โพรงจมูกอักเสบ (Rhinitis) หลังเสริมจมูก ทำยังไงดี
โพรงจมูกอักเสบหลังเสริมจมูก สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
การเสริมจมูกเป็นการผ่าตัดอย่างหนึ่งที่หากดูแลตัวเองไม่เหมาะสม หรือเกิดปัญหาระหว่างการผ่าตัด ก็ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ และหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่สร้างความกังวลอย่างมากในผู้ที่เข้ารับการเสริมจมูก นั่นก็คือ “โพรงจมูกอักเสบ”
โพรงจมูกหลังเสริมจมูก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรง
โพรงจมูกอักเสบ (Rhinitis) หรือ การอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุหลังการเสริมจมูก เช่น
- ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา
- สารก่อภูมิแพ้
- การระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม
- การอักเสบจากการผ่าตัดและวัสดุที่ใช้
อะไรเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โพรงจมูกอักเสบ (Rhinitis) หลังเสริมจมูก
- การระคายเคืองจากวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก เช่น ซิลิโคน หรือวัสดุสังเคราะห์ ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือร่างกายต่อต้านวัสดุนั้นๆ
- การบาดเจ็บ ผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในจมูก เช่น เยื่อบุโพรงจมูก ทำให้เกิดการบวมช้ำอักเสบอย่างรุนแรงหลังการผ่าตัด
- การติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมในห้องผ่าตัดที่ไม่ได้มาตรฐาน
- การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด ในช่วงพักฟื้นไม่เหมาะสม
- เทคนิคที่ใช้ในการปรับโครงสร้างจมูกเดิมโดยแพทย์ประสบการณ์น้อย ส่งผลให้กระทบต่อการไหลเวียนอากาศและการระบายของเหลวในโพรงจมูกทำให้สิ่งสกปรกตกค้างในโพรงจมูกจนเกิดการอักเสบ
- ผู้เข้ารับบริการแพ้วัสดุที่ใช้ในการผ่าตัด เช่น แพ้เทปกาว ผ้าก๊อซ หรือวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก
- ปัญหาสุขภาพ เช่น ผู้มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ มีความเสี่ยงในการเกิดโพรงจมูกอักเสบหลังการผ่าตัด
รู้ได้อย่างไร โพรงจมูกอักเสบ (Rhinitis) หลังเสริมจมูก
- คัดจมูก แน่นจมูกทั้งสองข้าง
- น้ำมูกไหล น้ำมูกมีลักษณะขุ่นและข้น หรือเป็นหนอง (เป็นมูกสีเขียวหรือสีเหลือง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย)
- รู้สึกแสบในโพรงจมูก ร่วมกับมีอาการปวด บวม แดง
- ได้กลิ่นเหม็นในโพรงจมูก เป็นไปได้ว่าเกิดจากการติดเชื้อจากการสะสมของหนองในโพรงจมูก
- จามบ่อยผิดปกติ เป็นไปได้ว่าเกิดจากร่างกายต้องการขับสิ่งแปลกปลอมจากโพรงจมูก
- ปวดศีรษะหรือบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบดวงตาและหน้าแก้ม
- มีไข้
- หายใจไม่สะดวกจนต้องหายใจทางปาก
หากพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยเวลาไว้นานเพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและเกิดปัญหาระยะยาว
การรักษาโพรงจมูกอักเสบหลังเสริม
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยแพทย์จะวินิจฉัยและรักษาดังนี้
- ให้ยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส ยาลดบวม ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด (ตามอาการของแต่ละเคส)
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ลดการอุดตันของน้ำมูกและการระคายเคืองในโพรงจมูก
- ใช้สเปรย์พ่นจมูก ลดอาการคัดจมูกและการบวมในโพรงจมูก (ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์)
- ประคบเย็นบริเวณรอบ่จมูก ลดอาการบวม
- นอนหลับพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เสี่ยงต่อสารภูมิแพ้ เช่น มีสารเคมี ฝุ่นละอองมาก
- ผ่าตัดแก้จมูก กรณีที่โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง หรือเกิดจากสาเหตุโครงสร้างจมูกไม่เหมาะสม การติดเชื้อรุนแรง ทั้งนี้แพทย์จะทำการพิจารณาแก้จมูกเพื่อแก้ปัญหา เช่น นำซิลิโคน หรือวัสดุเสริมเดิมออก ปรับโครงสร้างจมูกใหม่และเลือกใช้เทคนิคการแก้จมูกพร้อมวัสดุที่เหมาะสม
ทำไมโพรงจมูกอักเสบ (Rhinitis) หลังเสริมจมูก อาจต้องผ่าตัดแก้จมูกใหม่
ในกรณีที่เกิดจากการอักเสบ สามารถให้ยาและดูแลดังกล่าวเบื้องต้นได้ แต่หากแพทย์วินิจฉัยแล้วพบว่าสาเหตุดังต่อไปนี้ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดแก้จมูกใหม่
- พบอาการเรื้องรัง เป็นๆ หายๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หลังจากดูแลด้วยยาและวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล
- สาเหตุจากวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกทำให้ร่างกายต่อต้าน มีปฏิกิริยาต่อวัสดุนั้นๆ
- พบการติดเชื้ออย่างรุนแรงในบริเวณจมูกและลุกลามไปยังโพรงจมูก จำเป็นต้องนำวัสดุที่เสริมออกเพื่อควบคุมการติดเชื้อ
- กรณีที่พบว่าโครงสร้างจมูกหลังเสริมเป็นสาเหตุของการอักเสบ ต้องผ่าตัดแก้จมูกเพื่อปรับโครงสร้างจมูกใหม่

ไม่อยากพบปัญหาหลังเสริมจมูก ควรปรึกษาแพทย์ประสบการณ์พร้อมทั้งแจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว จำนวนครั้งในการแก้จมูก ปัญหาที่พบโดยละเอียดเพื่อให้แพทย์ประเมินและวางแผนการผ่าตัดอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล




