ตาตกแก้ไขอย่างไร ? สาเหตุ และวิธีรักษาทางการแพทย์
ภาพตัวอย่างในการโฆษณา ไม่ใช่ผู้รับบริการจริง
ประเด็นสำคัญ
- ภาวะตาตก เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ ผิวหนังเปลือกตาหย่อนตัว กล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรง และตำแหน่งคิ้วเลื่อนต่ำลงมา
- สัญญาณเตือนที่ควรเข้ารับการรักษา คือขอบเปลือกตาบนตกลงมาปิดทับตาดำมากกว่าปกติ ลานสายตาแคบลง หรือมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากจากการยกคิ้วเพื่อช่วยในการมองเห็น
- การรักษาทางการแพทย์ กรณีหนังตาเกินคือการตัดหนังตาส่วนเกินหรือการผ่าตัดซ่อนแผลใต้คิ้ว กรณีแนวคิ้วตกแพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดยกคิ้วผ่านการส่องกล้อง
- การรักษามีส่วนช่วยขยายมุมมองการมองเห็นให้กว้างขึ้น โดยผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ผิวหนัง และเปลือกตายังคงมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติตามวัย ผู้เข้ารับการรักษาควรงดขยี้ตาเพื่อช่วยชะลอการหย่อนตัวในระยะยาว
ปัญหาตาตก หนังตาหย่อนตัว หรือหางตาตกลู่ลงมา เป็นภาวะที่พบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น อาการเหล่านี้ส่งผลต่อบุคลิกภาพและการมองเห็นโดยตรง หลายคนมักเข้าใจว่าเกิดจากผิวหนังหย่อนตัวเพียงอย่างเดียว แต่สาเหตุอาจมาจากกล้ามเนื้อเปลือกตาหรือตำแหน่งคิ้วที่เปลี่ยนไป การปล่อยอาการทิ้งไว้อาจทำให้ใบหน้าดูอิดโรย และบดบังลานสายตาในการใช้ชีวิตประจำวัน
S45 Clinic รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุ สัญญาณเตือน และแนวทางการผ่าตัด เพื่อให้เข้าใจลักษณะปัญหาดวงตา ผู้เข้ารับการรักษาสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ
หัวข้อในบทความ
รู้จักอาการตาตก และลักษณะรอบดวงตาที่เกี่ยวข้อง

อาการตาตก คือภาวะที่ขอบเปลือกตาบนหรือผิวหนังบริเวณเปลือกตาเลื่อนต่ำลงมากกว่าระดับปกติ องค์ประกอบของเปลือกตาประกอบด้วยชั้นผิวหนัง แนวกล้ามเนื้อ และชั้นไขมันรอบเบ้าตา แต่ละส่วนทำงานสัมพันธ์กันเพื่อควบคุมการเปิดปิดดวงตา
ความแตกต่างระหว่างหนังตาเกินกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- ตำแหน่งความผิดปกติ หนังตาเกินมีสาเหตุจากชั้นผิวหนังด้านบนหย่อนตัวลงมาทับเส้นชั้นตาเดิม ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) เกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตามีแรงยกไม่เพียงพอ
- ลักษณะที่พบ ผู้มีปัญหาหนังตาเกินยังคงมีเส้นชั้นตาเดิมแต่มีชั้นผิวตกลงมาปิดทับ ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะมีขอบเปลือกตาตกลงมาบดบังตาดำ ทำให้เห็นพื้นที่ตาดำแคบลง และรู้สึกลืมตาลำบาก
- การทดสอบเบื้องต้น เมื่อใช้นิ้วยกชั้นผิวส่วนเกินขึ้น อาการหนังตาเกินจะแสดงให้เห็นขอบเปลือกตาในระดับปกติ ส่วนอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะพบว่าขอบเปลือกตายังคงปิดทับตาดำอยู่เช่นเดิม
ผลกระทบจากไขมันเบ้าตาและกระดูกเบ้าตาที่ทำให้ตาตก
ชั้นไขมันใต้ผิวรอบเบ้าตา และกระดูกเบ้าตาที่เปลี่ยนแปลงตามวัยเป็นปัจจัยที่ทำให้เปลือกตาตกลงมา ชั้นไขมันใต้ผิวรอบเบ้าตามีหน้าที่รองรับลูกตา และพยุงลักษณะเปลือกตา เมื่ออายุเพิ่มขึ้นแผงกั้นเบ้าตาอาจเกิดการหย่อนยาน ก้อนไขมันจะดันตัวออกมาด้านหน้าจนกลายเป็นถุงเปลือกตาบนที่หนา และกดทับให้เปลือกตาตกลงมา บางรายอาจพบภาวะไขมันฝ่อตัวซึ่งส่งผลให้เบ้าตาลึกและผิวหนังพับตัวผิดรูป
ขอบกระดูกเบ้าตามีผลต่อตำแหน่งของเปลือกตา การเปลี่ยนแปลงของมวลกระดูกบริเวณหน้าผาก และเบ้าตาจะค่อย ๆ ยุบตัวลงตามวัย ทำให้ฐานรองรับชั้นผิวลดลง ชั้นผิวบริเวณเปลือกตาจึงเลื่อนต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง แพทย์จะวางแผนดูแลโดยประเมินความเปลี่ยนแปลงของลักษณะดวงตาเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม
สาเหตุที่ทำให้เกิดตาตกมีอะไรบ้าง ?
อาการตาตกเกิดจากความเสื่อมสภาพตามวัย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหลัก การระบุสาเหตุให้ตรงจุดจะช่วยให้แพทย์สามารถเลือกเทคนิคการดูแลที่เข้ากับใบหน้าเฉพาะบุคคลได้
ความเปลี่ยนแปลงตามวัยและความยืดหยุ่นของผิวหนังที่ลดลง
ผิวหนังที่สูญเสียความกระชับตามกาลเวลาเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะตาตก การสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวจะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ผิวบริเวณเปลือกตาที่มีความบางจึงสูญเสียความกระชับไวกว่าผิวหนังบริเวณอื่น
เมื่อผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวชั้นนอกจะเริ่มหย่อนตัวและเกิดรอยพับซ้อนกันหลายชั้น หางตาซึ่งมีการขยับจากการยิ้มหรือกะพริบตาบ่อยครั้งจะได้รับผลกระทบให้หย่อนคล้อย และตกลงมาก่อนบริเวณหัวตา
ลักษณะตาแต่กำเนิด และพฤติกรรมการขยี้ตาเป็นประจำ
สรีระหน้าแต่กำเนิด และพฤติกรรมการดึงรั้งเปลือกตาล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เปลือกตาตกลงมา ผู้ที่มีกระดูกโหนกคิ้วต่ำ เบ้าตาแคบ หรือแนวคิ้วชิดขอบตาบน จะมีชั้นผิวบริเวณเปลือกตาดูหนา และตกลงมาได้ง่าย บางรายอาจพบภาวะกล้ามเนื้อตาเปิดได้ไม่เต็มที่มาแต่กำเนิดร่วมด้วย
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีส่วนเร่งให้อาการตาตกเกิดขึ้นไวกว่าปกติ การขยี้ตาแรงเป็นประจำส่งผลให้เส้นใยเอ็นกล้ามเนื้อยกเปลือกตายืดตัว และหลุดออกจากตำแหน่งเดิม การใส่ และถอดคอนแทคเลนส์ติดต่อกันหลายปีที่มีการดึงรั้งเปลือกตาบ่อยครั้งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เปลือกตาหย่อนยานก่อนวัย
อาการตาตกแบบไหนที่ควรพบแพทย์ ?

อาการตาตกที่ควรพบแพทย์ คือภาวะที่เปลือกตาตกลงมาจนบดบังทัศนวิสัยหรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะนี้มีระดับความรุนแรงตั้งแต่ผลกระทบด้านสุนทรียภาพไปจนถึงการมองเห็น การสังเกตสัญญาณเตือนจะช่วยให้ทราบช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินลักษณะดวงตา การตรวจตั้งแต่แรกเริ่มมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนรบกวนการมองเห็น
สัญญาณเตือนเมื่อหนังตาตกเริ่มบดบังการมองเห็น
สัญญาณเตือนว่าอาการตาตกเริ่มส่งผลต่อการมองเห็นสังเกตได้จากขอบเปลือกตาที่เลื่อนต่ำลง และการปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อช่วยในการมอง ผู้เข้ารับการรักษาสามารถประเมินความผิดปกติบริเวณดวงตาเบื้องต้นได้ดังนี้
- ขอบเปลือกตาบนตกลงมาบดบังตาดำ ทำให้ลานสายตาด้านบนหรือด้านข้างแคบลงจนมองภาพไม่ครบถ้วน
- ผู้มีอาการต้องแหงนหน้าหรือเอียงคอเพื่อมองภาพตรงหน้าเวลาอ่านหนังสือหรือขับรถ
- กล้ามเนื้อหน้าผากเกร็งตัวตลอดเวลาจากการยกคิ้วช่วยเปิดตา ส่งผลให้เกิดรอยย่นลึก และมีอาการเมื่อยล้าบริเวณกระบอกตา
อาการตาตกที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต และควรพบแพทย์
อาการตาตกที่ควรพบแพทย์ประเมินได้จากขอบเปลือกตาที่ตกลงมาปิดทับตาดำมากกว่าปกติ (โดยทั่วไปเปลือกตาบนจะคลุมขอบบนของตาดำเพียงประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิเมตร) หรือเกิดการระคายเคืองสะสมจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้มีอาการสามารถสังเกตผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาได้ดังนี้
- ขอบเปลือกตาบนตกลงมาปิดทับตาดำมากกว่าปกติจนรบกวนลานสายตา
- เกิดผื่นผิวหนังอักเสบแดงหรือระคายเคืองบริเวณรอยพับหางตาจากความอับชื้นของเหงื่อ และคราบน้ำตาที่สะสม
- ชั้นตาหลบในหรือหางตาตกลู่ลงมากส่งผลให้ใบหน้าดูอิดโรยและดูมีอายุ
- ผู้ที่เคยทำตาสองชั้นมาก่อนแต่ชั้นตากลับมาเล็กลงจนมองไม่เห็นเส้นชั้นตาจากชั้นผิวที่เริ่มหย่อนตัวลงมาใหม่
วิธีรักษาตาตกทางการแพทย์ทำอย่างไรได้บ้าง ?

วิธีรักษาตาตกทางการแพทย์ทำได้ด้วยการผ่าตัดตกแต่งชั้นผิวส่วนเกินหรือการยกคิ้วเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด แพทย์จะประเมินจากสาเหตุ ระดับความหย่อนคล้อย และตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ การเลือกเทคนิคให้สอดคล้องกับลักษณะใบหน้าของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละรายจะช่วยให้ผลลัพธ์เหมาะสมกับการมองเห็น
การผ่าตัดทำตาสองชั้นพร้อมตัดหนังตาส่วนเกินแก้ตาตก
การผ่าตัดทำตาสองชั้นพร้อมตัดแต่งชั้นผิวส่วนเกินคือเทคนิคการแก้ไขปัญหาชั้นผิวบริเวณเปลือกตาบนหย่อนตัวเพื่อสร้างแนวชั้นตาใหม่ให้ชัดเจน วิธีนี้แพทย์จะประเมินแนวแผลบนเปลือกตาเพื่อตัดชั้นผิว และแถบกล้ามเนื้อส่วนเกินออก พร้อมจัดการไขมันรอบเบ้าตาที่หนาตัว จากนั้นจะเย็บตรึงชั้นผิวเข้ากับแผ่นเอ็นกล้ามเนื้อตาเพื่อกำหนดเส้นชั้นตาใหม่ เทคนิคนี้เป็นการซ่อนรอยแผลไว้ในรอยพับชั้นตาเมื่อเปิดตา
การผ่าตัดยกหางตาซ่อนแผลใต้คิ้ว (Sub-Brow Lift) แก้ตาตก
การผ่าตัดยกหางตาซ่อนแผลใต้คิ้ว (Sub-Brow Lift) คือวิธีแก้ปัญหาชั้นผิวบริเวณหางตาย้อยตกลงมาบดบังชั้นตาโดยยังคงเส้นชั้นตาเดิมไว้ เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้มีเส้นชั้นตาชัดเจนอยู่แล้ว แพทย์จะเปิดแผลชิดขอบล่างของแนวคิ้วเพื่อตัดชั้นผิวส่วนเกินที่ดึงรั้งหางตาออก จากนั้นจะเย็บยกกระชับชั้นใต้ผิวขึ้นไปยึดกับเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณใต้คิ้วเพื่อช่วยเปิดชั้นตาช่วงหางตา รอยแผลจากการผ่าตัดมีขนาดเล็ก และมักค่อย ๆ ลดเลือนกลืนไปกับแนวขนคิ้วในระยะเวลา 3 ถึง 6 เดือน
การผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้อง (Endoscopic Brow Lift) แก้ตาตก
การผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้องคือเทคนิคการแก้ปัญหาแนวคิ้วเลื่อนต่ำด้วยการเปิดแผลขนาด 1 ถึง 2 เซนติเมตร บริเวณไรผมประมาณ 3 ถึง 5 จุด แพทย์จะใช้กล้องผ่าตัดช่วยแยกชั้นใต้ผิวหน้าผาก และยกแนวคิ้วขึ้นตรึงในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาระยะคิ้วชิดดวงตา วิธีนี้ช่วยดึงชั้นผิวบริเวณหน้าผาก หางตา และเปลือกตาบนขึ้นพร้อมกันโดยอาศัยเทคนิคซ่อนรอยแผลไว้บริเวณไรผม
การใช้โบทูลินัม ท็อกซิน และสารเติมเต็มช่วยพยุงตาตก
การใช้โบทูลินัม ท็อกซิน และสารเติมเต็มคือแนวทางการดูแลสำหรับผู้มีปัญหาตาตกในระยะเริ่มต้นหรือยังไม่พร้อมรับการผ่าตัด โปรแกรมฉีดโบทูลินัม ท็อกซินบริเวณแนวกล้ามเนื้อรอบหางตาอาจช่วยลดแรงดึงรั้ง และช่วยให้หางตาดูเปิดขึ้น สำหรับโปรแกรมสารเติมเต็มบริเวณขมับหรือขอบกระดูกเบ้าตาอาจช่วยพยุงชั้นผิวรอบดวงตา
การดูแลด้วยวิธีนี้ดำเนินการภายใต้การประเมินของแพทย์ ผลลัพธ์จากการทำหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยสารที่ใช้ในการดูแลจะสลายตัวได้ตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย
ข้อดีและข้อควรระวังก่อนผ่าตัดรักษาตาตกมีอะไรบ้าง ?

ข้อดีและข้อควรระวังก่อนผ่าตัดรักษาตาตกที่ควรพิจารณา ได้แก่ ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และข้อจำกัดของสรีระหน้าเดิม ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องเตรียมตัวตามคำแนะนำของแพทย์ การปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวช่วยให้การรักษาเป็นไปตามแผน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์ด้านการมองเห็นและรูปทรงตาหลังผ่าตัดแก้ตาตก
ผลลัพธ์หลังผ่าตัดแก้ตาตกมีส่วนช่วยขยายมุมมองการมองเห็น และทำให้การดูแลสุขอนามัยรอบดวงตาสะดวกยิ่งขึ้น ผู้เข้ารับการรักษาสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงหลังการดูแลได้ดังนี้
- ลดปัญหาผื่นอับชื้น อาการระคายเคืองบริเวณรอยพับหางตามักลดลง ส่งผลให้การทำความสะอาดรอบดวงตาง่าย และสะดวกขึ้น
- การใช้สายตา มุมมองการเห็นภาพรอบข้างกว้างขึ้น ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหน้าผากเนื่องจากไม่ต้องพยายามยกคิ้วเพื่อช่วยมองระหว่างวัน
- ดวงตาสมดุลกับลักษณะใบหน้า ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ใบหน้าดูสดใสสมวัย ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ข้อจำกัดทางการแพทย์ การเตรียมตัว และการดูแลแผลผ่าตัดตาตก
ข้อจำกัดทางการแพทย์ในการผ่าตัดตาตก คือผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสรีระใบหน้าเดิมของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ปัจจัยอย่างโครงกระดูกเบ้าตา และความหนาของชั้นผิวล้วนมีผลต่อการประเมิน การผ่าตัดไม่สามารถเปลี่ยนรูปทรงตาให้แตกต่างไปจากลักษณะใบหน้าเดิมได้
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน
- งดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด รวมถึงอาหารเสริมอย่างวิตามินอี หรือน้ำมันปลา ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- วางแผนงดใส่คอนแทคเลนส์และแว่นตาในช่วง 7 วันแรกหลังการผ่าตัด หรือตามคำแนะนำของแพทย์
การดูแลแผลและการพักฟื้น
- ประคบเย็นรอบดวงตาช่วง 1 ถึง 2 วันแรกเพื่อบรรเทาอาการ โดยอาการบวมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- ดูแลรักษาความสะอาดของแผลผ่าตัด ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ งดการขยี้ตา และหลีกเลี่ยงการยกของหนัก
- เข้าพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อตัดไหม โดยแผลที่เปลือกตามักตัดไหมประมาณวันที่ 5 ถึง 7 แผลยกคิ้วส่องกล้องประมาณวันที่ 10 ถึง 14 หลังการผ่าตัด ส่วนแผลใต้คิ้วตามที่แพทย์นัด
ทำไมถึงเลือกรักษาตาตกกับ S45 Clinic ?
S45 Clinic เป็นทางเลือกในการผ่าตัดแก้ไขปัญหาตาตกที่มุ่งเน้นการตรวจประเมินเพื่อให้การรักษาสอดคล้องกับปัญหารายบุคคลอย่างรอบคอบ หัตถการนี้ต้องอาศัยความประณีต S45 Clinic จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ลักษณะใบหน้าก่อนวางแผนการดูแลเสมอ
การตรวจวิเคราะห์ลักษณะตารายบุคคลก่อนวางแผนรักษา
การตรวจวิเคราะห์ลักษณะตารายบุคคลก่อนวางแผนรักษาที่ S45 Clinic เริ่มต้นด้วยการซักประวัติ และประเมินสรีระรอบดวงตาโดยแพทย์ ขั้นตอนนี้มีความจำเป็นต่อการปรับแผนการดูแลให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา โดยมีรายละเอียดการประเมินดังต่อไปนี้
- การวัดระยะห่างระหว่างขอบเปลือกตาบนถึงจุดกึ่งกลางตาดำเพื่อประเมินระดับการบดบังลานสายตา
- การประเมินแรงยก และการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาเพื่อแยกภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- การวัดระดับความสูง และตำแหน่งของแนวคิ้วเพื่อประเมินว่ามีปัญหาแนวคิ้วตกร่วมด้วยหรือไม่
- การทดสอบความยืดหยุ่น และปริมาณชั้นผิวส่วนเกินบริเวณเปลือกตาและหางตา
การตรวจประเมินอย่างละเอียดช่วยให้แพทย์สามารถเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม แผนการรักษาจึงถูกปรับให้สอดคล้องกับลักษณะใบหน้า และสรีระดวงตาของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละราย
ห้องผ่าตัด และการนัดติดตามอาการหลังผ่าตัด
การผ่าตัดที่ S45 Clinic ทำในห้องผ่าตัดภายใต้ระบบควบคุมความสะอาดของสถานพยาบาล
หลังการผ่าตัดจะมีการดูแล และติดตามอาการพร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว คลินิกมีการนัดหมายตัดไหม และตรวจดูแผลผ่าตัดตามรอบเวลา เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปตามแผนการรักษา
เช็กก่อนเลือกคลินิก : ยกคิ้วที่ไหนดี ? รวมเทคนิค ราคา และ 5 เกณฑ์เลือกคลินิกยกคิ้ว
FAQ คำถามที่พบบ่อยตาตก
ข้อมูลคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาตาตกรวบรวมความจำเป็นในการผ่าตัด สาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะข้าง และระยะเวลาของผลลัพธ์ ข้อมูลส่วนนี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้ารับการรักษาก่อนพิจารณาตัดสินใจรับการดูแล
อาการตาตกจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาทุกคนหรือไม่ ?
อาการตาตกไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดเสมอไป แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาจากระดับความรุนแรง และผลกระทบต่อลานสายตา หากเป็นเพียงการหย่อนตัวเล็กน้อยในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่บดบังตาดำ ผู้เข้ารับการรักษาสามารถเริ่มดูแลด้วยการปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และทาครีมกันแดดเพื่อชะลอการเสื่อมของชั้นผิว หรือรับหัตถการช่วยพยุงเปลือกตาตามการประเมินของแพทย์
กรณีที่แพทย์แนะนำให้พิจารณาเข้ารับการผ่าตัดคือช่วงที่ขอบเปลือกตาตกลงมาปิดทับตาดำจนส่งผลต่อการมองเห็นหรือมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย การผ่าตัดจัดระเบียบชั้นตา และแนวกล้ามเนื้อคือวิธีปรับแก้ไขปัญหาดวงตาให้เหมาะสมกับสรีระใบหน้าของแต่ละบุคคล
อาการตาตกเฉพาะข้างหนึ่งเกิดจากอะไร และอันตรายหรือไม่ ?
อาการตาตกเฉพาะข้างหนึ่งมีสาเหตุจากความไม่สมส่วนของสรีระใบหน้าแต่กำเนิดหรือเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางระบบประสาท อาการที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในเวลาอันสั้นอาจเกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมเปลือกตาผิดปกติ หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG (Myasthenia Gravis) ผู้มีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์อย่างเร่งด่วน
สัญญาณเตือนความผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์
- เปลือกตาข้างหนึ่งตกลงมาอย่างกะทันหันโดยไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุ
- การมองเห็นมีปัญหาภาพซ้อนหรือมีอาการสายตาพร่ามัวร่วมด้วย
- ขนาดรูม่านตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือมีอาการปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับภาวะตาตก
ผ่าตัดแก้ตาตกแล้วมีโอกาสกลับมาตกซ้ำอีกหรือไม่ ?
หลังการผ่าตัดแก้ตาตกแล้วยังมีโอกาสกลับมาหย่อนคล้อยได้อีกตามความเสื่อมสภาพของชั้นผิวตามกาลเวลา การผ่าตัดจะช่วยจัดระเบียบชั้นใต้ผิว ตัดชั้นผิวส่วนเกิน และเย็บตรึงตำแหน่งใหม่ซึ่งช่วยให้ชั้นตาคงรูป บริเวณชั้นผิวที่ได้รับการดูแลมีส่วนช่วยพยุงรูปตา โดยผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
การดูแลปัญหาตาตกมีหลายแนวทางตามระดับอาการ ทั้งการตัดแต่งชั้นผิวส่วนเกิน การยกคิ้ว หรือการใช้หัตถการพยุงชั้นผิว การเลือกเทคนิคที่สอดคล้องกับสรีระใบหน้า และการดูแลดวงตาอย่างถูกวิธีมีส่วนช่วยชะลอการหย่อนคล้อย ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลของแต่ละบุคคล
สรุป
การผ่าตัดแก้ไขตาตกช่วยจัดระเบียบชั้นใต้ผิว ตัดชั้นผิวส่วนเกิน และเย็บตรึงตำแหน่งใหม่เพื่อช่วยให้ชั้นตาคงรูป ทั้งนี้ชั้นผิวยังเปลี่ยนแปลงตามวัย และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์จากการรักษาขึ้นอยู่กับการเลือกเทคนิคผ่าตัดที่ตรงกับสาเหตุตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น การผ่าตัดแก้ไขแนวคิ้วร่วมด้วยในผู้มีภาวะคิ้วตก แม้ชั้นผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติตามวัย แต่การดูแลสุขภาพผิว การปกป้องดวงตาจากแสงแดด และการงดขยี้ตามีส่วนช่วยชะลอการหย่อนตัวของชั้นผิวรอบดวงตาในระยะยาว
เพราะรูปหน้าแต่ละคน…
ไม่เหมือนกัน
แพทย์เฉพาะทาง สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา ประเมินก่อนทำทุกเคส แล้วแนะนำตามปัญหาจริง
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
ปรึกษาออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย
การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

