endoscopic-brow-lift-facelift-benefits-suitable-candidates

ทำไมต้องยกคิ้วที่ S45 Clinic !

  • แผลเล็ก ซ่อนในไรผม ไร้รอยแผลบนใบหน้า
  • แพทย์ S45 CLINIC มีความชำนาญการณ์ด้านศัลยกรรม ยกคิ้ว ดึงหน้า และเข้าใจปัญหาใบหน้าของลูกค้าในแต่ละบุคคล
  • แพทย์ออกแบบทรงคิ้วให้เหมาะสมกับใบหน้า หรือตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นลุคหวานละมุน หรือเฉี่ยวคม 
  • เน้นผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ 
  • S45 Clinic ให้ความสำคัญในด้าน “ความปลอดภัย” เป็นอันดับแรกในการผ่าตัด 
  • ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์แบบ 1:1 พร้อมอุปกรณ์และยา Dantrolene ที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
  • คลีนิคอยู่ใจกลางเมืองสุขุมวิท 33 เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงศ์

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาใบหน้าดูดุ คิ้วตก หางตาตก หรือมีรอยย่นลึกบนหน้าผากที่ทำให้ใบหน้าแลดูมีอายุ หน้าดูเศร้า ไม่สดใส การทำศัลยกรรมยกคิ้ว ดึงหน้าด้วยเทคนิคส่องกล้อง (Endoscopic Brow Lift) เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยยกกระชับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง ด้วยวัสดุ Endotine ที่กำลังได้รับความนิยม เพราะช่วยยกตำแหน่งคิ้วให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม แลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

ยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง คืออะไร ดีอย่างไร

ศัลยกรรมยกคิ้ว ดึงหน้าเทคนิคส่องกล้อง คือการผ่าตัดยกกระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากและคิ้ว หรือการดึงหน้าผาก ให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก และริ้วรอยบริเวณหน้าผาก โดยแพทย์จะใช้กล้อง Endoscope สอดผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณไรผม เพื่อขยายภาพโครงสร้างภายใน ทำให้สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้นถึง 10–15 เท่า ผ่านจอภาพระดับ HD ส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำมากขึ้น

ยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง 02

ข้อดีของการ ยกคิ้วดึงหน้า ส่องกล้อง

  • ความแม่นยำและปลอดภัย : ช่วยให้แพทย์มองเห็นเส้นเลือด และเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงในการตัดโดนเส้นประสาท และทำให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ไร้รอยแผลบนใบหน้า : แผลจะมีขนาดเล็กเพียง 1-2 เซนติเมตร (ประมาณ 3-5 จุด) ซ่อนอยู่ตามแนวไรผม 
  • ฟื้นตัวไว บวมช้ำน้อย : เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก อาการบวมช้ำน้อย ใช้เวลาพักฟื้น 3-5 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ : สามารถยกคิ้วให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น และยังสามารถแสดงสีหน้าได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ

ยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง เหมาะกับใคร

การยกคิ้ว ดึงหน้าด้วยเทคนิคส่องกล้อง เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหา คิ้วตก หางตาตก พื้นที่ช่องว่างระหว่างคิ้วกับชั้นตาแคบ ทำให้ใบหน้าดูดุ ไม่สดใส 
  • ผู้ที่มีปัญหา หนังตาหย่อนคล้อย มีริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ร่องขมวดคิ้ว ร่องแก้มลึก ทำให้แลดูมีอายุ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์คงอยู่ในระยะยาว พร้อมความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปลักษณ์ของใบหน้าใหม่ ให้ดูโฉบเฉี่ยว หน้าแลดูสดใส

ยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง วัสดุ 3 แบบ แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง

ยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง นอกจากเทคนิคการผ่าตัดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน และยกกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ “วัสดุที่ใช้ในการผ่าตัด” โดยแพทย์จะประเมินเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งมีวัสดุยอดนิยม 3 รูปแบบ ดังนี้

วัสดุ มีกี่แบบ
  1. Suture (วัสดุทางการแพทย์ที่ไม่สามารถสลายได้) : วัสดุในการดึงหน้า ยกคิ้วเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25-35 ปี ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง วัสดุชนิดนี้จะช่วยดึงเฉพาะจุดได้ดี ให้ผลลัพธ์ยาวนาน 5-8 ปี
  2. Endofict (วัสดุทางการแพทย์ที่สามารถสลายได้) : วัสดุในการดึงหน้า ยกคิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 30-45 ปี มีลักษณะเป็นหมุดพร้อมหนามเล็กๆ ช่วยยึดและกระจายแรงดึงได้ในวงกว้าง ช่วยยืดผิวหนังและกล้ามเนื้อได้ดี ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปี
  3. Endotine (วัสดุทางการแพทย์ที่สามารถสลายได้) : เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหนังหนา อายุ 35-65 ปี  วัสดุ Endotine เป็นชนิดพิเศษที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย FDA ทางการแพทย์ใช้ออกแบบมาเพื่อยึดเกาะผิวหนัง และกระจายแรงดึงในบริเวณกว้างได้อย่างดี โดยวัสดุจะสลายไปเองใน 6-12 เดือน

ยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง ทำพร้อมหัตถการอะไรได้บ้าง? แผลอยู่บริเวณไหน ทำไมต้องทำพร้อมกัน

ยกคิ้ว ดึงหน้าเทคนิคส่องกล้อง สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น ตัดกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว,ดึงร่องแก้ม Midface Lift, ยกหางตา (Foxy Eyes), เสริมหน้าผาก และ เสริมขมับ

1. ตัดกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว คืออะไร?

ตัดกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว เทคนิคส่องกลล้อง 01
ตัดกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว เทคนิคส่องกลล้อง 02
ตัดกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว เทคนิคส่องกลล้อง 03

คือ การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอย ที่เกิดจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อบริเวณระหว่างคิ้ว โดยแพทย์จะสอดกล้องผ่านแผลผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้า (แผลเดียวกัน)  เข้าไปตัดกล้ามเนื้อบางส่วนเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคิ้ว โดยไม่จำเป็นต้องฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เป็นประจำ

2. ยกหางตา FOXY EYES คืออะไร?

คือ การยกบริเวณหางตาและหางคิ้วที่ตกให้ยกขึ้น ช่วยปรับรูปตาให้ดูเฉี่ยวขึ้น และทำให้ดวงตาดูสดใสมากขึ้น

3. ดึงร่องแก้ม MIDFACE LIFT คืออะไร มีวัสดุกี่แบบ? 

การดึงร่องแก้ม (Midface Lift) คือการยกกระชับความหย่อนคล้อยในช่วงกลางใบหน้า เพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มลึก ให้ดูตื้นขึ้น แลดูอ่อนเยาว์ สำหรับวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ยึดเกาะเพื่อยกกระชับและดึงหน้าเทคนิคส่องกล้อง มี 3 แบบ ได้แก่

  1. Suture : เหมาะกับคนอายุ (25-35 ปี) ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก เน้นกระจายแรงดึงเฉพาะจุดได้ดี สัมผัสเรียบเนียนไม่เห็นรอยนูน
  2. Endofict : เป็นหมุดพร้อมหนามยื่นออกมา ช่วยพยุงและกระจายแรงดึงผิวหนังในวงกว้างได้ดี ผลลัพธ์อยู่ได้ 5-10 ปี
  3. Endotine : เป็นวัสดุที่กระจายแรงดึงได้กว้างที่สุด เป็นหมุดพร้อมหนามยื่นออกมา ช่วยยกกระชับปัญหา ผิวหนังหย่อนคล้อยได้ดีกว่า ผลลัพธ์ยาวนาน 10-15 ปี

4. เสริมหน้าผากและเสริมขมับ คืออะไร มีวัสดุกี่แบบ

#image_title

การเสริมหน้าผากและเสริมขมับ คือ ศัลยกรรมปรับใบหน้าส่วนบนเพื่อแก้ปัญหา หน้าผากแบน ขมับตอบ ให้กลับมาดูโค้งมนรับกับใบหน้า

วัสดุที่ S45 Clinic มี 2 วัสดุ ดังนี้

  1. ซิลิโคนเฉพาะบุคคล : เทคนิคขั้นสูง 4D CT FIT ใช้วัสดุ Implant Grade สั่งทำจากประเทศเกาหลีเฉพาะบุคคล ด้วยภาพ 3D จาก CT Scan โครงสร้างกะโหลกจริงแบบ 1:1 ทำให้ได้วัสดุที่แนบสนิท พอดีกับหน้าผาก ลดปัญหาซิลิโคนขยับหรือเห็นขอบลอย
  2. ซิลิโคนสำเร็จรูป : มีขนาดให้เลือก 3 ระดับ S M L ซึ่งแพทย์จะนำมาตกแต่งให้เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคน

แผลผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้าอยู่บริเวณไหน?

แผลผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้า จะมีขนาดเล็ก 1-2 เซนติเมตร (ประมาณ 5 จุด) ซ่อนไว้ตามแนวไรผม ได้แก่ บริเวณกลางศีรษะ 2-3 จุด, บริเวณขมับ 2 จุด หลังผ่าตัดยกคิ้วจะมองแทบไม่เห็นรอยแผลเป็น

ทำไมต้องทำพร้อมกัน? และมีข้อดีอะไรบ้าง?

หัตถการบางอย่างสามารถทำร่วมกันผ่านแผลผ่าตัด บริเวณไรผมตำแหน่งเดียวกันได้ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดแผลเพิ่มเติม ทำให้การทำศัลยกรรมมีความต่อเนื่อง ลดการบาดเจ็บ และสะดวกสำหรับผู้บริการมากขึ้น

ข้อดีของการทำพร้อมกัน

  • ดมยาสลบเพียงครั้งเดียว
  • ลดระยะเวลาพักฟื้น 
  • ได้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ
  • แผลเเล็ก บวมช้ำน้อย ไร้รอยแผลบนใบหน้า

ศัลยกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้การผ่าตัดยกคิ้วยากขึ้นกว่าเดิม

ศัลยกรรมที่ทำให้การผ่าตัดยกคิ้วมีความซับซ้อนและยากขึ้น ได้แก่

  • การผ่าตัดหนังตาบน (Subbrow Lift / ตาสองชั้น) อาจทำให้มีพังผืดบริเวณแผลผ่าตัด ทำให้การเลาะเนื้อเยื่อต้องทำอย่างระมัดระวัง และพื้นที่ในการดึงหน้าลดน้อยลง อาจทำให้หลังทำหลับตาไม่สนิท 
  • การผ่าตัดยกคิ้วหรือร้อยไหมมาก่อน อาจทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง ส่งผล ทำให้การเลาะเนื้อเยื่อต้องทำอย่างระมัดระวัง ทำให้การวางตำแหน่งยกคิ้วยากขึ้น
  • การฉีดฟิลเลอร์หรือซิลิโคนบริเวณหน้าผาก อาจทำให้โครงสร้างของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การเกิดพังผืด การเลาะแยกชั้นเนื้อเยื่อทำได้ยากขึ้น โครงสร้างเนื้อเยื่อมี ความไม่สม่ำเสมอ
  • การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift / Midface Lift) อาจทำให้เกิด พังผืดในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง อาจทำให้ชั้นเนื้อเยื่อมี การยึดติดกันมากขึ้น การเลาะแยกเนื้อเยื่อในการผ่าตัดครั้งต่อไป ทำได้ยากขึ้น แพทย์ต้องทำการผ่าตัดด้วย ความระมัดระวังและการวางแผนมากขึ้น
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนหรือไขมัน อาจทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง ส่งผล ทำให้การเลาะเนื้อเยื่อต้องทำอย่างระมัดระวัง ทำให้การวางตำแหน่งยกคิ้วยากขึ้น
  • การผ่าตัดยุบโหนกกับกราม ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อยบนใบหน้า เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าเดิมเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดพังพืดบริเวณผ่าตัด ส่งผลทำให้การเลาะเนื้อเยื่อต้องทำอย่างระมัดระวัง ทำให้การดึงหน้ายากขึ้น

ดึงหน้ามีกี่จุด? รู้จัก 4 ตำแหน่งสำคัญของการดึงหน้า

การยกคิ้ว ดึงหน้าเทคนิคส่องกล้อง สามารถออกแบบให้เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยในแต่ละบุคคล โดยการดึงหน้า วัสดุ Endotine จะแบ่งตำแหน่งการยก ออกเป็น 4 จุดสำคัญ ดังนี้

  1. Forehead Lift (ใบหน้าส่วนบน) : ยกกระชับบริเวณหน้าผาก ช่วยลดริ้วรอยหน้าผากและระหว่างคิ้ว พร้อมปรับตำแหน่งคิ้วให้ดูยกขึ้น ใบหน้าดูสดใส แลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
  2. Midface Lift (ใบหน้าส่วนกลาง) : ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย ลดร่องแก้มลึก ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์
  3. Lower Face Lift (ใบหน้าส่วนล่าง): แก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้ม-  ร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์
  4. Neck Lift (บริเวณคอ) : ยกกระชับผิวบริเวณลำคอและเหนียง ช่วยให้กรอบหน้าชัดและดูเรียวมากขึ้น

การดูแลตัวเองก่อน-หลัง ยกคิ้ว ดึงหน้าด้วยเทคนิคส่องกล้อง

การเตรียมตัวก่อน ผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง

  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการผ่าตัด และการฉีดสารเหลวให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
  • งดยากลุ่มแอสไพริน วิตามิน และอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (เนื่องจากต้องดมยาสลบ)

คำแนะนำ : ก่อนผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้า คนไข้ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ต้องการ หรือเทคนิคการผ่าตัด เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า

การดูแลหลัง ผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง

  • นอนยกศีรษะสูงหรือใช้หมอนสูงอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ประคบเย็นบริเวณที่ผ่าตัดอย่างต่อเนื่องในช่วง 3–7 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และมาตามนัดเพื่อติดตามอาการ
  • ในช่วง 1–3 วันแรก อาจมีการใส่สายระบายเลือดและแนะนำให้ นวดระบายน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า
  • งดสระผม 3–10 วันแรก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำโดนแผล และลดความเสี่ยงการติดเชื้อ (ตามแพทย์ประเมิน)
  • งดอาหารหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล บุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน
  • พักฟื้นประมาณ 2–4 สัปดาห์ อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นในช่วง 3–6 เดือน

ดังนั้น ลังการผ่าตัดยกคิ้ว ดึงหน้า ควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง และดูแลตนเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดี ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม

รีวิวเคสจริง! ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนความมั่นใจแบบชัดเจน