คิ้วต่ำ เกิดจากอะไร ? รู้สาเหตุ พร้อมแนวทางการดูแล

คิ้วต่ำ เกิดจากอะไร รู้สาเหตุ พร้อมแนวทางการดูแล

ประเด็นสำคัญ

  • คิ้วต่ำ เป็นลักษณะที่ทำให้ใบหน้าดูเศร้า เหนื่อยล้า หรือดูมีอายุมากกว่าวัย เกิดได้ทั้งจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา และจากโครงสร้างกระดูกที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
  • การยกคิ้วและดึงหน้าด้วยเทคนิคยกคิ้วส่องกล้องร่วมกับวัสดุเอนโดไทน์ ช่วยยกกระชับผิวบริเวณหน้าผากและปรับตำแหน่งแนวคิ้วให้สูงขึ้น
  • การประเมินสัดส่วนใบหน้าของแต่ละบุคคลโดยแพทย์ ช่วยให้สามารถวางแผนการปรับรูปตาและจัดสรรสัดส่วนใบหน้าส่วนบนได้
  • การศัลยกรรมร่วมกับการเสริมหน้าผากหรือปรับรูปตาช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าส่วนบนดูสมส่วนและมีมิติต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

อาการใบหน้าดูเหนื่อยล้า บึ้งตึง ทั้งที่พักผ่อนเต็มที่ อาจมีสาเหตุมาจาก คิ้วต่ำ ที่ทำให้ระยะห่างระหว่างดวงตากับคิ้วแคบลง ผิวหนังบริเวณหน้าผากที่เริ่มหย่อนคล้อยตามกาลเวลาจะเบียดกดทับเปลือกตาบน ส่งผลให้ดวงตาที่เคยกลมโตดูเล็กลงจนบดบังเสน่ห์ตามธรรมชาติของดวงตาคู่เดิม

บทความนี้จาก S45 จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้แนวคิ้วต่ำ พร้อมแนวทางการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของแนวคิ้วด้วยตนเอง รวมถึงวิธีการปรับตำแหน่งคิ้วรูปแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมกับสาเหตุ

คิ้วต่ำ คืออะไร ?

คิ้วต่ำ คืออะไร

คิ้วต่ำ คือลักษณะของแนวคิ้วที่อยู่ใกล้กับขอบกระดูกเบ้าตาบนมากเกินไป จนระยะห่างระหว่างดวงตากับคิ้วดูแคบลง ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อชั้นผิวหนังบริเวณหน้าผากและรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง มักจะสังเกตเห็นได้ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป เนื่องจากคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มลดลง

ลักษณะแนวคิ้วที่ตกลงมานี้มักทำให้ใบหน้าโดยรวมดูบึ้งตึง เหนื่อยล้า หรือดูมีอายุ กล้ามเนื้อออคซิปิโตฟรอนตาลิสที่ทำหน้าที่ยึดพยุงบริเวณหน้าผากเกิดความอ่อนแรงลง จนไม่สามารถดึงรั้งผิวส่วนคิ้วให้อยู่ในตำแหน่งเดิมได้ ส่งผลให้เกิดแรงกดทับลงมาที่เปลือกตาบน จนเกิดรอยพับตาซ้อนกันหรือบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นทางด้านบนในระยะยาว

วิธีเช็คตำแหน่งคิ้วบนใบหน้า

การตรวจวัดระยะห่างระหว่างขอบตาบนถึงกึ่งกลางคิ้วเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการประเมินตำแหน่งคิ้วด้วยตนเอง โดยระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงควรอยู่ที่ ประมาณ 2 ถึง 2.5 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้าง และมีพื้นที่สำหรับแต่งตา

อีกหนึ่งวิธีสังเกตคือการดูตำแหน่งของหางคิ้วเทียบกับกระดูกเบ้าตาด้านบน โดยปกติแล้วส่วนหางคิ้วควรจะวางตัวอยู่เหนือขอบกระดูกเบ้าตาพอดี หากพบว่ากระดูกส่วนนี้โผล่พ้นขึ้นมาเหนือขนคิ้ว หรือแนวขนคิ้วตกลงไปอยู่ในเบ้าตา จะส่งผลให้เนื้อผิวบริเวณเปลือกตาพับลงมาทับชั้นตาจนมองเห็นชั้นตาไม่ชัดเจน

ความต่างระหว่างแนวคิ้วปกติกับแนวคิ้วที่เริ่มหย่อนคล้อย

ความต่างระหว่างแนวคิ้วปกติกับแนวคิ้วที่เริ่มหย่อนคล้อย

ระยะห่างระหว่างขอบตาบนถึงกึ่งกลางคิ้วที่ลดลงคือจุดสังเกตที่บ่งบอกถึงลักษณะคิ้วต่ำจากการหย่อนคล้อยเมื่อเทียบกับตำแหน่งคิ้วปกติ แนวคิ้วปกติของผู้หญิงมักอยู่เหนือขอบกระดูกเบ้าตาประมาณ 1 เซนติเมตร โดยมีจุดสูงสุดอยู่บริเวณแนวหางตา

ในขณะที่คิ้วของผู้ชายจะขนานไปกับขอบกระดูกพอดี การเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้เราประเมินระดับความหย่อนคล้อยได้จากการสังเกตตำแหน่งคิ้วในภาพถ่ายหน้าตรงปัจจุบันเทียบกับภาพถ่ายเก่าในอดีต

ลักษณะแนวคิ้วแนวคิ้วปกติแนวคิ้วที่เริ่มหย่อนคล้อย (คิ้วต่ำ)
ตำแหน่งเทียบกับกระดูกเบ้าตาอยู่สูงกว่าขอบกระดูกเบ้าตาตกลงมาต่ำกว่าขอบกระดูกเบ้าตา
ระยะห่างระหว่างตากับคิ้วมีพื้นที่กว้าง ดวงตาดูเปิดกว้างระยะห่างแคบลง มองเห็นรอยพับตาไม่ชัดเจน
ลักษณะหางคิ้วเฉียงขึ้นเล็กน้อยแลดูตื่นตัวตกห้อยชี้ลงด้านล่างทำให้อารมณ์ดูบึ้งตึง

แนวคิ้วต่ำมีสาเหตุมาจากอะไร ?

แนวคิ้วต่ำ มีสาเหตุมาจากอะไร

แนวคิ้วไม่ได้รูปและต่ำลงเกิดจากความไม่สมดุลของแรงดึงระหว่างกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงคิ้วขึ้นกับกล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วลงลึกใต้ชั้นผิวหนัง การทำงานที่เปลี่ยนไปของกล้ามเนื้อมัดสำคัญบริเวณหน้าผากและรอบดวงตาทำให้ตำแหน่งคิ้วเดิมค่อย ๆ ขยับลดตัวลงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้มีทั้งปัจจัยเสื่อมสภาพภายในร่างกายและลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันเฉพาะบุคคล เราสามารถจำแนกต้นเหตุหลักออกเป็นกลุ่มของความแข็งแรงในชั้นผิวและแนวกระดูกกระบอกตาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งส่งผลต่อการพยุงเนื้อส่วนบนโดยตรง ทั้งนี้คิ้วต่ำไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่มีอายุมากขึ้นเท่านั้น บางคนมีแนวคิ้วต่ำมาตั้งแต่กำเนิดจากลักษณะโครงสร้างกระดูกและพันธุกรรม โดยไม่เกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของผิวหนังตามวัย

การสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังตามอายุที่มากขึ้น

การทรุดตัวของผิวบริเวณหน้าผากเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินตามวัย ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับที่ทำให้เกิดหน้าหย่อนคล้อยในบริเวณอื่นของใบหน้า ชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่เคยช่วยพยุงบริเวณหน้าผากกับขมับจะเริ่มฝ่อตัวลงและเคลื่อนที่ต่ำลงมาทางด้านล่าง

กระบวนการเสื่อมสภาพนี้ส่งผลต่อชั้นผิวรอบดวงตา ทำให้ผิวหนังบริเวณหน้าผากกดทับลงมาที่แนวคิ้ว จนคิ้วต่ำกว่าตำแหน่งเดิมที่เคยเป็น ยิ่งปล่อยไว้นานความหย่อนคล้อยจะยิ่งสะสมจนระยะห่างระหว่างคิ้วกับดวงตาแคบลงเรื่อย ๆ

โครงกระดูกรอบดวงตาและพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด

คิ้วต่ำจากพันธุกรรมพบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ต่างจากคิ้วต่ำจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังที่มักเริ่มสังเกตเห็นชัดในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป

คิ้วต่ำ จากพันธุกรรมเกิดจากการพัฒนาของโครงสร้างกระดูกเบ้าตากับหน้าผากที่มีความหนาหรือลาดเอียงมากกว่าปกติมาตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้ชั้นผิวบริเวณหน้าผากเกาะตัวในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน โครงสร้างกระดูกที่นูนหนาบริเวณเหนือคิ้วนี้จะดันให้แนวคิ้วตกลงมาใกล้กับขอบตาบน ทำให้ระยะห่างระหว่างคิ้วและตาแคบลงตามลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล

การทำงานของกล้ามเนื้อดึงคิ้วลงที่แข็งแรงกว่ากล้ามเนื้อดึงคิ้วขึ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้คิ้วต่ำ เพราะแนวคิ้วถูกดึงรั้งลงด้านล่างตลอดเวลา ส่งผลให้ใบหน้าดูบึ้งตึงหรือเหนื่อยล้าแม้จะยังไม่มีการหย่อนคล้อยของผิวหนังตามอายุ การปรับตำแหน่งคิ้วในกรณีนี้จึงมักต้องอาศัยการปรับแต่งลึกลงไปถึงชั้นพังผืดและจุดยึดเกาะเหนือกระดูกเพื่อสร้างสมดุลใหม่ให้แก่ใบหน้า

คิ้วต่ำมีผลต่อชีวิตประจำวันและใบหน้าแบบไหนบ้าง ?

การเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งคิ้วที่ลดต่ำลง อาจส่งผลต่อการแสดงอารมณ์บนใบหน้า การมองเห็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงอุปสรรคในการใช้สายตาทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวัน เราสามารถสังเกตอาการร่วมได้จากการลืมตาที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากเพิ่มขึ้นจนเกิดรอยย่นแนวนอนลึกบริเวณหน้าผาก

แววตาดูอ่อนล้า หน้าดุ หน้าเศร้า

คิ้วต่ำทำให้ระยะห่างระหว่างหัวคิ้วกับเปลือกตาบนแคบลง อาจส่งผลให้แววตาแสดงอารมณ์ผิดไปจากความรู้สึกจริงจนดูเหนื่อยล้าหรือบึ้งตึงตลอดเวลา แนวคิ้วที่กดทับลงมาบดบังดวงตา อาจทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกว่าเรากำลังเครียด เศร้า หรือกำลังโกรธ แม้ว่าในขณะนั้นกำลังอารมณ์ดีก็ตาม โดยหลายคนพยายามเลิกคิ้วขึ้นตลอดวันเพื่อเบิ่งตาให้กว้าง ส่งผลให้เกิดรอยย่นลึกแนวนอนพาดผ่านหน้าผาก

ชั้นตาหลบในและหางตาตกเนื่องจากพื้นที่ระหว่างตาและคิ้วแคบลง

คิ้วต่ำ เป็นลักษณะที่ระหว่างคิ้วกับดวงตาแคบลงจนผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาด้านบนถูกเบียดและตกลงมาคลุมแนวพับชั้นตาเดิม ทำให้ผู้ที่มีตาสองชั้นเกิดชั้นตาหลบในหรือมองเห็นชั้นตาไม่ชัดเจนเหมือนเก่า แรงกดของผิวหนังที่หย่อนคล้อยยังกระจายตัวออกไปทางด้านข้าง ดึงให้หางตาตกลงมาจนดวงตาดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา

ภาวะนี้มักทำให้ระยะห่างระหว่างกึ่งกลางรูม่านตากับขอบล่างของคิ้วลดลง บดบังทัศนวิสัยการมองเห็นด้านบนและด้านข้าง ผู้ที่มีหนังตาหย่อน หางตาตก ชั้นตาหลบในอาจพยายามเบิ่งตาหรือเลิกหน้าผากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพื่อช่วยในการมองเห็น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยร่องลึกแนวนอนบนหน้าผากเด่นชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

ยกคิ้วต่ำ มีวิธีไหนช่วยได้บ้าง ?

ที่ S45 Clinic ออกแบบการปรับระดับแนวคิ้วให้สอดรับกับสัดส่วนบนใบหน้าของแต่ละบุคคลด้วยการประเมินลักษณะคิ้วก่อนเริ่มทำหัตถการ โดยแนวทางการดูแลมีทั้งกลุ่มที่เน้นการฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด ไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการปรับตำแหน่งคิ้วด้วยเทคโนโลยีส่องกล้อง

1. การยกกระชับปรับตำแหน่งคิ้วด้วยเครื่องยกกระชับ

การปรับตำแหน่งคิ้วต่ำโดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยเครื่องยกกระชับผิวอย่างโปรแกรม Ulthera ที่ช่วยดึงรั้งผิวบริเวณหน้าผากให้ยกตัวขึ้น การทำงานจะเน้นการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพให้กลับมาตึงตัวอีกครั้ง

ผลลัพธ์หลังจากการทำหัตถการกลุ่มนี้จะค่อย ๆ แสดงผลชัดเจนโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 60 ถึง 90 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยไม่มีรอยแผลเย็บจากการผ่าตัด

2. การผ่าตัดดึงหน้าผากและยกคิ้วผ่านกล้องด้วยวัสดุ Endotine

การผ่าตัดดึงหน้าผากและยกคิ้วผ่านกล้องด้วยวัสดุEndotine ช่วยยกระดับแนวคิ้วที่ตกลงมาให้สูงขึ้นด้วยการใช้วัสดุพิเศษยึดตรึงผิวหนัง ร่วมกับการใช้กล้องส่องตรวจขนาดเล็ก เทคนิคนี้ช่วยให้รอยแผลซ่อนอยู่บริเวณแนวไรผมประมาณ 3 – 5 จุด ขนาดแผลแต่ละจุดกว้าง 1 – 2 เซนติเมตร วัสดุ Endotine จะทำหน้าที่กระจายแรงดึงก่อนจะสลายตัวไปเองในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

การดึงผิวบริเวณหน้าผากขึ้นไปด้านบนช่วยลดความหย่อนคล้อยรอบดวงตาและลดรอยย่นบริเวณหน้าผากไปพร้อมกัน วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะคิ้วต่ำบดบังชั้นตาจนตาดูแคบลงหรือลืมตาได้ลำบาก ร่างกายจะสร้างพังผืดใหม่ขึ้นมาพยุงผิวให้อยู่ในตำแหน่งที่ยกขึ้นใหม่แทนวัสดุที่สลายไป โดยผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 5 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล

วิธีการเลือกแนวทางปรับแนวคิ้วต่ำให้ตอบโจทย์

การเลือกวิธีปรับตำแหน่งคิ้วต่ำให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ต้องเริ่มต้นจากการประเมินสภาพผิวหนังและความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล เพราะความหนาของชั้นผิวและแรงดึงของกล้ามเนื้อรอบดวงตาของแต่ละคนมีข้อแตกต่างกัน

การประเมินความต้องการและข้อจำกัดทางสรีระช่วยให้เราวางแผนเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม ตั้งแต่การใช้นวัตกรรมคลื่นพลังงานยกกระชับผิวไปจนถึงการผ่าตัดดึงหน้าผากแผลเล็กผ่านกล้องส่องตรวจสำหรับผู้ที่มีแนวคิ้วตกระดับมาก

การวิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อยและการเลือกวิธีที่เหมาะสม

การประเมินระดับความหย่อนคล้อยของแนวคิ้วต่ำ แบ่งออกตามความหย่อนของผิวหนังกับระยะห่างระหว่างดวงตากับแนวขนคิ้วเพื่อเลือกวิธีปรับแต่งที่สอดคล้องกับสภาพผิว

กรณีที่คิ้วตกลงมาเพียงเล็กน้อย มีริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผาก การใช้เครื่องมือยกกระชับสามารถช่วยดึงรั้งผิวส่วนบนให้ตึงขึ้นได้

หากแนวคิ้วตกลงมาจนเบียดชิดขอบตาบนบดบังชั้นตา การผ่าตัดดึงหน้าผากและยกคิ้วผ่านกล้องด้วยวัสดุ Endotine จะช่วยปรับยกตำแหน่งแนวคิ้วขึ้นไปด้านบนได้ เพิ่มระยะห่างระหว่างดวงตากับแนวคิ้ว ทั้งนี้ควรตรวจสอบราคาและแนวทางการดูแลก่อนตัดสินใจ

ทำไมควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เรื่องคิ้วต่ำที่ S45 Clinic

ทำไมควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เรื่องคิ้วต่ำที่ S45 Clinic

แพทย์ที่ดูแลด้านคิ้วต่ำที่ S45 Clinic เป็นแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางสาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา ที่มีอนุสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้าร่วมด้วย เนื่องจากแนวคิ้ว หน้าผาก และจมูกอยู่ในบริเวณใกล้กันของใบหน้าส่วนบน ผู้ที่มีทั้งความกังวลเรื่องคิ้วต่ำและความกังวลเกี่ยวกับจมูกร่วมด้วย จึงสามารถเข้ารับการประเมินกับแพทย์ท่านเดียวกันได้

การประเมินจากแพทย์ที่พิจารณาโครงสร้างใบหน้าส่วนบนร่วมกันในภาพรวม มีส่วนช่วยให้แผนการปรับตำแหน่งคิ้วต่ำสอดคล้องกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่นของแต่ละบุคคล ทั้งนี้แนวทางการดูแลจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล และการเลือกคลินิกยกคิ้วที่มีแพทย์เฉพาะทางเป็นปัจจัยสำคัญของความปลอดภัย

หลังยกคิ้วต่ำต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

การประคบเย็นรอบดวงตาและหน้าผากในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ช่วยลดความบวมช้ำหลังปรับตำแหน่งคิ้วที่เคยหย่อนคล้อย และการนอนหนุนหมอนสูงให้อยู่ในระดับที่ศีรษะสูงกว่าหัวใจจะช่วยบรรเทาอาการบวมสะสมในส่วนบนของใบหน้าได้ดีขึ้น เพราะการทำหัตถการมีความเสี่ยงตามมาตรฐานการผ่าตัด ความปลอดภัยจึงขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธีร่วมกับการตรวจประเมินของแพทย์

ต่อมาคือแนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อคงสภาพแนวคิ้วใหม่ โดยมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการก้มหน้าต่ำหรือการออกแรงเบ่งเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้าในช่วง 14 วันแรก เพื่อไม่ให้อุปกรณ์ยึดตรึงใต้ผิวหนังขยับตัว
  2. งดการทำทรีตเมนต์ร้อนหรือนวดหน้าแรง ๆ บริเวณหน้าผากอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพื่อเลี่ยงการรบกวนบริเวณที่เพิ่งปรับตำแหน่งคิ้วต่ำขึ้นมาใหม่
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารดิบทุกชนิดเพื่อลดความเสี่ยงการอักเสบของแผลผ่าตัดบริเวณแนวเส้นผมด้านบน

สรุป

คิ้วต่ำ เป็นลักษณะคิ้วที่สามารถทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและดูดุ เกิดจากความร่วงโรยของผิวรวมถึงพันธุกรรม การเลือกปรับตำแหน่งคิ้วทำได้ทั้งการใช้เครื่องมือยกกระชับ และการผ่าตัดดึงหน้าผากผ่านกล้องด้วยวัสดุเอ็นโดไทน์เพื่อล็อกผิวในตำแหน่งใหม่

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือควรเข้ารับการประเมินสัดส่วนใบหน้าร่วมกับแพทย์ เพื่อพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคล

สนใจปรึกษาเรื่องคิ้วต่ำกับแพทย์ S45 Clinic

แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางของเรา สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา และอนุสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า พร้อมประเมินใบหน้าและวางแผนการยกคิ้วที่เหมาะกับคุณ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา

“เพราะทุกความสวย มาจากความใส่ใจ”
“เผยความสวยที่ซ่อนในตัวคุณ”
Reveal Your Hidden Beauty

LINE ID @s45clinic.official (มีแอดด้วยนะคะ) Hotline 02-125-2543 ถึง 44

การผ่าตัดและการทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนตัดสินใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล