้ทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือทางการแพทย์ที่ถูกวิธี อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างชั้นพังผืดขึ้นมาปกป้องแนวแผลเพิ่มขึ้น
แรงดึงรั้งของเนื้อผิวจมูกและเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัด
แรงดึงรั้งของผิวหนังบริเวณปลายจมูกส่งผลต่อกระบวนการสมานแผล โดยเฉพาะกรณีที่มีการปรับแต่งรูปทรงหรือยืดปลายจมูก ผิวหนังบริเวณนั้นจะมีความตึงสูง หากเนื้อผิวต้องรับแรงดึงรั้งตลอดเวลา ร่างกายอาจตอบสนองด้วยการสร้างชั้นพังผืดขึ้นมาเพื่อพยุงแนวแผล
นอกจากนี้ เทคนิคและความละเอียดในการเย็บปิดแนวแผล อาจส่งผลต่อลักษณะแผลผ่าตัดโดยตรง การจัดวางระนาบขอบผิวหนังให้แนบสนิทและการเลือกใช้วัสดุเย็บที่ลดการระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูก จะช่วยลดโอกาสกระตุ้นปฏิกิริยาต่อต้านของเนื้อผิวรอบข้าง
ตุ่มนูนในรูจมูก ใช่คีลอยด์หรือเป็นความผิดปกติอื่นหลังทำจมูก ?

ตุ่มหรือก้อนนูนที่สัมผัสพบภายในรูจมูกหลังการผ่าตัดเสริมจมูก อาจไม่ได้เป็นคีลอยด์เสมอไป เพราะมีหลายภาวะที่มีลักษณะทางภายนอกคล้ายคลึงกัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและตรวจวินิจฉัยแยกโรคโดยละเอียด
ปลายซิลิโคนเคลื่อนตัวหรือเสี่ยงดันทะลุแผลเย็บ
ปลายซิลิโคนที่เคลื่อนตัวผิดตำแหน่งเป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด หากวางวัสดุเสริมในชั้นที่ไม่แนบสนิทหรือแนวกระดูกรับน้ำหนักไม่พอ ปลายขาซิลิโคนอาจเคลื่อนลงมากดทับเยื่อบุโพรงจมูกใกล้แนวแผลเย็บ
ลักษณะที่พบมักเป็นตุ่มนูนมีความแข็ง เมื่อใช้ไฟส่องดูจะสังเกตเห็นขอบสีขาวหรือสีใสสะท้อนอยู่ใต้ชั้นผิว หากปล่อยทิ้งไว้จนแรงกดทับติดต่อกัน จะส่งผลให้ชั้นผิวบางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งวัสดุเสริมโผล่พ้นเนื้อผิวออกมา หรือที่เรียกว่าซิลิโคนจมูกทะลุ กรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อปรับตำแหน่งหรือถอดพักวัสดุ
ก้อนเนื้ออักเสบและการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
ก้อนเนื้ออักเสบหรือแกรนูโลมา (Granuloma) เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองต่อการระคายเคืองในพื้นที่ผ่าตัด เช่น ไหมเย็บแผลที่ยังละลายไม่หมด หรือมีคราบสิ่งสกปรกตกค้างบริเวณแนวแผล
ตุ่มเนื้ออักเสบจะมีลักษณะเป็นตุ่มแดง นิ่ม สัมผัสแล้วเกิดเลือดออกได้ง่าย และมีอาการเจ็บหรือมีของเหลวปนหนองไหลซึมออกมา หากมีอาการปวด บวม แดง หรือมีไข้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณของแผลจมูกติดเชื้อที่ควรได้รับการตรวจประเมินโดยแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลและทำความสะอาดแผลถูกวิธี
ปลายกระดูกอ่อนเคลื่อนตัวที่อาจคลำเจอบริเวณรูจมูก
ปลายกระดูกอ่อนค้ำยันที่ขยับตัว อาจสัมผัสพบเป็นตุ่มนูนแข็งบริเวณโพรงจมูก ในเคสผ่าตัดปรับทรงจมูกที่ใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก หรือกระดูกอ่อนซี่โครง ขอบของกระดูกอ่อนบางส่วนอาจจัดวางอยู่ชิดกับชั้นผิวด้านใน
ลักษณะที่พบมักเป็นตุ่มแข็ง ผิวเรียบ และไม่ขยายขนาดเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หากไม่มีอาการปวด อักเสบ หรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ มักเป็นลักษณะที่พบได้จากการจัดวางกระดูกอ่อนที่กำลังสมานตัวเข้ากับเนื้อผิวเดิม แต่ควรให้แพทย์ตรวจยืนยัน
คีลอยด์ในจมูก ดูแลอย่างไร ยุบเองได้ไหม ?
คีลอยด์ในจมูกไม่สามารถยุบหายไปได้เองตามธรรมชาติ แต่สามารถดูแลให้ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลง นิ่มลง และลดความนูนลงได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ที่หลากหลายตามลักษณะและระดับอาการของรอยโรค
การดูแลด้วยยาทาเฉพาะที่สำหรับรอยแผลเป็น
การใช้ยาทากลุ่มซิลิโคนเจล (Silicone Gel) เหมาะสำหรับรอยแผลเป็นนูนในระยะเริ่มต้นหรือแผลที่อยู่บริเวณขอบรูจมูกภายนอก ซิลิโคนเจลมีส่วนช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและสร้างฟิล์มบาง ๆ ปกป้องผิว ช่วยส่งเสริมความสมดุลของการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ผิวหนัง
การทายาภายในโพรงจมูกควรทำด้วยความระมัดระวัง โดยใช้ยาตามที่แพทย์สั่งจ่าย และไม่ควรใช้ก้านสำลีป้ายยาเข้าไปลึกเกินไป เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองต่อเยื่อบุโพรงจมูกชั้นใน หรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
การฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อช่วยให้ก้อนแผลเป็นยุบตัว
การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะจุด (Intralesional Corticosteroid Injection) เป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้สำหรับลดขนาดก้อนคีลอยด์และแผลเป็นนูนเกิน ตัวยาจะออกฤทธิ์ช่วยลดปฏิกิริยาการทำงานของเซลล์ซ่อมแซมแผล ชะลอการสร้างเส้นใยคอลลาเจนส่วนเกิน และช่วยบรรเทาอาการอักเสบ
ผลจากการฉีดจะช่วยให้ก้อนแผลเป็นค่อย ๆ นิ่มลงและมีความตึงนูนลดลง แพทย์มักนัดตรวจติดตามผลและประเมินการฉีดซ้ำทุก 3 ถึง 4 สัปดาห์ตามการตอบสนองของแผล โดยการทำหัตถการนี้ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินปริมาณตัวยาและตำแหน่งให้เหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะชั้นผิวหนังยุบตัวหรือผิวบางลง
เมื่อไหร่ที่ต้องผ่าตัดเลาะพังผืดและปรับทรงจมูก ?
การผ่าตัดเลาะพังผืดส่วนเกิน (Surgical Excision) จะได้รับการพิจารณาเมื่อคีลอยด์มีขนาดใหญ่จนส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ หรือดึงรั้งจนทำให้ปีกจมูกและรูจมูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนสังเกตได้ชัด ทำให้การดูแลด้วยยาทาหรือการฉีดยาสเตียรอยด์อาจไม่เพียงพอต่อการลดขนาดก้อนคีลอยด์
แพทย์จะประเมินการผ่าตัดเพื่อเลาะพังผืดส่วนเกินออก พร้อมจัดวางตำแหน่งแนวแผลเย็บใหม่เพื่อลดแรงดึงรั้ง โดยภายหลังการผ่าตัดอาจมีการฉีดยาสเตียรอยด์หรือทายาควบคุมควบคู่กัน เพื่อลดโอกาสที่คีลอยด์จะกลับมาเติบโตซ้ำในตำแหน่งเดิม
เช็กก่อนเลือกคลินิก : ปรับทรงจมูกที่ไหนดี ออกแบบทรงให้รับกับใบหน้าเป็นรายเคส
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสการเกิดคีลอยด์ในจมูกหลังศัลยกรรม
ช่วงแรกหลังศัลยกรรมจมูกเป็นระยะที่ชั้นผิวเริ่มสมานตัว การดูแลหลังเสริมจมูกให้แผลสะอาดช่วยลดโอกาสการสะสมเชื้อโรค ลดแรงตึงรั้งบริเวณรอยเย็บ โดยแนวทางดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสการเกิดคีลอยด์ในจมูกมีข้อแนะนำ ดังนี้
- ล้างแผลเบามือด้วยน้ำเกลือปลอดเชื้อ ซับให้แห้งสนิท เลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำก่อนตัดไหม
- เข้าพบแพทย์เพื่อตัดไหมจมูกตามนัด โดยทั่วไปประมาณ 7 วันหลังผ่าตัด ลดความเสี่ยงการเกิดเส้นไหมกดทับเนื้อผิว
- หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วหรือสำลีแคะ แกะ เกา ในรูจมูก ลดโอกาสการติดเชื้อแทรกซ้อน
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เพราะสารนิโคตินทำให้แผลขาดออกซิเจน
- สังเกตแผลสม่ำเสมอ รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงช่วง 3 ถึง 6 เดือน หากพบตุ่มนูนผิดปกติควรรีบพบแพทย์
ประเมินทรงจมูกและการดูแลหลังผ่าตัดที่ S45 Clinic
การตรวจประเมินสรีระจมูกและดูแลแผลผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ มีผลต่อการฟื้นตัวของผิวและช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็นในโพรงจมูก ที่ S45 Clinic ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์รูปทรงจมูกแบบรายบุคคล ควบคู่ไปกับการดูแลหลังผ่าตัด
การตรวจวิเคราะห์สรีระและรูปทรงจมูกแบบรายบุคคล
แพทย์ตรวจประเมินสรีระจมูกเดิม สภาพเนื้อผิว แนวกระดูกอ่อน เพื่อวางแผนปรับแต่งรูปทรงจมูกให้สอดรับกับใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะเคสที่มีความซับซ้อน การตรวจประเมินละเอียดรอบคอบช่วยลดแรงตึงรั้งบริเวณแนวเย็บแผล ลดโอกาสที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนสะสมตัวหนาเกินพอดี และช่วยแยกแยะระหว่างแผลเป็นกับการขยับตัวของวัสดุเสริมได้ชัดเจน
การดูแลในห้องพักฟื้นและชุดอุปกรณ์สำหรับดูแลตัวเองที่บ้าน
หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนผ่าตัด มีเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดและแพทย์คอยดูแลติดตามอาการในห้องพักฟื้น เพื่อตรวจเช็กการฟื้นตัวของร่างกายและความเรียบร้อยของแผล พร้อมให้คำแนะนำวิธีทำความสะอาด และอุปกรณ์ที่ควรเตรียมไว้ดูแลแผลต่อที่บ้าน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดสิ่งแปลกปลอมสะสมและการเสียดสีในโพรงจมูก
การนัดหมายตรวจติดตามอาการและตัดไหมตามระยะเวลาที่กำหนด
การติดตามพัฒนาการของแผลเป็นกระบวนการที่เราให้ความสำคัญ แพทย์จะนัดหมายกลับมาตรวจติดตามอาการและตัดไหมตามนัด โดยทั่วไปประมาณ 7 วันหลังผ่าตัด เพื่อลดโอกาสที่เส้นไหมจะกดทับเนื้อผิวนานเกินไป พร้อมทั้งตรวจเช็กการสมานตัวของชั้นผิว และติดตามดูรอยแผลที่ค่อย ๆ จางลง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคีลอยด์ในจมูก
คีลอยด์ในจมูก สามารถหายเองได้ไหม ?
คีลอยด์ไม่สามารถยุบหายได้เองตามธรรมชาติ เพราะร่างกายสร้างคอลลาเจนสะสมต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ เช่น การทายา การฉีดยา หรือการผ่าตัดเลาะพังผืดตามการประเมินของแพทย์
ตุ่มนูนในรูจมูกหลังเสริมจมูก กี่วันถึงจะสังเกตเห็นชัดเจน ?
แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์จะเริ่มสังเกตเห็นได้เด่นชัดหลังผ่าตัดผ่านพ้นไปประมาณ 1 ถึง 3 เดือนขึ้นไป หากพบตุ่มนูนตั้งแต่วันแรก ๆ หรือสัปดาห์แรก ส่วนใหญ่มักเป็นอาการบวมของเนื้อผิว อาการอักเสบ หรือรอยพับของชั้นผิวบริเวณแนวเย็บ
ฉีดคีลอยด์ในรูจมูก เจ็บไหมและอันตรายหรือไม่ ?
การฉีดยาสเตียรอยด์ในรูจมูกจะรู้สึกเจ็บหรือแน่นหน่วงเล็กน้อยในขณะเดินยา ส่วนความเสี่ยงขึ้นอยู่กับการตรวจประเมินข้อจำกัดของร่างกาย ซึ่งควรได้รับการดูแลจากแพทย์ที่มีความเข้าใจสรีระและแนวกระดูกจมูก สามารถประเมินปริมาณยาได้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสส่งผลกระทบต่อชั้นผิวรอบข้าง
เคยเป็นคีลอยด์ที่อื่น เสริมจมูกแล้วมีโอกาสเป็นคีลอยด์ในจมูกไหม ?
ผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์บริเวณอื่นของร่างกาย อาจมีแนวโน้มการเกิดคีลอยด์ได้สูงกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดคีลอยด์ในจมูกเสมอไป เพราะเยื่อบุโพรงจมูกมีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งนี้ ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนการผ่าตัดและการดูแลที่เหมาะสม
ทำจมูกมาแล้วพบก้อนแข็งในรูจมูก แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด คืออะไร ?
ก้อนแข็งที่ไม่มีอาการปวดระบมมีโอกาสเป็นขอบกระดูกอ่อนที่ใช้ค้ำยันรูปทรงจมูก ขาซิลิโคนที่วางตัวใกล้ผิว หรือแผลเป็นนูนเกินที่เริ่มเข้าที่ หากไม่มีอาการบวมแดงหรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ สามารถสังเกตอาการต่อไปได้ และควรให้แพทย์ตรวจเช็กอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
สรุป
คีลอยด์ในจมูก และตุ่มนูนในรูจมูกหลังเสริมจมูก จำเป็นต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยแพทย์ เพราะลักษณะก้อนที่พบอาจเป็นได้ทั้งแผลเป็นนูนเกิน ก้อนอักเสบ หรือวัสดุเสริมและกระดูกอ่อนที่เคลื่อนตัว โดยคีลอยด์ในจมูกไม่สามารถยุบหายไปได้เอง แต่สามารถดูแลให้ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลงด้วยวิธีทางการแพทย์ เช่น การทายา การฉีดยา หรือการผ่าตัดปรับทรงจมูก
ดังนั้น หากคลำพบตุ่มนูน รู้สึกดึงรั้ง หรือมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัด ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินสรีระภายในรอบด้าน เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับลักษณะอาการที่เกิดขึ้น
เพราะโครงจมูกแต่ละคน…
ไม่เหมือนกัน
แพทย์เฉพาะทาง สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา ประเมินก่อนทำทุกเคส แล้วแนะนำตามปัญหาจริง
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
ปรึกษาออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

