ซิลิโคนจมูก มีกี่แบบ ? เลือกอย่างไรให้เข้ากับใบหน้า
ภาพตัวอย่างในการโฆษณา ไม่ใช่ผู้รับบริการจริง
ประเด็นสำคัญ
- ซิลิโคนจมูก จัดเป็นวัสดุสังเคราะห์ทางการแพทย์ระดับ Implant Grade ที่มีความยืดหยุ่น เข้ากับชั้นผิวได้ และคงรูปได้ตามคุณสมบัติของวัสดุ
- รูปแบบของซิลิโคนแบ่งออกเป็นแบบสำเร็จรูปกับแบบเหลาปรับแต่งเฉพาะบุคคล เพื่อให้สอดรับกับความหนาของเนื้อผิวและแนวกระดูกเดิม
- ตำแหน่งการสอดซิลิโคนไว้ใต้เยื่อหุ้มกระดูก มีส่วนช่วยยึดแกนซิลิโคนให้มั่นคง ลดโอกาสการเคลื่อนตำแหน่ง
- การคงรูปของทรงจมูกขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อผิว การเปลี่ยนแปลงตามวัย และการผสานวัสดุธรรมชาติบริเวณปลายจมูกเพื่อกระจายแรงกดทับ
การเสริมจมูกเป็นขั้นตอนที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับองค์ประกอบบนใบหน้า ซิลิโคนจมูก นับเป็นหนึ่งในวัสดุหลักที่ได้รับการยอมรับและนำมาใช้ในการปรับทรงจมูก การทำความเข้าใจคุณสมบัติเฉพาะของวัสดุ ตลอดจนรูปแบบการขึ้นรูป นับเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้วางแผนดูแลตัวเองได้รอบคอบ
บทความนี้จาก S45 Clinic ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุซิลิโคนเสริมจมูก ความแตกต่างของแต่ละรูปแบบ รวมถึงไขข้อสงสัยเรื่องระยะเวลาการคงรูป เพื่อให้คุณมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเสริมจมูก
หัวข้อในบทความ
ซิลิโคนจมูก คืออะไร ?

ซิลิโคนจมูก คือวัสดุโพลีเมอร์สังเคราะห์ทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ปรับแต่งรูปทรงและมิติของสันจมูก มีคุณสมบัติคงรูปและยืดหยุ่น เพื่อช่วยเสริมสร้างมิติของสันจมูกให้รับกับสัดส่วนองศาบริเวณใบหน้า
ในกระบวนการทางศัลยกรรมตกแต่ง การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน นับเป็นทางเลือกมาตรฐานที่แพทย์มักพิจารณาใช้ปรับมิติใบหน้า โดยการเลือกชนิดของซิลิโคนต้องพิจารณาร่วมกับสรีระใบหน้าเดิม เพื่อให้วัสดุผสานเข้ากับชั้นผิวรอบข้างได้เหมาะสม
คุณสมบัติของแท่งซิลิโคนจมูกและความเข้ากันได้กับชั้นผิว
แท่งซิลิโคนจมูกทางการแพทย์มีลักษณะพื้นผิวสัมผัสเรียบเนียน เมื่อใส่เข้าไปในตำแหน่งที่พอเหมาะ ร่างกายจะเกิดกระบวนการสร้างแคปซูลพังผืดบาง ๆ ตามธรรมชาติเข้ามาโอบรัดรอบวัสดุ เพื่อช่วยพยุงและยึดแกนซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ระดับความยืดหยุ่นของวัสดุมีตั้งแต่ระดับแน่นปานกลางจนถึงระดับนุ่ม การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับการตรวจประเมินความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณสันจมูก
สัดส่วนการกระจายน้ำหนักตั้งแต่บริเวณโคนจมูกถึงปลายจมูก
การถ่ายเทน้ำหนักของซิลิโคนจัดเป็นปัจจัยสำคัญต่อการคงรูปของทรงจมูกระยะยาว โดยแรงกดทับของวัสดุควรได้รับการกระจายลงสู่แนวกระดูกแข็งบริเวณโคนจมูกกับสันจมูกส่วนบนเป็นหลัก เพื่อลดการลงน้ำหนักบริเวณส่วนปลายจมูก
เนื่องจากบริเวณปลายจมูกประกอบด้วยแนวกระดูกอ่อนและเนื้อผิวที่บอบบาง หากแท่งซิลิโคนยาวหรือหนาเกินความเหมาะสม อาจก่อให้เกิดแรงดันสะสมต่อเนื้อผิวปลายจมูก การปรับแต่งสัดส่วนมวลของซิลิโคนให้มีความสอดคล้องและบางลงบริเวณปลายจมูก จึงมีส่วนช่วยคงความยืดหยุ่นของผิวหนังส่วนปลายให้สมดุล
ซิลิโคนจมูกมีกี่เกรด ?
เกรดซิลิโคนจมูก สามารถจำแนกได้ 2 มุมมองหลัก คือ การแบ่งตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตรับรองให้ใช้กับร่างกาย และการแบ่งตามระดับความยืดหยุ่นของวัสดุซิลิโคน
ผู้ผลิตวัสดุซิลิโคนมักแบ่งเกรดออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ เกรดอุตสาหกรรม เกรดการแพทย์สำหรับใช้กับร่างกายระยะสั้น และเกรดการแพทย์สำหรับฝังในร่างกายระยะยาว
ซิลิโคนที่วางไว้ในจมูกเป็นการฝังในร่างกายระยะยาว จึงควรเป็นเกรดที่ผู้ผลิตรับรองสำหรับการฝังในร่างกาย
ซิลิโคนจมูก Implant Grade กับการรับรองเพื่อการฝังในร่างกาย
ซิลิโคนจมูก implant grade จัดเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองสำหรับฝังไว้ในร่างกายมนุษย์ โดยผู้ผลิตต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยทางชีวภาพก่อนนำมาใช้
คุณลักษณะเด่นของวัสดุระดับนี้ คือความคงตัวต่อสภาพแวดล้อมและไม่ย่อยสลายในร่างกาย เมื่อนำมาวางลงบนแนวกระดูก ร่างกายจะสร้างชั้นคอลลาเจนบาง ๆ โอบล้อมแกนซิลิโคนไว้ตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้การวางตัวของวัสดุแนบสนิทไปกับแนวกระดูกเดิมได้มั่นคง
ระดับความนุ่มของซิลิโคนจมูกกับการเลือกให้รับกับความหนาของชั้นผิว
ซิลิโคนทำจมูก เกรดฝังในร่างกายยังจำแนกตามระดับความยืดหยุ่น เพื่อให้ตอบรับกับความหนาของเนื้อผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ระดับแน่นกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีชั้นผิวและไขมันหนาพอสมควร ช่วยพยุงทรงจมูกให้ดูมีมิติ
- ระดับนุ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่นเป็นธรรมชาติ รองรับแรงกดได้เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อผิวระดับปานกลาง
- ระดับนุ่มมาก มีความอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อผิวน้อยหรือชั้นผิวค่อนข้างบาง เพราะมีส่วนช่วยลดแรงดันบริเวณปลายจมูก และลดโอกาสเห็นขอบแกนซิลิโคนในระยะยาว
ซิลิโคนเสริมจมูกมีกี่แบบ ?

คำถามที่ว่า ซิลิโคนจมูกมีกี่แบบ เป็นข้อสงสัยที่พบได้บ่อยในการเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัด หากแบ่งตามรูปแบบการใช้งานกับกระบวนการขึ้นรูป คำตอบคือแบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ได้แก่ ซิลิโคนสำเร็จรูป และซิลิโคนแบบแท่งที่นำมาเหลาปรับแต่งเฉพาะบุคคล
ทั้งสองรูปแบบมีข้อพิจารณาในการเลือกใช้ที่เหมาะสมกับสรีระของแนวกระดูกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการตรวจประเมินของแพทย์ว่าแนวกระดูกเดิมมีความคดเอียง มีฮัมพ์ หรือมีเนื้อผิวมากน้อยแค่ไหน
ซิลิโคนจมูกสำเร็จรูปกับความเหมาะสมในแต่ละสรีระ
ซิลิโคนสำเร็จรูปเป็นแท่งซิลิโคนที่ได้รับการหล่อขึ้นรูปทรงตามสัดส่วนมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิต โดยกำหนดขนาด ความกว้าง ระดับความสโลปบริเวณสัน และลักษณะส่วนปลายไว้ล่วงหน้า
จุดเด่นของวัสดุรูปแบบนี้ คือ ช่วยลดระยะเวลาในการผ่าตัดและได้ทรงที่เป็นมาตรฐาน แต่แพทย์ยังคงต้องปรับแต่งรายละเอียดบริเวณขอบวัสดุ เพื่อให้ขอบของซิลิโคนสอดรับและแนบสนิทกับแนวกระดูกเดิม โดยเหมาะสำหรับผู้ที่มีแนวกระดูกจมูกตรงและสมมาตรอยู่เดิม
ซิลิโคนจมูกแบบเหลาเพื่อการปรับแต่งให้สอดรับแนวกระดูกเดิม
ซิลิโคนจมูกแบบเหลา เริ่มต้นจากบล็อกซิลิโคนทางการแพทย์ที่แพทย์นำมาตัดแต่งและเหลาขึ้นรูปเฉพาะบุคคล วิธีการนี้มีส่วนช่วยให้แพทย์สามารถปรับระดับองศา ความหนา และส่วนโค้งเว้าให้สอดคล้องกับระนาบกระดูกเดิมของแต่ละบุคคล
ในกรณีที่มีปุ่มกระดูกฮัมพ์หรือแนวกระดูกคดเล็กน้อย การเหลาปรับแต่งแกนซิลิโคนให้มีความเว้าโอบรับกับฐานกระดูกมีส่วนช่วยให้แกนซิลิโคนวางตัวแนบสนิท ลดช่องว่างระหว่างกระดูกกับซิลิโคน ส่งผลให้ทรงจมูกตั้งตรงได้มั่นคง
ทรงซิลิโคนจมูกแบบไหนที่ตอบโจทย์สรีระใบหน้า ?
การเลือกทรงซิลิโคนจมูก ควรพิจารณาความสมดุลที่สอดรับกับหน้าผาก แนวกราม และความหนาของเนื้อผิวเฉพาะตัว ในทางศัลยกรรมตกแต่ง รูปทรงที่เหมาะสมคือทรงที่สอดรับกับมิติเดิม โดยไม่ก่อให้เกิดแรงรั้งต่อชั้นผิวเกินพอดี
แพทย์จะใช้การวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้าเพื่อประเมินความสูงของสันจมูกกับมุมปลายจมูกที่รับกัน เพื่อเลือกทรงจมูกให้เข้ากับหน้าและสรีระเดิม
ซิลิโคนจมูกทรงต่าง ๆ และลักษณะมิติของแต่ละรูปทรง

ซิลิโคนจมูก ทรงต่าง ๆ จำแนกตามมิติและองศาของแกน เพื่อให้รับกับสรีระเดิม ดังนี้
- ลักษณะแกนขอบปีกโอบรับกระดูก มีแถบปีกบางด้านข้างโอบรับแนวกระดูกเดิม ช่วยล็อกแกนและลดโอกาสการเอียง
- ลักษณะสันสโลปปลายยกเล็กน้อย มีแนวโค้งสโลปตั้งแต่หว่างคิ้วและยกปลายขึ้นเล็กน้อย ช่วยปรับมิติใบหน้าให้นุ่มนวล
- ลักษณะทรงจมูกสโลปปลายพุ่งแบบสมดุล ผสานแนวสันสโลปกับองศาปลายพุ่งพอเหมาะ ช่วยขับเน้นสันจมูกคมชัด เหมาะกับเนื้อผิวปานกลาง
- ลักษณะฐานกว้างรับสันจมูกแบน ฐานซิลิโคนกว้างเพื่อรองรับแนวกระดูกแบน ช่วยกระจายแรงกดทับและปรับสันจมูกให้สมดุล
การประเมินความหนาของเนื้อผิวก่อนตัดสินใจเลือกรูปทรงซิลิโคน
การประเมินเนื้อผิวก่อนเลือกรูปทรงซิลิโคนจมูก สามารถทดสอบเบื้องต้นได้จากการใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือจับผิวหนังบริเวณกึ่งกลางสันจมูกพร้อมดึงขึ้นเบา ๆ เพื่อสังเกตระยะการยืดตัวและความยืดหยุ่นของผิว
กรณีที่มีเนื้อผิวหนาและยืดหยุ่นสามารถรองรับซิลิโคนที่มีสันคมชัดหรือมีความโด่งได้มากกว่า ส่วนผู้มีเนื้อผิวน้อยหรือผิวบาง อาจพิจารณาเลือกทรงที่มีสันสโลปนุ่มนวลและไม่ควรยกปลายพุ่งจนเกินขอบเขต เพื่อถนอมความหนาของชั้นผิวหนังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมระยะยาว
การวางซิลิโคนจมูกมีความสำคัญอย่างไรต่อความมั่นคงของทรงจมูก ?
การวางซิลิโคนจมูก เป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อความมั่นคงของแกนจมูกและการสมานตัวของชั้นผิว แม้จะเลือกใช้วัสดุเกรดมาตรฐานทางการแพทย์ แต่หากวางอยู่ในระนาบชั้นผิวที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งและการวางตัวของวัสดุในระยะยาว
ตำแหน่งที่แพทย์พิจารณาเลือกวางซิลิโคนต้องเป็นชั้นที่มีความกระชับ เพื่อช่วยพยุงและยึดแกนซิลิโคน ลดโอกาสการเคลื่อนตำแหน่ง หรือการเอียงเบี่ยงออกจากแนวกึ่งกลางจมูก
ทำไมจึงควรวางซิลิโคนจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกเพื่อเลี่ยงภาวะซิลิโคนลอย

เยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) คือชั้นพังผืดเหนียวที่ห่อหุ้มอยู่บนผิวกระดูกแข็ง การเปิดช่องว่างและสอดวางแกนซิลิโคนให้อยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูก จะช่วยให้เยื่อหุ้มนี้ทำหน้าที่โอบพยุงและยึดตรึงแกนซิลิโคนไว้กับแนวกระดูก
ในทางกลับกัน หากวางซิลิโคนไว้ในชั้นผิวหนังหรือชั้นไขมันระดับตื้น ซิลิโคนจะไม่มีแนวกระดูกช่วยพยุงตำแหน่งไว้ อาจส่งผลให้แกนซิลิโคนขยับไปมาได้เมื่อใช้นิ้วสัมผัส และเกิดภาวะซิลิโคนจมูกลอยหรือเอียงได้ง่าย ดังนั้นการวางใต้เยื่อหุ้มกระดูก จึงมีส่วนช่วยให้แกนซิลิโคนยึดเกาะแนบสนิทและลดโอกาสเกิดซิลิโคนลอย
ทางเลือกการเสริมจมูกแบบผสานซิลิโคนกับกระดูกอ่อนซี่โครง
การผ่าตัดปรับทรงจมูกรูปแบบผสมผสาน หรือ Hybrid Rib Rhinoplasty เป็นการใช้ซิลิโคนวางบริเวณสันจมูกส่วนบน และใช้กระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเองมาเสริมความแข็งแรงบริเวณปลายจมูก เพื่อเพิ่มความมั่นคงและถนอมเนื้อผิว
วิธีนี้มีส่วนช่วยให้แนวมิติสันจมูกได้สัดส่วนที่สอดรับกับใบหน้า ขณะเดียวกันปลายจมูกก็ได้รับการรองรับด้วยวัสดุธรรมชาติจากร่างกายตัวเอง ซึ่งช่วยลดแรงเสียดสีกับแรงกดทับของซิลิโคนลงบนปลายจมูก และมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
เสริมจมูกซิลิโคนอยู่ได้กี่ปี ?
คำถามที่ว่า ทำจมูกอยู่ได้กี่ปี เป็นประเด็นที่มีการสอบถามกันแพร่หลายในช่องทางต่าง ๆ โดยเนื้อวัสดุซิลิโคนสังเคราะห์ระดับทางการแพทย์ไม่ย่อยสลายในร่างกาย จึงไม่มีอายุการใช้งานที่กำหนดตายตัว
อย่างไรก็ตาม การเสริมจมูกอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม คำตอบคือตัววัสดุซิลิโคนไม่ย่อยสลาย แต่รูปทรงจมูกยังเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพผิว พังผืด และวัยของแต่ละคน ซึ่งอธิบายไว้ละเอียดในบทความซิลิโคนจมูกอยู่ได้กี่ปี
ซิลิโคนเสริมจมูกคงรูปในร่างกายได้นานแค่ไหน ?
วัสดุซิลิโคนระดับฝังในร่างกาย (Implant Grade) มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมสูงและไม่ย่อยสลายในร่างกาย แต่มีรายงานทางการแพทย์ว่าซิลิโคนที่อยู่ในร่างกายนานหลายสิบปีอาจเกิดหินปูนเกาะได้ในบางราย
หากการผ่าตัดวางตำแหน่งได้เหมาะสม เนื้อผิวมีความหนาพอเหมาะ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้ในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดนำออกมาเปลี่ยนใหม่ตามรอบเวลาที่กำหนดล่วงหน้า หากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือสภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวตามวัยที่มีผลต่อรูปทรงจมูกในระยะยาว
แม้ซิลิโคนจะไม่ย่อยสลาย แต่ผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิวหนังของมนุษย์ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เส้นใยคอลลาเจนกับอีลาสตินใต้ผิวจะลดลง ทำให้ชั้นผิวหนังบางลงและแรงพยุงลดลงตามธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงตามวัยนี้ร่วมกับแรงรั้งของพังผืดที่ห่อหุ้ม อาจส่งผลให้ขอบของซิลิโคนที่เคยแนบสนิทใต้ผิวเริ่มปรากฏชัดขึ้น หรือทำให้ทรงจมูกดูเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย นับเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ไม่ใช่ความเสียหายของตัวแท่งซิลิโคน
ทำจมูกซิลิโคนต้องเปลี่ยนใหม่ไหมเมื่อเวลาผ่านไป ?
จากข้อสงสัยที่ว่า เสริมจมูกกี่ปีต้องเปลี่ยน หรือทำจมูกกี่ปีควรเปลี่ยน โดยทั่วไปไม่มีเกณฑ์ตัวเลขตายตัวว่าต้องเปลี่ยนซิลิโคนทุก 5 ปี หรือ 10 ปี หากทรงจมูกยังคงเข้าทรง ชั้นผิวมีความหนาในระดับที่เหมาะสม และไม่มีอาการผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนใหม่
แต่ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาตรวจประเมินเพื่อปรับแต่งหรือเปลี่ยนแกนซิลิโคนใหม่ เพื่อดูแลความสมบูรณ์ของเนื้อผิวจมูกระยะยาว
เช็กสัญญาณเตือน : อาการจมูกทะลุ เป็นยังไง ? สัญญาณเตือน ระยะ สาเหตุ วิธีแก้
สาเหตุทางการแพทย์ที่ทำให้บางคนตัดสินใจปรับแต่งหรือเปลี่ยนซิลิโคนใหม่
สาเหตุสำคัญที่อาจเป็นข้อบ่งชี้ในการพิจารณาปรับแต่งหรือเปลี่ยนวัสดุซิลิโคน มักเกิดจากปัจจัยทางกายภาพ ดังต่อไปนี้
- ความต้องการปรับแต่งทรงใหม่ ให้สอดรับกับสรีระหรือองค์ประกอบใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย
- การเคลื่อนตำแหน่งของวัสดุ เช่น ซิลิโคนเกิดการเบี้ยว เอียง หรือเกิดภาวะซิลิโคนลอย ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการกระทบกระเทือนหรือโพรงเยื่อหุ้มกระดูกขยายตัว
- พังผืดรอบแกนซิลิโคนหนาตัวขึ้น จนส่งผลกระทบต่อมิติความยาวและระดับองศาบริเวณส่วนปลายจมูก
- แรงดันต่อชั้นผิวสูงเกินไป ซิลิโคนที่เสริมไว้เดิมมีความสูงหรือยาวเกินขีดจำกัดของเนื้อผิว ส่งผลให้เกิดแรงกดทับสะสมแล้วทำให้ผิวบางลงเมื่อเวลาผ่านไป
ลักษณะของรูปทรงจมูกที่บ่งบอกว่าควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

หากสังเกตพบลักษณะอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินสภาพเนื้อผิวและตำแหน่งของแกนซิลิโคน
- ปลายจมูกแดงเรื้อรังหรือมีสีคล้ำผิดปกติ เมื่อสัมผัสอากาศเย็น
- ผิวหนังบริเวณปลายจมูกหรือสันจมูกบางลงจนมองเห็นเงาสะท้อนหรือขอบสีขาวของซิลิโคน
- แกนซิลิโคนขยับเลื่อนไปมาได้เมื่อใช้นิ้วแตะสัมผัสเบา ๆ บริเวณกึ่งกลางจมูก
- มีอาการเจ็บแปลบ รู้สึกแน่น หรือบวมแดงบริเวณสันจมูก
- รูปทรงจมูกบิดเบี้ยว แกนคด หรือจมูกปลายงุ้มตกลงมา
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำจมูกซิลิโคน เพื่อช่วยให้แผลสมานตัว ?

การดูแลหลังทำจมูกซิลิโคน เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการสมานตัวของแผลและการเข้าทรงของแกนซิลิโคนเป็นไปตามลำดับ การปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์ มีส่วนช่วยบรรเทาอาการบวมและดูแลแกนซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ประคบเย็นบริเวณข้างแก้มและหน้าผากช่วง 7 วันแรก แล้วเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นหลังครบ 7 วันตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อบรรเทาอาการบวม
- นอนยกศีรษะสูงใช้หมอนหนุน 2 ใบ หรือหมอนรองคอ เพื่อลดการคั่งของของเหลวบริเวณใบหน้า
- ทำความสะอาดแผลด้านในรูจมูกด้วยก้านสำลีชุบน้ำเกลือสะอาด และทายาตามแพทย์สั่ง
- ระวังไม่ให้แผลผ่าตัดโดนน้ำจนกว่าจะถึงกำหนดตัดไหม ส่วนคำถามว่าตัดไหมจมูกกี่วัน ให้ยึดตามการประเมินของแพทย์
- งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก การวิ่ง หรือยกของหนักอย่างน้อย 1 เดือน ส่วนการเดินหรือกิจกรรมเบา ๆ ทำได้
- เลี่ยงการสวมแว่นตาที่มีน้ำหนักกดทับสันจมูกในช่วงแรกหลังผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ เพราะอาจทำให้แผลหายช้าลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ทำไมเลือกวางแผนเสริมจมูกซิลิโคนที่ S45 Clinic
การเสริมจมูกซิลิโคน ที่ S45 Clinic ให้ความสำคัญกับการตรวจวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า และพิจารณาเลือกวัสดุและเทคนิคผ่าตัดที่เหมาะสม เพื่อวางแผนผ่าตัดให้สอดคล้องกับสรีระและความต้องการของแต่ละบุคคล
การวิเคราะห์สรีระแนวกระดูกเดิมและความหนาของชั้นผิวก่อนออกแบบทรงจมูก
แพทย์จะเริ่มต้นจากการตรวจประเมินแนวกระดูกจมูกเดิม สภาพผิวหนัง และความยืดหยุ่นของเนื้อผิว เพื่อคำนวณขนาดและความสูงของแกนซิลิโคน
การวิเคราะห์เฉพาะบุคคลมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการปรับแต่งมิติความสูงเกินขีดจำกัดที่เนื้อผิวจะรับได้ และช่วยให้ทรงจมูกที่ได้ดูสมดุลกับหน้าผาก โหนกแก้ม และคาง โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
การเลือกเทคนิคผ่าตัดร่วมกับการผสานวัสดุธรรมชาติ
มีทางเลือกเทคนิคผ่าตัดที่หลากหลาย ทั้งแบบ Closed Rhinoplasty, การเสริมจมูก Semi Open รวมถึงเทคนิค Open Rhinoplasty ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถตรวจประเมินและเลือกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ในเคสที่มีเนื้อผิวน้อยหรือต้องการปรับแต่งทรงจมูกให้มั่นคง แพทย์อาจพิจารณาแนะนำเทคนิค Hybrid Rib Rhinoplasty ผสานซิลิโคนบริเวณสันจมูกร่วมกับกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองบริเวณปลาย เพื่อลดโอกาสเกิดการสัมผัสของซิลิโคนกับเนื้อผิวปลายจมูก
ระบบการตรวจติดตามอาการและการดูแลการสมานตัวของแผลในระยะยาว
S45 Clinic มีระบบติดตามอาการหลังการผ่าตัดเป็นขั้นตอน แพทย์จะนัดหมายตรวจดูแผล ตัดไหม และประเมินการเข้าทรงของจมูกเป็นระยะ
สำหรับการเสริมจมูกด้วยกระดูกซี่โครง มีระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 3 ถึง 7 วัน และมีกำหนดตัดไหมประมาณวันที่ 7 ถึง 10 หลังผ่าตัด โดยรอยแผลจะค่อย ๆ สมานตัวและจางลงในช่วงหลายเดือนต่อจากนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ทีมงานจะคอยให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองในทุกระยะนัดหมาย
เช็กเรื่องราคา : ทำจมูก ราคาเท่าไหร่ ? ปัจจัยและเทคนิคที่ต้องรู้
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซิลิโคนจมูก
ซิลิโคนจมูกมีวันหมดอายุหรือไม่ ?
แท่งซิลิโคนสังเคราะห์ทางการแพทย์ระดับ Implant Grade ไม่ย่อยสลายในร่างกาย จึงไม่มีวันหมดอายุที่กำหนดตายตัว หากไม่มีอาการผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อผิวก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนใหม่
เสริมจมูกซิลิโคนแล้วสามารถบิดจมูกได้ไหม ?
หลังการเสริมจมูกไม่แนะนำให้บีบ บิด หรือดัดจมูกเล่น โดยเฉพาะช่วงหลายเดือนแรก เพราะแกนซิลิโคนและพังผืดรอบข้างยังอยู่ในกระบวนการสมานตัว การบิดอาจส่งผลให้แกนซิลิโคนเคลื่อนตัวหรือเกิดการอักเสบได้
หลังเสริมจมูกแล้ว รู้สึกว่าซิลิโคนขยับได้เล็กน้อย ถือว่าปกติไหม ?
ในช่วงแรกหลังผ่าตัด ชั้นผิวรอบข้างยังมีการบวมน้ำและพังผืดยังไม่สร้างตัวสมบูรณ์ อาจทำให้รู้สึกว่าแกนซิลิโคนยังไม่แน่นสนิท แต่หากอาการบวมยุบแล้วยังพบว่าซิลิโคนขยับเลื่อนไปมาตลอดเวลา ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีภาวะซิลิโคนลอยหรือไม่
หากต้องการถอดซิลิโคนจมูกออก จมูกจะกลับมาเป็นทรงเดิมได้ไหม ?
สำหรับคนที่กังวลว่าถอดซิลิโคนออกแล้วจมูกยุบไหม หากเป็นการผ่าตัดเสริมแบบปิดที่ไม่ได้ตะไบหรือตอกกระดูก เมื่อถอดซิลิโคนออก รูปทรงอาจกลับมาใกล้เคียงทรงเดิม แต่ผิวที่เคยถูกยืดและพังผืดอาจทำให้ต่างจากเดิมได้ ส่วนเคสที่มีการปรับฐานกระดูกเดิมหรือมีพังผืดดึงรั้ง รูปทรงหลังถอดอาจมีความแตกต่างจากเดิมบ้าง ซึ่งแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
สรุป
ซิลิโคนจมูก เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่เข้ากันได้กับเนื้อผิวของร่างกาย การพิจารณาเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงสำเร็จรูปหรือชนิดเหลาปรับแต่ง ต้องพิจารณาความหนาของชั้นผิวกับแนวกระดูกเดิมเป็นหลัก เพื่อให้ได้มิติใบหน้าที่สมดุลกับสรีระของแต่ละคน
นอกจากนี้ การเสริมจมูกให้ได้รูปทรงที่สมดุลยังขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งใต้เยื่อหุ้มกระดูก ตลอดจนการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด หากสังเกตเห็นลักษณะอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัย ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเฉพาะบุคคล
เพราะโครงจมูกแต่ละคน…
ไม่เหมือนกัน
แพทย์เฉพาะทาง สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา ประเมินก่อนทำทุกเคส แล้วแนะนำตามปัญหาจริง
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
ปรึกษาออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

