ข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนทำจมูก ทำจมูกมีกี่แบบ
และควรดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำอย่างไรบ้าง

ข้อควรรู้ก่อนเสริมจมูก สวยเป๊ะ แบบไม่โป๊ะ

ศัลยกรรมเสริมจมูกมีกี่แบบ เตรียมตัวก่อนทำจมูก และ ข้อห้ามหลังทําจมูก มีอะไรบ้าง!

สาวๆ จ๋า อยาก ‘เสริมจมูก’ ต้องเตรียมตัวก่อนทำจมูกยังไงบ้าง? เทคนิคไหนดี? ข้อห้ามหลังทําจมูก? วันนี้ S45 Clinic แนะนำการเสริมจมูกสำหรับสาวๆ มือใหม่ที่อยากทำดั้ง พร้อมข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังศัลยกรรมเสริมจมูกในแบบที่ใช่! ใครพร้อมอัพดั้งกันแล้ว S45 Clinic เผยคู่มือการเตรียมความพร้อมฉบับพกพาไปทำสวยกันค่ะ

ประเภทของการเสริมจมูก

1. การเสริมจมูกแบบปิด (Close Technique)

คือการเสริมจมูก โดยการกรีดเปิดแผลด้านเดียว หรือ ทั้ง 2 ด้านก็ได้ หลักๆ จะใช้ซิลิโคนเพียงอย่างเดียว และในบางเคสอาจจะมีการใช้เนื้อเยื่อบางอย่างเสริมเข้ามา เช่น กระดูกหลังหู, เนื้อเยื่อก้นกบ หรือ เนื้อเยื่อเทียม มาใช้รองปลายจมูก เป็นต้น
โดยแผลผ่าตัดจะอยู่ด้านในของรูจมูก วางซิลิโคน สำหรับการเสริมจมูกลงในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นเทคนิคที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย การเสริมจมูกแบบปิดจะเหมาะสำหรับ ผู้ที่จมูกที่มีพื้นฐานโครงสร้างของจมูกมาดีอยู่แล้ว ตั้งแต่สันยันปลายมีความเรียวเล็กในระดับหนึ่ง ลักษณะจมูกที่ผ่านการเสริมจมูกออกมาแล้ว ทรงจมูกจะเป็นทรงจมูกธรรมชาติ ดูละมุน และมีมิติมากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบปิด
1. ใช้เวลาไม่นาน
2. สามารถดูแลตัวเองได้แบบไม่ยุ่งยาก
3. ค่ารักษาไม่สูง

2. การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Technique)

เป็นการเสริมจมูกที่จะมีแผลผ่าตัดทั้งด้านนอกและด้านในของจมูกและบริเวณฐานจมูก โดยเทคนิคการเสริมจมูกแบบนี้ต้องการเปิดแผล เพื่อเข้าไปแก้ไขและจัดโครงสร้างพื้นฐานของจมูก (กระดูกอ่อนในโพรงจมูก) อาทิ ส่วนสันจมูก ในส่วนของจมูกหลังอูฐ (Hump) หรือจะตกแต่งแค่บางส่วนเฉพาะส่วนของปลายจมูก เช่น ต้องการให้ปลายจมูกที่สั้น และเชิดมีความยาวเพิ่มขึ้น ต้องการแก้ไขให้ปลายจมูกยาวขึ้น ปลายพุ่งขึ้น หรือต้องการเสริมปลายจมูกให้มีหยดน้ำ ตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการ โดยวิธีการเสริมจมูกด้วยเทคนิคนี้ต้องใช้แพทย์ที่เชี่ยวชาญในการทำเป็นอย่างมาก

การเสริมจมูกด้วยวิธีแบบเปิด (Open Rhinoplasty)
เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกเยอะๆ ต้องทำการปรับโครงสร้างจมูกเพื่อ “แก้จมูก” ให้ดีขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนซี่โครงนำมาเหลาทดแทนซิลิโคน ช่วยดันปลายจมูกและทดแทนซิลิโคนบริเวณสันจมูกได้ โดยกระดูกอ่อนหลังหูและกระดูกซี่โครงจะมีความปลอดภัยกับร่างกาย เกิดผลแทรกซ้อนน้อย ไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านกับร่างกายแต่ละคน เพราะเป็นกระดูกอ่อนของเราเอง หรือที่เรียกว่า ‘ปลายไร้ซิลิโคน’ เพื่อลดปัญหาเรื่องการอักเสบ ติดเชื้อ และปลายจมูกเสี่ยงต่อการทะลุของซิลิโคนในอนาคตอีกด้วย

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบเปิด

  1. สำหรับผู้ที่มีปัญหาจมูกผิดรูปมาก วิธีนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และ ครบถ้วน
  2. การตกแต่งปลายจมูกให้โด่ง เชิ่ด จะดูสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากการเสริมจมูกแบบเปิดจะใช้เทคนิคการนำอวัยวะบางส่วนของร่างกายมาตกแต่งเพิ่มเติม เช่น การนำกระดูกอ่อนหลังหูมาเติมช่วงปลายจมูกเพื่อให้จมูกยาวขึ้น รวมถึงจะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทะลุของซิลิโคน
  3. ปิดตำนานดั้งแบน ไม่มีมิติ จมูกแท่ง จมูกบาง จมูกใหญ่ จมูกสั้น สันเว้า ไม่เข้ากับหน้า เสริมจากที่ไหนมาก็ไม่ปังให้กลายเป็นจมูกโด่ง สโลปหวาน สวยละมุน หน้า Inter ดูเลอค่า
  4. ดีไซน์แบบ case by case สวยเข้ากับใบหน้า แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดด้วยเทคนิคล้ำ แก้โครงสร้าง ยืดผนังกั้นจมูก ปลายไร้ซิลิโคน ปลอดภัย สวยทุกองศา เป๊ะทุกขั้นตอน ละเอียดทุกจุด ทีมแพทย์มากประสบการณ์

หลังจากรู้จักประเภทของการเสริมจมูกมาแล้ว S45 Clinic เรามีคู่มือการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนและหลังการศัลยกรรมมาฝากกัน โดยมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  1. งดแต่งหน้าและงดใส่คอนแทคเลนส์ในวันที่เข้ารับการผ่าตัด
  2. แจ้งประวัติการใช้ยาและยาที่แพ้ให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  3. งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนเสริมจมูก เพื่อลดเสมหะและอาการไอ
  4. งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลมรวมถึงอาหารทะเล หากสามารถงดได้ล่วงหน้า แนะนำให้งด
  5. งดการรับประทานวิตามิน หรืออาหารเสริมต่างๆ เพราะจะส่งผลให้เลือดหยุดช้าในวันที่ผ่าตัด
  6. หากติดเชื้อบริเวณใบหน้า เช่น ไซนัสอักเสบ เป็นหวัด หรือเป็นสิวอักเสบควรักษาให้หายก่อน
  7. ตัดเล็บให้สั้น และงดการทาเล็บ เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ

ข้อห้ามหลังเสริมจมูก

  1. หลังศัลยกรรมจมูก ควรนอนหนุนมอนสูง 2-3 วันเพื่อลดอาการบวม
  2. ควรประคบเย็น 4-5 วัน เพื่อให้เลือดหยุดไหล และลดความเสี่ยงที่อาจทำให้จมูกเบี้ยวได้
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ หรืออาหารที่ทำให้หน้าบวมแดง เช่น อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด
  4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือการเล่นกีฬา ประมาณ 4-6 สัปดาห์
  5. ก่อนตัดไหม ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือทำให้แผลเปียก และงดการสัมผัสจมูก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือน
  7. หากมีอาการเจ็บ บวม แดง หรืออาการอื่นๆ อย่างต่อเนื่องควรรีบติดต่อมายังคลินิกเพื่อทำการติดตามอาการต่อไป

สำหรับสาวๆ ทรงจมูกเวอร์จิ้น หรือ จมูกที่ต้องได้รับการแก้ไข S45 Clinic เรายินดีให้คำปรึกษาทางด้านศัลยกรรมเสริมจมูก ไม่ว่าคุณจะรูปหน้าแบบไหน ทั้งทรงจมูกหน้าเรียว ทรงจมูกหน้ากลม หากยังไม่รู้ว่าจะทำจมูกที่ไหนดี เราพร้อมดูแลตั้งแต่ก่อนและหลังเสริมจมูก เพื่อให้คุณได้ในแบบที่ต้องการมากที่สุด

ทำจมูก เสริมจมูก (Rhinoplasty)

 

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) นับว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของคนเอเชีย และโดยเฉพาะคนไทยเองที่นิยมทำจมูกกันอย่างมาก เนื่องจากช่วยสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพให้ดูดี โครงหน้าดูมีมิติมากขึ้น

1.เสริมจมูกซิลิโคน (Close Rhinoplasty)
การเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดแบบธรรมดา (Close Rhinoplasty) โดยแพทย์จะใช้วัสดุสังเคราะห์ในการเสริมจมูก (ทำจมูก) เช่น ซิลิโคน ซึ่งจะผ่าตัดสอดเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัดเล็กๆ ภายในช่องจมูก เป็นเทคนิคที่ทำได้ง่ายและสะดวกใช้เวลาผ่าตัดไม่นานเหมาะกับกรณีที่คนไข้มีรูปทรงจมูกของเดิมที่ดีอยู่แล้วระดับหนึ่ง เช่น ฐานจมูกไม่ใหญ่จนเกินไป สันจมูกไม่แบบเรียบมากเกินไป รูปทรงจมูกไม่เบี้ยวและยาวหรือสั้นเกินไป เพราะหากจมูกมีความยาวที่เหมาะสมก็สามารถเสริมได้ด้วยซิลิโคน แต่มีข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับผู้ที่มีจมูกสั้น (Short Nose)

ข้อดี

ข้อเสีย

2.เสริมจมูกด้วยซิลิโคนและกระดูกอ่อนหลังใบหู
การเสริมจมูกด้วยการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู คือ อีกหนึ่งเทคนิคที่ทางการแพทย์เลือกใช้ในการทำจมูก ในกรณีที่คนไข้ที่มีหนังปลายจมูกที่บางมาก เพราะหากใช้ซิลิโคนอย่างเดียวเพื่อเพิ่มปลายจมูก จะเสี่ยงต่อการทะลุได้ จึงต้องใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาช่วยเสริมรองตำแหน่งปลายจมูกเอาไว้ ซึ่งการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูจะมีข้อดี คือไม่เป็นสารแปลกปลอม แต่ก็มีข้อจำกัดคือ ต้องเป็นผู้ที่โครงสร้างจมูกเดิมที่ค่อนข้างดีอยู่แล้วเพราะเป็นการผ่าตัดแบบ Close Rhinoplasty เปิดแผลในรูจมูกเพียงข้างใดข้างหนึ่ง จึงไม่สามารถปรับโครงสร้างอื่นๆ ภายในจมูกได้มาก หลังจากผ่าตัดแบบเสริมซิลิโคนและกระดูกหลังหูก็จะได้ทรงจมูกที่สวยงามขึ้น

ผู้ที่เหมาะกับเทคนิคนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อนตามปัญหาเดิมและข้อจำกัดของคนไข้ โดยการผ่าตัดจะต้องมีแผลสองที่คือรูจมูกด้านใดด้านหนึ่งและบริเวณหลังใบหู แพทย์จะให้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความเจ็บก่อนผ่าตัด

3.การเสริมจมูกแบบปรับโครงสร้างจมูก Nose Reconstruction
เทคนิค Nose Reconstruction คือ การปรับโครงสร้างจมูกใหม่ ซึ่งสามารถปรับโครงสร้างจมูกทุกรูปแบบให้เป็นไปในแบบที่ต้องการได้ และเป็นเทคนิคที่นิยมมากที่สุดในประเทศเกาหลี เพราะจมูกจะดูสวยได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเทคนิคนี้จะใช้วิธีผ่าตัดเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (Open Rhinoplasty) สามารถตกแต่งกระดูกฐานจมูกให้มีขนาดเล็กลง ผ่าตัดปรับรูปร่างปีกจมูกให้สวยงามและเข้ารูปขึ้น ปรับแต่งปลายจมูกให้ดูเรียวเล็ก

ซึ่งความพิเศษของเทคนิค Nose Reconstruction คือ การยืดปลายจมูกให้โด่งและพุ่งขึ้น ด้วย กระดูกอ่อนกลางจมูก (Septal cartilage) ซึ่งเป็นกระดูกตำแหน่งเดียวในร่างกายที่มีลักษณะแบน ตรง เรียบ และแข็งแรง โดยแพทย์จะผ่าตัดเอา กระดูกอ่อนกลางจมูก ออกมาเพียง 2 ใน 3 เพื่อใช้ในการเสริมบริเวณปลายจมูก (โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อร่างกายในภายหลัง) การใช้กระดูกอ่อนกลางจมูกจะช่วยยืดปลายจมูกให้เรียวยาว สร้างจมูกปลายหยดน้ำที่แท้จริง โดยไม่ต้องใช้การเสริมซิลิโคน เพราะช่วยปรับโครงสร้างจมูกได้จริงและดีที่สุดในขณะนี้

ส่วนบริเวณสันจมูกในบางเคสอาจไม่ต้องเสริมด้วยวัสดุสังเคราะห์ใดๆ คนไข้สามารถใช้วัสดุธรรมชาติจากตัวคนไข้เองได้ เช่น เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อไขมัน และกระดูกอ่อนซี่โครง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมจากการประเมินของแพทย์ แต่หากความสูงของสันจมูกไม่เพียงพอ แพทย์จะเลือกใช้ Gore-Tex ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าดีที่สุดสำหรับการเพิ่มความโด่งของสันจมูก เนื่องจากร่างกายจะไม่สร้างพังผืดหุ้ม ไม่มีหินปูนเกาะ และไม่กดกระดูกให้เป็นร่องบุ๋มเหมือนวัสดุสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ ทั้งยังสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่ยุบหรือเสื่อมสภาพ

โดยแพทย์จะใช้ Gore-Tex มาเสริมเฉพาะด้านบนที่เป็นสันจมูกเท่านั้น บริเวณปลายจมูกของคนไข้จะเป็นการเสริมด้วยกระดูกอ่อนกลางจมูกทั้งหมด จึงไม่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาปลายจมูกทะลุในอนาคต ซึ่งต่างกับการเสริมด้วยซิลิโคน + กระดูกอ่อนหลังหู ที่มีลักษณะโค้งนูน ไม่เหมาะกับการนำมาใช้เสริมความยาวบริเวณปลายจมูก เพราะลักษณะที่โค้งนูนนั้นมีผลต่อการเกิดปัญหาปลายจมูกทะลุหลังเสริมจมูกไปแล้วสูงมาก

ทั้งนี้การผ่าตัดด้วยเทคนิค Nose Reconstruction จะเป็นการผ่าตัดด้วยการวางยานอนหลับ โดยวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดูแลให้มีความปลอดภัยขณะการผ่าตัด รวมถึงพยาบาลดูแลตลอดการพักฟื้นที่คลินิก

ข้อควรรู้อื่นๆก่อนการทำจมูก

 
  • มีโรคประจำตัวหรือไม่ หากเรารู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวหรือโรคที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคเบาหวาน หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เป็นไปได้หลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ
  • ห้ามแคะ เกา บีบ และทำให้แผลโดนน้ำ สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำในการผ่าตัดศัลยกรรม คือการเลี่ยงจากการโดนน้ำของแผล จึงแนะนำให้ล้างหน้าด้วยการใช้ผ้าเช็ดบริเวณจมูกให้สะอาดตลอด 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำศัลยกรรม
  • การห้ามออกกำลังกายไม่ถือสิ่งที่เราแนะนำ แต่จะแนะนำให้งดออกกำลังกายในประเภทที่เสี่ยงต่อการปะทะอย่างยิ่ง
  • หลีกเลี่ยงการเจอพื้นที่ที่มีฝุ่นและควันเยอะ สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึงอาการไอ จาม และสั่งน้ำมูก ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดไม่ให้เป็นหวัดหรือมีน้ำมูก หากมีอาการควรรีบรับประทานยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกทันที
  • งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า แม้จะอยากกดสิว, ทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ เพราะการรบกวนด้วยการใช้มือกด นวด และการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนใบหน้าหรือใกล้เคียงกับบริเวณจมูกในขณะที่แผลยังไม่หายดี ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบและเป็นอันตรายต่อตัวคุณเองได้ ดังนั้นควรอดใจรอเวลาอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไปแล้วทำการปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่าแผลหายดีเสียก่อนค่อยเสริมสวยกันจะดีกว่า
 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

 
  • งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการบรรเทาอาการปวดเท่านั้น
  • ควรงดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ อาจส่งผลให้เลือดหยุดไหลช้า
  • งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลม รวมถึงอาหารทะเล
  • ในกรณีที่ต้องวางยานอนหลับขณะผ่าตัด (เทคนิค Nose Reconstruction) คนไข้ต้องงดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 8 ชม. และควรสระผมให้สะอาด งดทาครีมโลชั่นหรือทาเล็บในวันผ่าตัด
 

การดูแลหลังทำจมูก

 
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงการกดรุนแรงบริเวณจมูก เพื่อให้จมูกหลังผ่าตัดกลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด ใน 48 ชั่วโมงแรกแนะนำให้ประคบเย็นบริเวณระหว่างคิ้วและตาทั้งสองข้าง โดยประคบนาน 20 นาที สลับกับหยุดพัก 20 นาที และหลังจากสองวันจึงเริ่มประคบอุ่นได้
  • ห้ามนอนคว่ำหน้า โดยให้นอนหงายและนอนยกหัวสูงขึ้นอย่างน้อย 30 องศาเพื่อลดอาการบวม 7 วัน โดยประมาณ
  • งดทานอาหารหมักดอง วิตามิน อาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ และงดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสูบฉีดเลือดมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหรือบวมนานขึ้น ทำให้แผลศัลยกรรมหายช้า
  • ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ 7 วัน โดยการทำความสะอาดให้ใช้กระดาษซับมันซับน้ำมันบริเวณใบหน้า ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นหมาดเช็ดทั่วใบหน้า
  • ผู้รับการผ่าตัดควรงดแต่งหน้า และควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น ปราศจากฝุ่น ซึ่งฝุ่น นั้นเป็น 1 ในสาเหตุให้เกิดการแพ้อากาศ โดยถ้ามีน้ำมูกให้รีบรับประทานยาแก้แพ้เพื่อ ลดน้ำมูกทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม สั่งน้ำมูกซึ่งจะทำให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือนหรือสกปรก
  • หลังแกะเฝือกจมูกออก ที่หนึ่งสัปดาห์หลังผ่าตัด แนะนำให้ใส่เฝือกเฉพาะตอนกลางคืนต่ออีก 7 วัน เพื่อป้องกันการกระแทกโดยไม่ตั้งใจ
  • หากมีเลือดและน้ำเหลืองซึมบริเวณบาดแผล สามารถใช้สำลี หรือไม้พันสำลีซับเบาๆและแต้มครีมยาฆ่าเชื้อเบาๆ ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด (ควรปล่อยให้แผลแห้งตามธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลทุกกรณี)
  • ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ งดรับประทานอาหารที่เหนียวหรือต้องเคี้ยวมากๆ งดการยิ้มปากกว้าง ในเดือนแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกหรือขยับเขยื้อนของจมูกมากเกินไป งดอาหารร้อนหรือมีรสชาติเผ็ดซึ่งทำให้เกิดน้ำมูกไหลได้
  • ห้ามออกกำลังกายหนักหน่วงที่ต้องมีการก้มและเงย ระวังอุบัติเหตุจากการเบียดเสียด อุบัติเหตุจากเด็กเล็กที่กำลังซน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ในช่วง 1 เดือนแรก เนื่องจาก 4 อาทิตย์แรกเป็นช่วงที่กระดูกอ่อนจะเริ่มเข้าที่จึงเป็นระยะที่ควรระมัดระวังที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการสวมแว่นตาในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด หรือแล้วแต่วิจารณญาณของแพทย์ โดยควรสอบถามเจ้าหน้าที่
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าแบบสวมทางศรีษะ แนะนำให้ใส่เสื้อมีกระดุมหน้า ที่สามารถใส่และถอดได้ง่าย เพื่อลดการสัมผัสของจมูกในขณะเปลี่ยนเสื้อ
  • ห้ามกดหรือบิดจมูกโดยเด็ดขาด การบิดจมูกในคนไข้นั้นเป็นการทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บและทำให้เกิดการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อซึ่งผิดปกติไปจากเดิม (มักทำให้เกิด fibrosis) ซึ่งในระยะยาวทำให้เกิดจมูกผิดรูปจากการหดรั้งของเนื้อเยื่อได้