เสริมอก 400cc ราคาคิดจากอะไร ? เรื่องต้องรู้ และวิธีเตรียมตัว
ภาพตัวอย่างในการโฆษณา ไม่ใช่ผู้รับบริการจริง
ประเด็นสำคัญ
- เสริมอก 400cc ราคาในตลาดอยู่ที่ประมาณ 80,000 ถึง 250,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของซิลิโคน ชนิดของผิวสัมผัสซิลิโคน ความพร้อมของห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ และการดมยาสลบภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์
- ซิลิโคนขนาด 400 ซีซี เป็นขนาดค่อนข้างใหญ่ เหมาะกับผู้ที่มีความกว้างฐานอกมากพอ และมีความหนาของชั้นผิวเดิมเพียงพอในการปกคลุมขอบซิลิโคน
- การผ่าตัดจัดวางซิลิโคนในระนาบใต้กล้ามเนื้อหรือระนาบสองชั้น ช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าอกมัดใหญ่ช่วยพยุงน้ำหนัก ลดแรงกดทับต่อชั้นผิวหนังในระยะยาว
- การตรวจประเมินสัดส่วน และแนวกล้ามเนื้อละเอียดเป็นรายบุคคลร่วมกับแพทย์ ช่วยคัดกรองข้อห้ามทางการแพทย์ และวางแนวทางเลือกขนาดซิลิโคนให้ลงตัว
การผ่าตัดเสริมอก 400cc ราคาและความคุ้มค่าในการรักษา เป็นหัวข้อที่ผู้หญิงหลายท่านให้ความสนใจเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนสัดส่วนทรวงอกให้เด่นชัด ขนาด 400 ซีซี จัดเป็นขนาดที่เพิ่มปริมาตรได้มาก ต้องอาศัยการพิจารณาความพร้อมของสัดส่วนควบคู่กับมาตรฐานทางการแพทย์ การเลือกขนาดที่ใหญ่เกินกว่าความยืดหยุ่นของผิวหนังอาจนำไปสู่ปัญหาผิวบางหรือเห็นขอบซิลิโคนได้
S45 Clinic รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการเสริมอกขนาด 400cc ทั้งเกณฑ์การประเมินสัดส่วน ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าบริการ ขั้นตอนการดูแลตนเอง และข้อควรระวังรอบด้าน เพื่อช่วยให้ผู้รับการดูแลมีความรู้ความเข้าใจก่อนนัดหมายปรึกษาแพทย์
หัวข้อในบทความ
ซิลิโคน 400cc คืออะไร หุ่นแบบไหนที่เหมาะกับการทำ ?
ซิลิโคน 400cc คือขนาดซิลิโคนที่เพิ่มปริมาตรทรวงอกได้ค่อนข้างสูง เหมาะกับผู้ที่มีฐานกระดูกหน้าอกกว้าง และมีชั้นผิวหนาเพียงพอ การทำความเข้าใจมิติของซิลิโคนร่วมกับการตรวจประเมินทรวงอกอย่างละเอียด ช่วยให้แพทย์วางแนวทางรักษาได้ถูกต้องตรงกับสัดส่วนแต่ละบุคคล

ขนาดความกว้างและความพุ่งของซิลิโคน 400cc
ซิลิโคนขนาด 400 ซีซี มีมิติความกว้างของฐานซิลิโคน และระดับความพุ่งแตกต่างกันไปตามการออกแบบของแต่ละรุ่น ปริมาตร 400 ซีซี ให้ความกว้างของฐานประมาณ 12 ถึง 13 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับการเลือกระดับความพุ่งปานกลางหรือพุ่งสูง
ระดับความพุ่งของซิลิโคนเป็นตัวกำหนดระดับความนูนของเต้านมด้านหน้า หากเลือกทรงพุ่งสูง ฐานซิลิโคนจะแคบลงเล็กน้อย ให้เนินอกที่เด่นชัด เหมาะกับผู้ที่มีลำตัวเพรียวแต่ต้องการทรงอกที่นูนขึ้น แพทย์จะวัดขนาดทรวงอกเพื่อจับคู่ขนาดซิลิโคนให้แม่นยำ
รูปร่างที่เหมาะสมและความหนาของชั้นผิว พร้อมข้อห้ามทางการแพทย์
รูปร่างที่เหมาะสมในการใส่ซิลิโคนขนาด 400cc ต้องมีชั้นผิวเต้านมส่วนบนหนาพอ ซึ่งแพทย์จะประเมินด้วยการหยิกผิว เพื่อให้มีชั้นไขมัน และกล้ามเนื้อปกคลุมขอบซิลิโคนได้มิดชิด พร้อมกับมีฐานกระดูกหน้าอกกว้างพอรองรับเส้นผ่านศูนย์กลางซิลิโคน
ข้อห้ามทางการแพทย์สำหรับการเสริมอกขนาดใหญ่
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีชั้นผิวหนังเต้านมบางมากจนมองเห็นแนวกระดูกซี่โครงเด่นชัด
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีแผลอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณหน้าอก
ซิลิโคนขนาด 400cc ใหญ่เกินไปสำหรับสรีระคนไทยหรือไม่ ?
ขนาด 400cc จัดเป็นขนาดค่อนข้างใหญ่ การตัดสินความพอดีต้องดูสัดส่วนร่างกายองค์รวม ทั้งความกว้างช่วงไหล่ ขนาดรอบเอว และสัดส่วนสะโพก
เกณฑ์การประเมินสัดส่วนกับขนาด 400cc
- สัดส่วนที่เข้ากันได้ดี ผู้ที่มีโครงสร้างไหล่กว้าง มีเนื้อหน้าอกเดิมพอสมควร ช่วยให้ทรวงอกรับกับสะโพกเป็นทรงสมส่วน
- สัดส่วนที่ต้องระวัง ผู้ที่มีลำตัวเพรียวบาง ฐานอกแคบ การใส่ขนาด 400cc อาจทำให้ทรวงอกดูแน่นเกินไป และขอบเต้านมชิดกันผิดธรรมชาติ
ทำไมเสริมอก 400cc ราคาแต่ละที่ถึงไม่เท่ากัน ?

ราคาเสริมอก 400cc ในแต่ละสถานพยาบาลแตกต่างกันตาม 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ชนิดของซิลิโคน ความพร้อมของห้องผ่าตัด และการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง ราคาเสริมหน้าอก 400cc ในตลาดอยู่ที่ประมาณ 80,000 ถึง 250,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของซิลิโคน การพักค้างคืน และรายการที่รวมในค่าบริการ การพิจารณาค่าใช้จ่ายจึงควรดูว่าค่าบริการรวมอะไรบ้าง ส่วนค่าบริการของ S45 Clinic ดูได้ที่หน้าบริการเสริมหน้าอก หรือปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินเป็นรายบุคคล
ชนิดของผิวสัมผัส และประเภทของซิลิโคน
ผิวสัมผัสของซิลิโคน และเทคโนโลยีเนื้อเจลมีผลต่อต้นทุนการผลิต และค่าบริการทางการแพทย์ การเลือกยี่ห้อซิลิโคนที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา ซิลิโคนหน้าอกแบ่งตามลักษณะการใช้งานดังนี้
- ซิลิโคนผิวเรียบ ผิวสัมผัสนุ่ม เคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่นรับกับสรีระ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- ซิลิโคนผิวสัมผัสละเอียด ออกแบบเพื่อเพิ่มการยึดเกาะกับบริเวณชั้นผิวที่ต้องการดูแล และลดการเลื่อนตำแหน่ง
- ซิลิโคนเนื้อเจลคงรูป เนื้อเจลมีความหนืดสูง คืนรูปได้ไว และช่วยคงรูปทรงเต้านม
มาตรฐานห้องผ่าตัดและการดูแลโดยวิสัญญีแพทย์
ความพร้อมของห้องผ่าตัด และการระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์เป็นปัจจัยหลักของโครงสร้างค่าบริการ ห้องผ่าตัดควรมีระบบควบคุมความสะอาดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค
การระงับความรู้สึกด้วยการดมยาสลบต้องดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม คอยเฝ้าระวังระบบทางเดินหายใจ สัญญาณชีพ และการทำงานของหัวใจตลอดเวลาการผ่าตัด ส่วนนี้จึงเป็นอีกปัจจัยของค่าบริการ
เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์และการดูแลติดตามอาการหลังการรักษา
เทคนิคของแพทย์และการใช้เครื่องมือช่วยผ่าตัด ส่งผลต่อความแม่นยำ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างค่ารักษา องค์ประกอบบริการหลังผ่าตัดที่สถานพยาบาลมักรวมในค่าบริการมีดังนี้
- การตรวจติดตามอาการตามนัดหมาย และการดูแลแผลผ่าตัด
- ยาบรรเทาอาการปวด ยาปฏิชีวนะ และยาลดบวมตลอดช่วงพักฟื้น
- เสื้อชั้นในกระชับทรงทางการแพทย์เพื่อพยุงเต้านมเข้าที่
- การตรวจเช็กทรงเต้านมเพื่อเฝ้าระวังการเกิดพังผืดในระยะยาว
เช็กก่อนเลือกคลินิก : เสริมหน้าอกที่ไหนดี เกณฑ์เลือกคลินิกก่อนตัดสินใจ
วิธีเตรียมตัว ขั้นตอนผ่าตัด และการพักฟื้น

การวางแผนผ่าตัดเสริมอกให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความคาดหวัง ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เคร่งครัดช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และทำให้การสมานแผลเป็นไปอย่างราบรื่น
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด การตรวจร่างกายและข้อปฏิบัติที่ต้องงด
ช่วงก่อนผ่าตัด ผู้เข้ารับการรักษาต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพทั่วไปเพื่อยืนยันความพร้อมของร่างกายต่อการดมยาสลบ ข้อปฏิบัติช่วงเตรียมตัวก่อนผ่าตัดมีดังนี้
- งดยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาแอสไพริน และยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ล่วงหน้า 1 ถึง 2 สัปดาห์
- งดรับประทานวิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และอาหารเสริมทุกชนิดที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะแผลหายช้า
- งดน้ำ และอาหารทุกชนิดไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงก่อนเวลาผ่าตัด หรือตามคำสั่งของวิสัญญีแพทย์
ขั้นตอนผ่าตัดจัดวางตำแหน่งซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อเพื่อช่วยรับน้ำหนัก
การผ่าตัดเสริมอกขนาด 400cc แพทย์แนะนำเทคนิคการวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อหรือเทคนิคระนาบสองชั้น เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกช่วยพยุงน้ำหนัก มีลำดับขั้นตอนหลักดังนี้
- การเปิดแผลผ่าตัด แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กตามแนวรอยพับใต้ราวนมหรือรอยพับรักแร้
- การแยกโพรงกล้ามเนื้อ เลาะแยกชั้นใต้กล้ามเนื้อหน้าอกมัดใหญ่เพื่อสร้างช่องว่างรองรับซิลิโคน
- การสอดใส่ซิลิโคน สอดซิลิโคน 400cc ผ่านอุปกรณ์กรวยปลอดเชื้อเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนด
- การปิดแผล ตรวจสอบความสมมาตร แล้วปิดแผลตามเทคนิคที่แพทย์เลือก เช่น การปิดแผลด้วยกาวทางการแพทย์ที่ไม่ต้องตัดไหม
วิธีดูแลแผลผ่าตัด การสวมเสื้อชั้นในกระชับทรง และเวลาพักฟื้น
หลังการผ่าตัดผู้รับการดูแลต้องระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาต และทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือปลอดเชื้อเพื่อการฟื้นตัวที่ดี ข้อปฏิบัติในการดูแล และการพักฟื้นหลังเสริมหน้าอกมีดังนี้
- สวมเสื้อชั้นในกระชับทรง (ซัพพอร์ตบรา) ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเดือนแรก เพื่อประคองทรงอก และลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายหนัก หรือการยกแขนสูงเหนือศีรษะอย่างน้อย 1 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- นอนหงายหนุนหมอนสูงเล็กน้อยช่วงสัปดาห์แรก ช่วยลดอาการคั่งของของเหลว และบรรเทาความรู้สึกแน่นหน้าอก
- ควรพักฟื้นอย่างน้อย 7 วันก่อนกลับไปทำงานประจำที่ไม่ต้องใช้แรงมาก ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
อาการปกติหลังทำ และปัญหาที่ต้องระวัง
การผ่าตัดเสริมอกขนาด 400cc เป็นการผ่าตัดที่ร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัว การแยกแยะระหว่างการฟื้นตัวตามธรรมชาติกับสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อน ช่วยให้ดูแลตนเองได้ถูกต้อง และรับมือได้ทันท่วงที
อาการทั่วไปหลังผ่าตัด อาการบวม ช้ำ และความรู้สึกตึงบริเวณทรวงอก
การเสริมอกขนาด 400cc ทำให้ผิวหนัง และแนวกล้ามเนื้อต้องยืดขยายรองรับปริมาตรซิลิโคน ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติ อาการบวมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ลำดับอาการที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้
- อาการบวมและรอยช้ำพบมากช่วง 3 ถึง 7 วันแรก จากนั้นมักค่อย ๆ จางลงภายใน 2 ถึง 4 สัปดาห์ อาการช้ำแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- ความรู้สึกแน่นตึงหน้าอกเกิดจากกล้ามเนื้อ และผิวหนังปรับตัวรับน้ำหนัก มักรู้สึกผ่อนคลายขึ้นหลังผ่านสัปดาห์ที่ 2
- อาการชาบริเวณหัวนมเกิดจากเส้นประสาทรับความรู้สึกถูกยืดขยาย มักกลับคืนสู่สภาวะปกติภายใน 1 ถึง 3 เดือน
ปัญหาที่ต้องระวัง พังผืดหดรัด ภาวะเลือดคั่ง และการเกิดริ้วซิลิโคน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดเสริมอก จำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่
- พังผืดหดรัด เกิดจากร่างกายสร้างพังผืดมาห่อหุ้มซิลิโคนหนาเกินไปจนบีบรัด ทำให้เต้านมแข็งกระด้างและผิดรูป
- ภาวะเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองคั่ง เกิดจากการมีของเหลวสะสมในโพรงเต้านม ทำให้เต้านมข้างหนึ่งบวมโตผิดปกติ
- การเกิดริ้วซิลิโคน เกิดในผู้ที่มีชั้นไขมันบาง ซิลิโคนขนาดใหญ่เห็นเป็นลอนคลื่นเมื่อก้มตัวหรือสัมผัส
การใส่ซิลิโคนขนาด 400cc ส่งผลให้ปวดหลังหรือรู้สึกหนักตัวขึ้นหรือไม่ ?
น้ำหนักของซิลิโคนขนาด 400cc ทั้งสองข้างรวมกันอยู่ที่ประมาณ 800 กรัม ส่งผลให้แนวกล้ามเนื้อหลังช่วงบน และคอบ่าต้องทำงานเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาสมดุลท่าทางในช่วงแรกที่ร่างกายยังไม่คุ้นชิน
หากผู้รับการดูแลมีแนวกล้ามเนื้อหลังแข็งแรงพอ ร่างกายมักปรับตัวรับน้ำหนักได้ในเวลาต่อมา สำหรับผู้ที่มีสัดส่วนเล็กมาก การแบกรับน้ำหนัก 400cc ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดเมื่อยหลังได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความแข็งแรงของร่างกายก่อนตัดสินใจ
การเสริมอก 400cc ที่ S45 Clinic
การผ่าตัดเสริมอกที่ S45 Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนที่เหมาะกับสัดส่วนของผู้เข้ารับการรักษาเป็นรายบุคคล มุ่งเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างรอบด้านเพื่อให้การผ่าตัดเกิดความสมดุล และลดโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาว
การตรวจวัดขนาดและประเมินสรีระของแต่ละบุคคล
ศัลยแพทย์ที่ S45 Clinic เน้นการตรวจประเมินสัดส่วนรอบด้านก่อนวางแผนผ่าตัด เพื่อประเมินว่าซิลิโคนขนาด 400cc เหมาะกับสรีระหรือไม่ ขั้นตอนการตรวจประเมินเฉพาะบุคคลมีดังนี้
- การวัดความกว้างฐานเต้านมเดิมเพื่อเปรียบเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลางของซิลิโคน
- การตรวจความหนาของชั้นไขมัน และผิวหนังเพื่อป้องกันปัญหาขอบซิลิโคนโผล่
- การประเมินระยะห่างระหว่างหัวนมและความสูงของเนินอกเดิม
- การพูดคุยเรื่องขนาดและทรงหน้าอกที่ต้องการ เพื่อให้เห็นภาพสัดส่วนก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ห้องผ่าตัดและการติดตามอาการหลังทำ
S45 Clinic เป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต การผ่าตัดทำในห้องผ่าตัดที่ควบคุมความสะอาด พร้อมอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพระหว่างผ่าตัด
การดูแลหลังผ่าตัดมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ มีการนัดหมายตรวจติดตามอาการ ตรวจดูทรงหน้าอก และดูแลแผลผ่าตัดตามระยะเวลาที่กำหนด ตลอดช่วงพักฟื้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมอก 400cc
ข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัดเสริมอกขนาด 400cc ทั้งเรื่องความรู้สึกเจ็บ การให้นมบุตร และอายุการใช้งาน อธิบายข้อเท็จจริงตามหลักการแพทย์เพื่อคลายความกังวล และเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง
เสริมอกขนาด 400cc เจ็บกว่าขนาดเล็กหรือไม่ ?
ความรู้สึกเจ็บจากการเสริมหน้าอกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่ระดับความรู้สึกตึงแผลผ่าตัดของขนาด 400cc จะใกล้เคียงกับขนาดเล็ก เพียงแต่ผู้รับการดูแลอาจรู้สึกตึงแน่นบริเวณกล้ามเนื้อหน้าอกมากกว่า
การจัดการความเจ็บปวดในปัจจุบันมีระบบระงับความรู้สึกร่วมกับการให้ยาบรรเทาอาการปวด ช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้น อาการตึงแน่นจะเกิดขึ้นชัดเจนช่วง 2 ถึง 3 วันแรก และค่อย ๆ ทุเลาลงจนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
หลังผ่าตัดเสริมอกแล้ว ในอนาคตสามารถให้นมบุตรได้หรือไม่ ?
การผ่าตัดเสริมอกด้วยเทคนิคการวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อผ่านรอยกรีดใต้ราวนมหรือรอยพับรักแร้ มักไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำนม และการให้นมบุตรในอนาคต ตัวซิลิโคนจะอยู่ใต้ต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม
โครงสร้างของต่อมน้ำนม และระบบท่อส่งน้ำนมจึงมักทำงานได้ตามปกติ ยกเว้นกรณีที่มีการเปิดแผลรอบปานนมที่กระทบต่อท่อน้ำนมบางส่วน ผู้ที่มีแผนจะตั้งครรภ์ และให้นมบุตรควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อเลือกเทคนิคเปิดแผลที่ลงตัว
ซิลิโคนต้องเปลี่ยนไหม และควรเปลี่ยนตอนไหน ?
ซิลิโคนเสริมอกยุคปัจจุบันผลิตจากเจลคงรูป จึงไม่มีกำหนดวันหมดอายุตายตัว หากตรวจติดตามแล้วไม่พบความผิดปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามรอบปี แต่ซิลิโคนเต้านมไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้ได้ตลอดชีวิต จึงควรตรวจติดตามตามที่แพทย์แนะนำ
ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ควรพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคน
- การตรวจพบการแตกรั่วหรือฉีกขาดของถุงซิลิโคนผ่านการตรวจอัลตราซาวด์หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI)
- การเกิดภาวะพังผืดหดรัดจนทำให้เต้านมแข็ง ผิดรูป หรือมีอาการเจ็บ
- ความต้องการปรับเปลี่ยนขนาดหรือทรงหน้าอกให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย
สรุป
เสริมอก 400cc ราคาในตลาดอยู่ที่ประมาณ 80,000 ถึง 250,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของซิลิโคนร่วมกับรายการที่รวมในค่าบริการ ขนาด 400 ซีซี เหมาะสมกับผู้ที่มีฐานหน้าอกกว้าง และมีชั้นผิวหนาเพียงพอต่อการพยุงทรง การตรวจประเมินก่อนผ่าตัดช่วยป้องกันปัญหาขอบซิลิโคนมองเห็นชัดในระยะยาว
การผ่าตัดจัดวางซิลิโคนระนาบใต้กล้ามเนื้อช่วยกระจายน้ำหนัก และลดแรงตึงผิว การสวมเสื้อชั้นในกระชับทรงร่วมกับการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ช่วงพักฟื้น ช่วยลดความเสี่ยงพังผืดหดรัด และทำให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้ราบรื่น
เพราะสรีระแต่ละคน…
ไม่เหมือนกัน
แพทย์ของ S45 Clinic ประเมินก่อนทำทุกเคส แล้วแนะนำตามปัญหาจริง
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
ปรึกษาออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

