เสริมหน้าอกเจ็บไหม ? รู้สึกอย่างไร ควรดูแลตัวเองแบบไหน
ประเด็นสำคัญ
- ใครที่กังวลว่า “เสริมหน้าอกเจ็บไหม ?” คำตอบคือ ระดับความรู้สึกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่อธิบายว่าเป็นอาการระบมหลังผ่าตัด ซึ่งการประเมินและดูแลโดยแพทย์ ควบคู่กับการรับประทานยาบรรเทาอาการตามกำหนด จะมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บเหล่านี้ลงได้
- การประเมินร่างกายแบบรายบุคคลโดยแพทย์จะช่วยวางแผนการผ่าตัดที่เข้ากับสรีระของแต่ละบุคคลได้ลงตัว
- การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัด มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูหลังการศัลยกรรม ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน
- การเลือกใช้วัสดุและขนาดซิลิโคนที่สอดรับกับโครงสร้างสรีระเดิม มีส่วนช่วยลดแรงตึงผิวและการตึงรั้งของบริเวณช่วงอกหลังเข้ารับบริการ
ความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บนับเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เสริมหน้าอกเจ็บไหม ? รวมถึงอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาวะร่างกายหลังเข้ารับบริการ การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการฟื้นตัวและระดับความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลา จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจก่อนเข้ารับการปรับสัดส่วนทรวงอก
บทความนี้จาก S45 Clinic รวบรวมข้อควรรู้และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับความรู้สึกในแต่ละระยะ รวมถึงแนวทางการดูแลตนเองเพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกตึงแน่นหลังทำหัตถการ อาทิ การประคบเย็นและการสวมใส่ชุดประคองทรงตามคำแนะนำของแพทย์
เลือกอ่านตามหัวข้อ
Table of Contents
เสริมหน้าอกเจ็บไหม ? ความรู้สึกจริงหลังผ่าตัดเป็นแบบไหน ?

ระดับความรู้สึกเสริมหน้าอกเจ็บต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่มักอธิบายอาการว่ามีความรู้สึกคล้ายกับการตึงคัดบริเวณช่วงอก หรือความรู้สึกตึงแน่นของชั้นกล้ามเนื้อคล้ายหลังการออกกำลังกายช่วงบนอย่างหนักหน่วง
อาการปวดตึงบริเวณช่วงอกจะปรากฏในช่วง 48 ถึง 72 ชั่วโมงแรก เพราะชั้นผิวกับกล้ามเนื้อกำลังปรับตัวเข้ากับขนาดซิลิโคนชิ้นใหม่ หลังจากผ่านพ้นช่วงสามวันแรกไป ความรู้สึกตึงแน่นอึดอัดจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
การดูแลตัวเองด้วยการรับประทานยาบรรเทาอาการตามคำแนะนำของแพทย์ จะมีส่วนช่วยดูแลสภาพร่างกายให้อยู่ในระดับที่สามารถเดินทำกิจกรรมเบา ๆ ในบ้านได้ปกติ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ กระบวนการฟื้นตัว และการตอบสนองของร่างกายจะขึ้นอยู่กับสรีระ สภาพร่างกาย และการดูแลเฉพาะบุคคล
ความรู้สึกช่วงผ่าตัดที่ระงับความปวดด้วยวิสัญญีแพทย์
ระหว่างเข้ารับบริการเสริมหน้าอก สภาวะร่างกายจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมด้วยการใช้ยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์แบบหนึ่งต่อหนึ่งตลอดเวลา การระงับความรู้สึกวิธีนี้ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับลึกและกล้ามเนื้อผ่อนคลายเต็มที่ สัญญาณชีพทุกอย่างรวมถึงออกซิเจนในเลือดจะถูกตรวจสอบผ่านจอมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด
วิสัญญีแพทย์จะคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมจากน้ำหนักตัว ประวัติสุขภาพ และสรีระเฉพาะบุคคล เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะพักผ่อนตลอดขั้นตอนการทำหัตถการจนกระทั่งการจัดวางซิลิโคนเสริมหน้าอกจะเสร็จสิ้น ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางกายภาพ เทคนิคการจัดวาง และการประเมินของแพทย์
ความรู้สึกช่วงตื่นขึ้นมาหลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด
เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้น สิ่งแรกที่อาจสัมผัสได้คือความรู้สึกตึงและแน่นบริเวณช่วงอก ซึ่งเป็นสภาวะปกติที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของชั้นผิวเพื่อรองรับปริมาตรของวัสดุเสริม รวมถึงฤทธิ์ยาชาที่ยังคงตกค้างอยู่ ทำให้ความรู้สึกตึงแน่นปรากฏขึ้นชัดกว่าอาการปวดแผลผ่าตัด
ความรู้สึกโคลงเคลงหรือครั่นเนื้อครั่นตัวอาจเกิดขึ้นได้ชั่วคราวในช่วงประมาณ 2 ถึง 4 ชั่วโมงแรก พยาบาลจะคอยดูแลพร้อมทั้งดูแลให้ยาบรรเทาอาการตามคำสั่งแพทย์ ทั้งนี้ การนอนหนุนหมอนสูงประมาณ 30 ถึง 45 องศา จะมีส่วนช่วยดูแลแรงดันบริเวณทรวงอกและช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้นในช่วงเวลานี้
เสริมหน้าอก รู้สึกเจ็บแบบไหน ?
การเปรียบเทียบว่าการทำหัตถการปรับสรีระช่วงอกมีความรู้สึกเหมือนโดนรถบรรทุกทับนั้น ไม่สอดคล้องกับแนวทางการทำหัตถการในปัจจุบัน ความเชื่อดังกล่าวเป็นเพียงคำบอกเล่าสะสมที่ส่งต่อกันมาจนอาจสร้างความวิตกกังวลก่อนการตัดสินใจ
ระดับความรู้สึกจริงหลังเข้ารับบริการ มีความคล้ายคลึงกับการตึงคัดบริเวณช่วงอก หรือความรู้สึกตึงแน่นของชั้นกล้ามเนื้อคล้ายหลังการออกกำลังกายช่วงบน ซึ่งอาการปวดตึงเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับจนกระทั่งร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยกระบวนการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายเฉพาะบุคคล
ที่มาของความเชื่อเรื่องความเจ็บในอดีต
ความเชื่อเกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บในอดีต เกิดจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคก่อน ที่ยังไม่ได้นำกล้องส่องขนาดเล็กมาใช้ปรับพื้นที่เพื่อวางตำแหน่งซิลิโคน ส่งผลให้ชั้นผิวบริเวณรอบข้างอาจเกิดการตึงตัวและมีการบอบช้ำสะสม
นอกจากนี้ การทำหัตถการในยุคก่อนยังไม่ได้มีการฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อบล็อกเส้นประสาทเต้านมล่วงหน้าก่อนตื่นจากการดมยาสลบ ผู้เข้ารับบริการจึงอาจสัมผัสถึงความปวดตึงในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก ประกอบกับการใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่เกินสรีระเดิม ส่งผลให้ชั้นกล้ามเนื้อช่วงอกถูกยืดขยายตัวเร็ว จนส่งสัญญาณความปวดเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
ความเป็นจริงเมื่อผ่าตัดด้วยเครื่องมือแพทย์ในปัจจุบัน
ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง การนำเทคโนโลยีกล้องส่องขนาดเล็กมาใช้ มีส่วนช่วยให้แพทย์สามารถประเมินและจัดวางตำแหน่งวัสดุเสริมได้เหมาะสม
นอกจากนี้ การใช้อุปกรณ์คลื่นความถี่สูงในปัจจุบัน ยังมีส่วนช่วยดูแลชั้นผิวข้างเคียง โดยหลังทำหัตถการ แผลจะมีขนาดเล็กประมาณ 3 ถึง 4 เซนติเมตร มีส่วนช่วยดูแลให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวและฟื้นตัวตามลำดับขั้นตอน รวมถึงช่วยลดโอกาสการเกิดพังผืดรัดรอบวัสดุเสริม ทั้งนี้ ผลลัพธ์ กระบวนการฟื้นตัว และการตอบสนองของร่างกายจะขึ้นอยู่กับสรีระ สภาพร่างกาย และการดูแลเฉพาะบุคคล
เสริมหน้าอกเจ็บไหม ถ้าวางตำแหน่งต่างกัน ?

เสริมหน้าอกเจ็บไหมก็ขึ้นอยู่กับการเลือกตำแหน่งจัดวางด้วย เพราะตำแหน่งการวางวัสดุเสริมมีส่วนสัมพันธ์กับอาการปวดตึงหลังทำหัตถการ เพราะชั้นกล้ามเนื้อบริเวณช่วงอกแต่ละส่วนมีการตอบสนองต่อความรู้สึกแตกต่างกัน
การพิจารณาเลือกตำแหน่งจัดวางที่สอดรับกับโครงสร้างร่างกายเฉพาะบุคคล จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อระดับความเจ็บและการปรับตัวของร่างกายในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำหัตถการ ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะมีรายละเอียดความแตกต่างกัน ดังนี้
เสริมหน้าอกเหนือชั้นกล้ามเนื้อ
การจัดวางวัสดุเสริมเหนือชั้นกล้ามเนื้อ มีส่วนช่วยบรรเทาความรู้สึกตึงแน่นหลังทำหัตถการ เพราะกระบวนการจัดวางตำแหน่งจะอยู่บริเวณใต้เนื้อนมแต่อยู่เหนือชั้นกล้ามเนื้อ โดยไม่มีการรบกวนชั้นกล้ามเนื้อช่วงอก ส่งผลให้ระดับอาการปวดตึงน้อยกว่าการจัดวางในชั้นอื่น ๆ
แนวทางนี้ช่วยดูแลให้กระบวนการปรับตัวของร่างกายเป็นไปตามลำดับขั้นตอน เพราะเกิดการปรับตัวเฉพาะบริเวณชั้นผิวและต่อมน้ำนม โดยชั้นผิวจะค่อย ๆ ปรับตัวตามขนาดของวัสดุเสริมโดยไม่มีแรงกดจากมัดกล้ามเนื้อเข้ามาเกี่ยวข้อง ช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายหรือการขยับแขนทำได้สะดวกขึ้นหลังทำหัตถการประมาณ 3 ถึง 5 วัน ขึ้นอยู่กับกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายในแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ การจัดวางในตำแหน่งนี้ยังช่วยลดโอกาสเกิดการตึงตัวของทรวงอกขณะใช้งานกล้ามเนื้อแขนหรือยกสิ่งของ โดยร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างชั้นผิวตามธรรมชาติรอบวัสดุเสริม ซึ่งสอดคล้องกับการดูแลตนเองด้วยการสวมชุดกระชับ (Support Bra) ประคองทรงตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
เสริมหน้าอกใต้ชั้นกล้ามเนื้อ
การเสริมหน้าอกใต้ชั้นกล้ามเนื้อ เป็นแนวทางที่มีระดับความรู้สึกตึงแน่นมากกว่าการจัดวางเหนือชั้นกล้ามเนื้อ เพราะมีกระบวนการจัดวางตำแหน่งบริเวณชั้นกล้ามเนื้อช่วงอกเพื่อรองรับวัสดุเสริม แรงกดตามธรรมชาติจากชั้นกล้ามเนื้อจึงส่งผลต่อระดับความรู้สึกตึงแน่นบริเวณทรวงอกในช่วงแรก ซึ่งเป็นสภาวะการปรับตัวตามธรรมชาติของร่างกาย
อาการปวดตึงจะปรากฏขึ้นในช่วงแรกหลังทำหัตถการ โดยแพทย์จะพิจารณาดูแลสภาวะร่างกายด้วยการจ่ายยาที่ช่วยดูแลการตึงตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อผ่านพ้นช่วงสัปดาห์แรกไปแล้ว ความรู้สึกตึงแน่นอึดอัดจะค่อย ๆ บรรเทาลงตามลำดับ จนกระทั่งชั้นผิวและเนื้อเยื่อรอบบริเวณวัสดุเสริมเริ่มปรับตัวเข้ากับสรีระ โดยผลลัพธ์ กระบวนการฟื้นตัว และการตอบสนองของร่างกายจะขึ้นอยู่กับสรีระ สภาพร่างกาย และการดูแลเฉพาะบุคคล
เสริมหน้าอกแบบ Dual Plane
การเสริมหน้าอกแบบ Dual Plane มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดตึงและความรู้สึกตึงแน่นหลังทำหัตถการ ด้วยการจัดวางตำแหน่งให้สอดรับกับชั้นกล้ามเนื้อช่วงอกเป็นสองส่วน โดยจัดวางวัสดุเสริมให้อยู่ใต้ชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน และอยู่เหนือชั้นกล้ามเนื้อส่วนล่าง ทำให้สรีระช่วงอกไม่ได้รับแรงกดทับจากกล้ามเนื้อเต็มผืน ผู้เข้ารับบริการจึงสามารถเคลื่อนไหวร่างกาย ขยับแขน และทรงตัวได้สะดวกขึ้น
การเปิดแผลขนาด 3 ถึง 4 เซนติเมตร บริเวณใต้ราวนม มีส่วนช่วยลดการบอบช้ำของเส้นเลือดและเส้นประสาทรอบ ๆ เต้านม ส่งผลให้ความรู้สึกตึงแน่นรอบบริเวณลดลง โดยผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปปฏิบัติภารกิจเบา ๆ หรือใช้ชีวิตประจำวันได้เหมาะสม
ผ่าตัดเสริมหน้าอกปวดกี่วัน ? และเมื่อไหร่หน้าอกเริ่มเข้ารูป ?
อาการปวดตึงหลังเข้ารับบริการเสริมหน้าอกมักปรากฏในช่วงแรก และจะค่อย ๆ บรรเทาลงตามลำดับจนสามารถกลับไปปฏิบัติภารกิจเบา ๆ ในชีวิตประจำวันได้
ด้านรูปทรงของทรวงอก ชั้นผิวรอบบริเวณวัสดุเสริมจะค่อย ๆ คลายตัว และปรับตัวเข้ากับสรีระ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3 ถึง 6 เดือน โดยขึ้นอยู่กับการดูแลชั้นผิวรอบวัสดุเสริม และการดูแลตนเองด้วยการสวมชุดกระชับ (Support Bra) ตามคำแนะนำของแพทย์
อาการปวดระบมช่วงสามวันแรก
อาการปวดระบมหลังเข้ารับบริการเสริมหน้าอกจะปรากฏชัดในช่วงแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มมีกระบวนการตอบสนองตามธรรมชาติและการตึงตัวของชั้นกล้ามเนื้อบริเวณทรวงอก โดยสภาวะร่างกายจะมีลักษณะคล้ายกับการตึงคัดบริเวณช่วงอกร่วมกับความรู้สึกตึงแน่นชั่วคราว การเคลื่อนไหวร่างกายหรือการพยุงตัวลุกนั่งในช่วงเวลานี้อาจต้องทำอย่างระมัดระวัง
การดูแลตัวเองในช่วงแรกเน้นการประคบเย็นรอบบริเวณช่วงอก และการรับประทานยาบรรเทาอาการตามคำสั่งแพทย์ ทั้งนี้ การนอนหงายโดยใช้หมอนหนุนบริเวณศีรษะและแผ่นหลังให้สูงทำมุมประมาณ 30 ถึง 45 องศา มีส่วนช่วยดูแลแรงดันตึงผิวบริเวณทรวงอกและช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายขึ้น
ร่างกายเริ่มฟื้นตัวช่วงเจ็ดวันแรกจนถึงหนึ่งเดือน
อาการปวดตึงหลังเข้ารับบริการเสริมหน้าอกจะค่อย ๆ บรรเทาลงตามลำดับ เมื่อเข้าสู่วันที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับวัสดุเสริม สภาวะการตึงแน่นรอบบริเวณช่วงอกจะค่อย ๆ คลายตัวลง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบนทำได้สะดวกขึ้น โดยช่วงนี้แผลภายนอกจะเริ่มแห้งจนสามารถเข้ารับการตรวจติดตามผลตามที่แพทย์นัดหมาย
เมื่อผ่านพ้นช่วงสัปดาห์ที่ 2 ไปจนถึงครบ 1 เดือน รูปทรงของหน้าอกจะเริ่มคลายตัวและปรับตัวเข้ากับสรีระ ความรู้สึกตึงคัดบริเวณชั้นผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความยืดหยุ่น ทั้งนี้ การดูแลตัวเองในช่วงนี้ยังคงต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อช่วงอก และงดการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดแผลภายในฉีกขาด
เสริมหน้าอกเจ็บไหม แนวทางการดูแลตัวเองหลังทำนมที่ S45 Clinic

เสริมหน้าอกเจ็บไหมขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังเข้ารับบริการที่ถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยดูแลระดับความสบายตัวบริเวณทรวงอก ทางคลินิกได้จัดเตรียมระบบดูแลและสนับสนุนกระบวนการฟื้นตัวของร่างกายหลังเข้ารับบริการ เพื่อดูแลให้ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยการดูแลครอบคลุมทั้งแนวทางการปฏิบัติตัวพื้นฐาน ควบคู่กับการสวมใส่ชุดประคองทรงตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
1. การปฏิบัติตัวและกินยาบรรเทาอาการปวดตามคำแนะนำของแพทย์
การรับประทานยาบรรเทาอาการปวดตรงเวลาตามรอบที่แพทย์กำหนด มีส่วนช่วยดูแลอาการระบมหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ช่วง 3 วันแรก ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูงทำมุมประมาณ 30 ถึง 45 องศา เพื่อช่วยดูแลแรงดันบริเวณทรวงอกและช่วยลดความรู้สึกตึงแน่นของชั้นผิวให้บรรเทาลงตามลำดับ
งดรับประทานยาบรรเทาอาการบางกลุ่ม เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดในช่วงสัปดาห์แรก เพราะอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดและเสี่ยงต่อการเกิดเลือดคั่งใต้ผิวหนัง หากพบอาการบวมแดงผิดปกติหรือมีไข้ ควรรีบติดต่อคลินิกเพื่อรับคำแนะนำและการดูแลตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายเฉพาะบุคคล
2. การใส่ Support Bra
การสวมชุดกระชับ (Support Bra)หลังเข้ารับบริการ มีส่วนช่วยลดอาการหน่วงและการตึงรั้งบริเวณช่วงอกขณะขยับร่างกาย
อุปกรณ์ประเภทนี้ทำหน้าที่ประคองทรงให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการเลื่อนขยับหรือแผลแยกจากแรงดึงรั้งขณะเคลื่อนไหวร่างกาย การประคองทรงที่เหมาะสมยังมีส่วนช่วยดูแลสภาวะร่างกายให้ผ่อนคลายจากความรู้สึกตึงแน่นได้ ส่งผลให้อาการปวดระบมบรรเทาลงตามลำดับ
ควรเลือกสวมบราชนิดพยุงนี้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ถึง 3 เดือน โดยถอดออกเฉพาะเวลาอาบน้ำ การเลือกขนาดที่สอดรับกับสรีระโดยไม่มีโครงโลหะกดทับแผลผ่าตัด จะช่วยกระจายแรงกดสม่ำเสมอ ลดโอกาสการเกิดภาวะนมแฝด และส่งเสริมให้ชั้นผิวค่อย ๆ สมานตัวเข้ากับรูปทรงใหม่ของเต้านมตามลำดับขั้นตอน
3. การนวดหน้าอก
การนวดหน้าอกที่ถูกวิธี มีส่วนช่วยลดโอกาสการหดรัดของพังผืดรอบเต้านม ส่งผลให้ทรวงอกค่อย ๆ ปรับตัวและมีความยืดหยุ่น โดยสามารถเริ่มนวดเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ หลังจากแผลผ่าตัดปิดสนิทดี เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนรอบบริเวณช่วงอก
ทิศทางการบริหารเน้นการประคองช่วงอกไปในทิศทางต่าง ๆ ทั้งการดันขึ้น ลง ซ้าย และขวา เพื่อขยายช่องว่างรอบบริเวณที่ใส่ซิลิโคน การนวดบริหารด้วยตัวเองเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที จะช่วยดูแลระดับความรู้สึกตึงรั้งของชั้นผิวช่วงอก และมีส่วนช่วยให้สรีระค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับมิติทรวงอก ทั้งนี้ ผลลัพธ์ กระบวนการฟื้นตัว และการตอบสนองของร่างกายจะขึ้นอยู่กับสรีระ สภาพร่างกาย และการดูแลเฉพาะบุคคล
สรุป
การเสริมหน้าอกเจ็บไหม สำหรับการทำหัตถการปรับสรีระช่วงอกในปัจจุบัน อาจยังมีความรู้สึกเจ็บหรือตึงแน่นอยู่บ้างตามสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล แต่ระดับความรู้สึกนั้นไม่ได้มากเท่าความเชื่อในอดีต ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการเลือกตำแหน่งจัดวางซิลิโคนเสริมหน้าอก ควบคู่กับการใช้ยาระงับความรู้สึก
โดยอาการปวดตึง หรืออาการตึงรั้ง มักปรากฏชัดในช่วงแรกหลังเข้ารับบริการ และจะค่อย ๆ บรรเทาลงตามลำดับเมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสม ร่วมกับการสวมชุดกระชับ (Support Bra) และการรับประทานยาบรรเทาอาการตามคำสั่งแพทย์
สนใจปรึกษาเสริมหน้าอกกับแพทย์ S45 Clinic
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการเสริมหน้าอก พร้อมประเมินสรีระและออกแบบทรงอกที่ใช่สำหรับคุณ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา
“เพราะทุกความสวย มาจากความใส่ใจ”
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
Reveal Your Hidden Beauty
LINE ID @s45clinic.official (มีแอดด้วยนะคะ) Hotline 02-125-2543 ถึง 44
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

